ตอนที่ 3
1.3 | ผัวจูบปากแค่นี้ไม่ต้องร้องกรี๊ด
September 18, 2026
ภูริดลกำข้อมือเล็กของหม่อมราชวงศ์ฟ้าพราวไว้แน่นขณะลากตัวเธอออกมาที่หน้าตึกใหญ่โดยไม่สนใจว่าเท้าเปลือยเปล่าของหญิงสาวที่กำลังเหยียบย่ำไปบนพื้นซีเมนต์ที่ร้อนระอุเพราะดูดซับความร้อนจากไอแดดยามใกล้เที่ยงเอาไว้จะแสบร้อนเพียงใด
“อู้ย...” ฟ้าพราวส่งเสียงซี้ดซ้าดในลำคอพลางกระโดดด้วยปลายเท้าสลับข้างกันไป
“เป็นอะไร”
“พื้นมันร้อน แสบเท้าไปหมดแล้วเนี่ย” ตอบพลางหงายฝ่าเท้าที่แดงจัดให้อีกฝ่ายดู
หนุ่มชาวไร่ยิ้มหยัน แต่แทนที่จะเห็นใจ เขากลับพูดค่อนแคะ “ผู้ดีตีนแดง”
“คุณก็ลองเดินเท้าเปล่าบนปูนซีเมนต์ร้อนๆ นี่ดูมั่งสิ จะได้รู้ว่ามันร้อนแค่ไหน”
“พื้นร้อนแค่นี้ผมไม่สะดุ้งสะเทือนหรอก”
“หนังหนา” เธอว่าเบาๆ แต่เขาก็ได้ยิน
“ไม่ทันไรก็ด่า ‘ผัว’ แล้วเหรอ”
“คนเถื่อน หยาบคาย” ฟ้าพราวสวนกลับอย่างไม่ยอมกัน
“แค่นี้ยังน้อย ผมเถื่อนได้มากกว่านี้อีกร้อยเท่าพันเท่า คุณหญิงเตรียมตัวรับมือกับผัวเถื่อนคนนี้เอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็ช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มหน้าตาเฉย
“ว้าย!” ราชนิกุลสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ “จะทำอะไร ปล่อยฉันนะ”
“เมื่อกี้บอกว่าร้อนเท้าไม่ใช่เหรอ ผมก็ช่วยอุ้มไง” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำแบบรำคาญความเรื่องมากของผู้ดีเต็มทน
“ร้อน แต่เดินเองได้”
“ให้ผัวบริการเมียสักวันก็แล้วกัน เพราะต่อไปคุณหญิงต้องบริการผัวชาวไร่คนนี้ให้ ‘ถึงใจ’ ทุกคืน”
“พูดจาน่าเกลียด!” ฟ้าพราวต่อว่าพร้อมกับตวัดมือฟาดซีกแก้มสากกระด้างไปเต็มแรงให้สาสมกับความหยาบคายของเขา
“ตบผัวเหรอ” ภูริดลจ้องหน้าคนในวงแขนตาดุแล้วก้มลงฉกริมฝีปากเต็มอิ่มอย่างแรง
“อร้าย!” ราชนิกุลสาวกรี๊ดใส่คนหยาบคายแล้วก็ตบเขาไปอีกหนึ่งที แต่แล้วก็โดนตอบโต้ด้วยจูบที่ดุดันจนแทบหายใจไม่ทันอีกหนึ่งทีอย่างทันควัน เรียกว่าทั้งคู่สวนกลับกันอย่างไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว
“ผัวจูบปากแค่นี้ไม่ต้องกรี๊ด ยังไงคืนนี้คุณหญิงก็ต้องโดนจูบทั้งตัวอยู่แล้ว อยากเป็นเมียชาวไร่มากนักผมก็จะจัดหนักให้แบบที่ต้องร้องขอชีวิตกันเลย”
หม่อมราชวงศ์ฟ้าพราวอยากจะตบหน้าคนเถื่อนอีกสักฉาด แต่ก็ไม่อยากเสี่ยงให้ถูกจูบโดยไม่จำเป็นอีกจึงยอมเก็บมือ สงบปากสงบคำแล้วปล่อยให้เขาอุ้มไปวางในรถเอสยูวีสีดำที่ดูเหมือนจะไม่ได้ล้างมาเป็นปีเพราะมีทั้งฝุ่นทั้งโคลนติดอยู่เต็มไปหมด
“เรื่องเข้าหอคืนนี้ผมไม่ได้พูดเล่นนะ คุณหญิงทำใจรอไว้ได้เลย”
ภูริดลยิ้มร้ายใส่นัยน์ตาเจ้าสาวแล้วขโมยจุ๊บที่ริมฝีปากเธออย่างรวดเร็วครั้งหนึ่งก่อนปิดประตูรถให้แล้วเดินอ้อมไปนั่งตรงที่นั่งด้านคนขับแล้วเคลื่อนรถออกไป
หม่อมราชวงศ์ฟ้าพราวนั่งเงียบมาในรถเป็นชั่วโมง ใบหน้าสวยหวานเชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น สายตามองตรงไปเบื้องหน้า แผ่นหลังตั้งตรงไม่แตะพนักพิง
“นั่งเชิดหน้าคอตั้งแบบนั้นไม่เมื่อยหรือไงคุณหญิง” ในที่สุดภูริดลก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนเพราะทนความเงียบที่น่าอึดอัดไม่ไหว
“มีหน้าที่ขับรถก็ขับไป ไม่ต้องพูดมาก” ฟ้าพราวพูดโดยไม่แม้แต่จะชำเลืองมองหน้าคนข้างกาย