ตอนที่ 4
2.1 | เมียจ๋า
September 18, 2026
รถเอสยูวีสีดำทะมึนพุ่งทะยานฝ่าความมืดมาบนถนนกรวดเส้นเล็กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ไม่มีเสาไฟฟ้า มีเพียงแสงไฟจากหน้ารถส่องนำทางทำให้บรรยากาศโดยรอบดูเปล่าเปลี่ยวน่ากลัว อีกทั้งความขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อของถนนก็ทำให้หม่อมราชวงศ์ฟ้าพราวที่นั่งมาในรถตัวโยกจนหัวสั่นหัวคลอน
“ทางเข้าไร่คุณกันดารขนาดนี้เลยเหรอ” หญิงสาวถามเสียงเบาพลางเหลือบตามองซ้ายทีขวาทีอย่างหวาดระแวง เธอไม่ได้กลัวความลำบากหรือกลัวผีแต่พวกโจรผู้ร้ายที่อาจจะซุ่มดักอยู่ข้างทางมากกว่า
“เปลี่ยนใจตอนนี้ผมก็ไม่พากลับวังแล้วนะ คุณหญิงต้องอยู่ที่นี่ เป็นเมียไอ้ดินชาวไร่คนนี้”
“ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณหญิงแล้ว”
“ทำไม” ภูริดลหันหน้ามามองหญิงสาวข้างกายผ่านความมืดด้วยความสงสัย ปกติชนชั้นสูงมักจะเจ้ายศเจ้าอย่าง ชอบให้คนเรียกแบบให้เกียรติเต็มยศ แปลกที่ผู้หญิงคนนี้ไม่ชอบ
“ตอนนี้ฉันไม่ใช่หม่อมราชวงศ์ฟ้าพราว ดุษฎีรังสรรค์แล้ว แต่เป็นนางฟ้าพราว พสุนธราไพศาล” สถานะของเธอเปลี่ยนไปตั้งแต่จรดปากกาเซ็นชื่อในทะเบียนสมรสกับเขาแล้ว ถึงแม้ว่าตามกฎหมาย หม่อมราชวงศ์ฝ่ายหญิงเมื่อแต่งงานกับสามัญชนไม่จำเป็นต้องลาออกจากฐานันดรศักดิ์ก็ตาม แต่สำหรับฟ้าพราวทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ในเมื่อเธอแต่งงานกับหนุ่มชาวไร่แล้วเธอก็อยากทำตัวให้กลมกลืนกับ ‘สามี’ และคนงานในไร่
“ถ้าไม่ให้เรียกว่าคุณหญิงแล้วจะให้เรียกว่าอะไร”
“แล้วแต่คุณ”
“งั้นเรียก ‘เมียจ๋า’ ก็แล้วกัน” เขาแกล้งกวนประสาท
“ไม่เอา”
“ไหนบอกว่าแล้วแต่ผมไง”
“เรียกแบบนี้ ใครได้ยินเข้าฉันอายเขาตายเลย”
“เป็นเมียผมมันน่าอายตรงไหน” ชายหนุ่มถามเสียงขุ่น แผลเก่าในใจถูกสะกิดจนเลือดซิบ
“ฉันไม่ได้อายที่เป็นภรรยาคุณ...”
“เมีย!” หนุ่มชาวไร่พูดแทรกเสียงแข็ง “ไม่ต้องมาใช้คำว่า ‘สามี-ภรรยา’ กับผม พูดคำว่า ‘ผัว-เมีย’ แบบชาวบ้านทั่วไป ผื่นคงไม่ขึ้นปากหรอกมั้ง”
“คนเถื่อน” ความจริงเธออยากด่าเขาว่า ‘คนถ่อย’ ด้วยซ้ำ แต่ก็กระดากปากเพราะปกติเธอไม่พูดคำหยาบ “ฉันไม่เถียงกับคุณแล้ว ฉันเหนื่อย” ฟ้าพราวยกมือยอมแพ้ เธอเถียงกับเขามาตลอดทางตั้งแต่ออกจากกรุงเทพ จนถึงทางเข้าไร่บนดอยที่เชียงรายนี่ แต่เมื่อแอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าของสามีแล้วเห็นว่าเขายังทำหน้าบึ้งตึงเหมือนไม่พอใจอยู่จึงต้องอธิบายเพิ่มเติมให้เขาเข้าใจ “ฉันไม่ได้อายที่เป็นภรรยาของคุณจริงๆ นะ แต่ฉันอายถ้าคุณจะเรียกฉันแบบนั้นต่อหน้าอื่น”
“ทำไมต้องอาย”
“เวลาคุณพูดคำนี้ ไม่รู้สึกขนลุกบ้างเหรอ” ฟ้าพราวย้อนถามพลางยกมือขึ้นลูบสองแขนของตัวเองราวกับขนลุกขึ้นมาจริงๆ
“ถ้าอยู่กันสองคนก็เรียกได้...?”