ตอนที่ 171
บทที่ 172 การพัฒนา
October 22, 2026
บทที่ 172 การพัฒนา
ลั่วอู๋ตื่นเต้นมากที่เพิ่งได้รับความสามารถใหม่
หลังจากออกจากมิติไหแล้วลั่วอู๋ก็มาที่ห้องเก็บสัตว์วิญญาณของสำนักโล่พิทักษ์ เขานำสัตว์วิญญาณแต่ละชนิดอย่างล่ะตัวใส่ลงไปในไหปีศาจ นี่เปรียบได้กับการป้อนข้อมูลลงในหนังสือสัตว์วิญญาณข้อมูลของสัตว์วิญญาณใหม่ ๆ ปรากฏขึ้นในหนังสือ ลั่วอู๋รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าด้วยความสามารถใหม่นี้ ตราบใดที่พวกมันเต็มใจยอมรับในตัวเขา พวกมันก็จะพร้อมต่อสู้เพื่อเขาด้วยความตั้งใจของตัวพวกมันเองแต่มันก็น่าเสียดาย ที่เงื่อนไขของความสามารถพิชิต คือ ลั่วอู๋ต้องสามารถเอาชนะพวกมันได้ก่อน ดังนั้นลั่วอู๋จึงเก็บเพียงแค่สัตว์วิญญาณที่อยู่ในระดับเงินเข้ามาเท่านั้น แต่สัตว์วิญญาณระดับทองเขายังไม่ได้นำเข้ามาเพิ่มในตอนนี้ เพราะมันยังเสี่ยงเกินไป ด้วยสถานะในปัจจุบันของลั่วอู๋ เขาคงจะสามารถใช้ความสามารถพิชิตควบคุมสัตว์วิญญาณระดับเงิน มาใช้ในการต่อสู้ได้มากสุดถึง 5 ตัวลั่วอู๋มองดูนกหน้าโง่ที่บินอยู่บนท้องฟ้า ทำไมเขาไม่ลองใช้ความสามารถพิชิตกับเจ้านกหน้าโง่ตัวนี้ดูล่ะ นกหน้าโง่ดูเหมือนจะสังเกตเห็นสายตาของลั่วอู๋ มันจึงจ้องกลับอย่างสับสน จากนั้นมันก็บินกลับไปดูแลจัดการเหล่าน้องชายของมัน“ช่างมันไปก่อนดีกว่า ด้วยนิสัยของมัน ต่อให้ข้าเอาชนะมันได้ มันก็ไม่น่าจะยอมเชื่อฟังอยู่ดี” ลั่วอู๋ล้มเลิกความคิดที่จะใช้ความสามารถพิชิตกับนกโง่
การเปิดใช้หอคอยสีขาวในครั้งนี้ได้อะไรมามากกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก เขาได้รู้ว่าไหปีศาจนั้นไม่ใช่แค่วัตถุโบราณที่มีความสามารถตายตัว ถึงไม่รู้ว่าจะสามารถทำตามเงื่อนไขเพื่อเปิดใช้ความสามารถใหม่ ๆ ได้อีกเมื่อไหร่ แต่หนังสือข้อมูลสัตว์วิญญาณและความสามารถในการ “พิชิต” นั้นก็ถือว่าเป็นอะไรที่ดีมากเลยทีเดียว ลั่วอู๋เดินเข้าไปในหอคอยสีขาวอีกครั้ง ครั้งนี้เขามองขึ้นไปที่ส่วนบนของหอคอยสีขาว อย่างอยากรู้อยากเห็น ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้เขาถึงยังไม่สามารถขึ้นไปในส่วนชั้นบนของหอคอยสีขาวได้ หรือว่าเงื่อนไขของมันคือเขาต้องยกระดับบ้านของเขาอีกครั้งรึเปล่า?การยกระดับบ้านครั้งต่อไป ต้องใช้แต้มเซียนเป็นหลักแสนแน่… แต้มเซียนของลั่วอู๋ในตอนนี้อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าสิ้นเนื้อประดาตัว เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากล้มเลิกความคิดที่จะสำรวจครึ่งบนของหอคอยสีขาวไปก่อน“มันจะดีกว่าถ้าเอาเวลาตอนนี้ไปลงตราทักษะความมืดมิดกลืนกินให้กับต้าหวง ยิ่งไปกว่านั้นข้าไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าทักษะความมืดมิดกลืนกินจะมีผลแบบไหนหากให้ต้าหวงใช้มัน” ลั่วอู๋คิด ……หลังจากพยายามลงตราทักษะจนล้มเหลวซ้ำซ้อนมาร่วม 300 ครั้ง ทักษะก็ถูกสลักลงบนต้าหวงได้สำเร็จ เป็นไปตามที่ลั่วอู๋ได้คาดเอาไว้ทักษะระดับ A ดั้งเดิมของ ต้าหวง [กลืนกิน] ได้หายไปแทนที่ด้วยทักษะระดับ S [ความมืดมิดกลืนกิน] ซึ่งเทียบเท่ากับทักษะระดับสูง
“ต้าหวง ใช้ทักษะความมืดมิดกลืนกิน” ลั่วอู๋จากนั้นต้าหวงก็เปลี่ยนเป็นร่างสถานะสำหรับการต่อสู้ มันอ้าปากออกปล่อยพลังแห่งความมืดพลุ่งพล่านดั่งกระแสน้ำวน กลายเป็นเหมือนหลุมดำก้อนหินขนาดใหญ่ด้านหน้าต้าหวงถูกวังวนความมืดมิดกลืนหายไปในพริบตาสถานที่ซึ่งเดิมทีมีก้อนหิน ได้ถูกหลุมดำขนาดเล็กกลืนกินหายไปจากนั้นความเสียหายจากหลุมดำก็ได้รับการฟื้นฟูด้วยความเร็วที่รวดเร็วมาก อย่างไรก็ตามมันก็ยังแตกต่างจากเดิมไปเล็กน้อยเช่นเดียวกับชุดเก่าที่มีรอยเย็บปะ“ ได้ยังไงกันล่ะเนี่ย ? แม้แต่สภาพภูมิประเทศเจ้ายังกลืนได้เลยเหรอเนี่ย!” ลั่วอู๋ประหลาดใจเดิมทีแล้วทักษะกลืนกินสามารถใช้เพื่อกินเนื้อและเลือดเท่านั้น“ เจ้ากลืนกินพลังวิญญาณได้รึเปล่า?” ลั่วอู๋ถามต้าหวงส่ายหัวมันไม่สามารถใช้ทักษะนี้กลืนกินพลังวิญญาณเข้าไปได้อย่างไรก็ตามพลังทำลายของทักษะนี้ก็เพิ่มขึ้นจากเดิมมาก ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่ดี…………วันต่อมาสำนักโล่พิทักษ์ได้เปิดตัวสัตว์วิญญาณที่แปลกประหลาดมากวิญญาณมืดมิดคนส่วนใหญ่คิดว่ามันไม่ใช่สัตว์วิญญาณระดับทองแม้ว่ามันจะเป็นสัตว์วิญญาณประเภทสัตว์วิญญาณปีศาจและมีชื่อว่า “มืดมิด” แต่วิญญาณมืดมิดนั้นดูจะมีนิสัยที่ค่อนข้างอ่อนโยนลูกบอลสีดำขนาดเล็กนุ่มเด้งไปมาอย่างน่ารักเขาไม่คาดคิดเลยว่า หลังจากวางขายบนชั้นวาง มันจะทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกว่าพวกมันน่ารักน่าเอ็นดูได้ขนาดนี้
“ พ่อ ข้าอยากได้เจ้านี่!” เด็กผู้ชายหลายคนชี้ไปที่วิญญาณมืดมิดและพยายามขอร้องพ่อแม่ของพวกเขาแม้ว่าร่างกายของเด็ก ๆ นั้นไม่ได้แข็งแรงมาก แต่วิญญาณมืดมิดนั้นก็ไม่ได้มีความสามารถเพียงพอที่จะทำร้ายร่างกายของเด็ก ๆ ได้