ตอนที่ 172
บทที่ 173 การจากไปของเจ้าของร้านคนเก่า
October 22, 2026
บทที่ 173 การจากไปของเจ้าของร้านคนเก่า
ธุรกิจในสำนักโล่พิทักษ์นั้นยังคงขายดีเทน้ำเทท่า
เจ้าของร้านคนเก่านั้นกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะหลัก เขาดูเหม่อลอยและเบลอ ๆ พยายามหลบเลี่ยงสายตาอย่างผิดวิสัยและไม่กล้ามองไปที่ผู้คนสักเท่าไหร่
“ท่านลุงหยู่ ผู้ใหญ่ของตระกูลลั่วขอร้องให้ข้ามาหาท่านที่นี่” “ท่านรู้ไหมว่าใครกำลังจะมาจัดการกับพวกท่าน! พวกเขาคือผู้คนที่อยู่ในระดับสูง ๆ ของตระกูลลั่วร้านเล็ก ๆ ของท่านจะไปต้านทานได้อย่างไร” “ท่านลุงหยู่รู้ไหมว่า คนที่รู้เกี่ยวกับเรื่องภายในของฝ่ายท่านในปัจจุบันนี้เปรียบได้กับวีรบุรุษ”“นี่มันถือเป็นการทรยศรึยังไงกัน ตระกูลลั่วคือเป้าหมายแห่งความภักดีของพวกเรา เด็กคนนั้นเขาชื่อว่าลั่วอู๋ มันจะไปมีปัญหาอะไรเล่า?”
“ ข้ารู้ว่าท่านเป็นคนอารมณ์ร้าย ไม่เช่นนั้นท่านคงจะไม่กล้าทำแบบนี้ตั้งแต่แรกหรอก แต่ท่านคิดถึงเหล่าผู้คนที่อยู่ในตระกูลวู่อย่างพวกเราหน่อยจะได้ไหม?” “ แม้ว่าท่านจะไม่สนใจเกี่ยวกับตระกูลวู่แล้ว แต่ก็ช่วยเห็นแก่หลานชายอย่างข้าด้วยเถอะ เขากำลังทำงานในศาลาไป่หยู่สาขาเมืองหลวงของจักรวรรดิ และข้าก็กำลังจะได้เป็นผู้รับผิดชอบในเร็ว ๆ นี้ ท่านรู้ไหมว่าโอกาสนี้มีค่าเพียงใด ข้าต้องพยายามสร้างความประทับใจให้ผู้มีอำนาจในตระกูลลั่ว ” “ได้โปรดเถอะท่านลุงหยู่ ท่านเห็นแค่ข้าด้วยเถอะ” “ท่านไม่ได้กลับไปหาทางตระกูลมาร่วมสิบปีแล้ว พวกข้าลำบากกันมาก ทุกคนในตระกูลต้องพึ่งพาข้า ข้าไม่สามารถที่จะล้มเหลวได้” เจ้าของร้านคนเก่ามองไปที่วู่บูยง ผู้คุกเข่าต่อหน้าเขาและขอร้องอย่างขมขื่น เขาเริ่มรู้สึกผิด ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนทำให้ ชายใหญ่ในตระกูลลั่วขุ่นเคืองตั้งแต่ตอนนั้น พวกเขาคงไม่ต้องมีชีวิตที่แย่ลงถึงขนาดนี้ ตราบใดที่เขาพยักหน้าตอบตกลง เขาก็สามารถกลับไปที่ตระกูลวู่ได้ นี่คือสิ่งที่เขาต้องการมาตลอดไม่ใช่เหรอทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ลั่วอู๋นั้นก็ได้เดินเข้ามาหาเจ้าของร้านคนเก่าเงียบ ๆ “เจ้าของร้านคนเก่า?” จู่ ๆ เจ้าของร้านคนเก่าก็สะดุ้งขึ้นมา “นายน้อย ?” “เจ้าของร้านคนเก่าท่านมีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า ? ถ้าท่านรู้สึกไม่สบายใจ ท่านอยากจะขอลาพักผ่อนสักสองสามวันไหมล่ะ?” ลั่วอู๋ถาม เจ้าของร้านคนเก่ายิ้มอย่างไม่เต็มใจ “ไม่ต้องหรอก มันไม่ใช่อย่างนั้น” เจ้าของร้านคนเก่ามองไปที่ลั่วอู๋ ดวงตาของเขาฉายแววตาแห่งความอับอาย“เจ้าของร้านคนเก่า ถ้าท่านมีอะไรจะพูด ช่วยพูดออกมาตามตรง ข้าได้ยินมาว่ามีคนของตระกูลวู่เพิ่งเข้าพบท่านเมื่อไม่นานมานี้” ลั่วอู๋จี้ถามตรงประเด็น
“ใช่แล้วล่ะ” เจ้าของร้านคนเก่าถอนหายใจอย่างโล่งอกและพูดด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่น “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าตระกูลลั่วจะเลือกที่จะทรยศความภักดีของข้าเช่นนี้”
ลั่วอู๋มองไปที่เจ้าของร้านคนเก่าแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
ริมฝีปากของเจ้าของร้านคนเก่าขยับราวกับว่าเขากำลังเผชิญอยู่กับการต่อสู้ระหว่างสวรรค์กับมนุษย์ ดวงตาของเขาดูซับซ้อนมาก จนในที่สุดเขาก็พูดออกมาด้วยความยากลำบาก “ถ้าข้าไม่กลับไปละก็ ตระกูลวู่จะต้องทนทุกข์ทรมาน เพราะถึงตอนนี้ข้าก็ยังคงเป็นสมาชิกของตระกูลวู่”
แม้ว่าเจ้าของร้านคนเก่าจะไม่ได้พูดออกมาให้ชัดเจน แต่ลั่วอู๋ก็เข้าใจแล้วว่าเขาหมายถึงอะไร
“ อย่าแบกภาระไว้ที่ตัวท่านมากเกินไปสิ” ลั่วอู๋ตบไหล่เจ้าของร้านคนเก่า แทนที่จะแสดงความไม่พอใจในสายตาเขากลับแสดงถึงความกังวล “ถึงเวลาที่ท่านจะต้องพักผ่อนให้เต็มที่แล้วล่ะ”เจ้าของร้านคนเก่าน้ำตาซึมเขาเคยเดานึกถึงปฏิกิริยาของนายน้อยไว้ก่อนแล้วเขาคิดว่านายน้อยคงจะผิดหวัง เสียใจหรือโกรธ แต่เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่านายน้อยจะรู้สึกห่วงใยและให้กำลังใจเขาเช่นนี้“นายน้อย … ” ใบหน้าของเจ้าของร้านคนเก่าเต็มไปด้วยน้ำตาลั่วอู๋ส่ายหัว “ อย่างน้อย ๆ ก็ไปบอกลาทุกคนก่อนเถอะนะ”ในไม่ช้าทุกคนที่เป็นสมาชิกหลักของศาลาไป่หยู่ก็ถูกเรียกตัวมารวมกันเจ้าของร้านคนเก่ามองหน้าพวกเขาทุกคนโดยไม่ละสายตาไปทีละคน เขามองพวกไปที่เหล่าเด็ก ๆ ที่ได้เติบโตขึ้นแล้วและโค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง “ข้าขอโทษด้วยทุกคน ข้าต้องขอตัวไปก่อน”ด้วยคำพูดเหล่านี้แผ่นหลังของเจ้าของร้านคนเก่าดูเหมือนจะแก่ลงไปกว่าเดิมมากมันเหมือนของคนแก่ในวัยชราแต่จริงๆแล้วเขาอายุแค่ห้าสิบกว่า ๆเกิดความโกลาหลขึ้นในทันที“ เจ้าของร้านคนเก่ามีปัญหาอะไรงั้นเหรอ ?” อาฟู, เสี่ยวชา และ มู่เถา ที่เป็นคนงานผู้ช่วยสามคนแรกของศาลาไป่หยู่ และเป็นกลุ่มคนที่อยู่กับเจ้าของร้านคนเก่ามานานที่สุดพูดด้วยความสงสัยความภักดีของพวกเขาที่มีต่อเจ้าของร้านคนเก่านั้นชัดเจนในการกระทำที่ผ่านมาของพวกเขาเอง“ใช่เจ้าของร้านคนเก่าทำไมจู่ ๆ ท่านต้องออกไปในทันทีด้วย”“เราต้องการให้ท่านรับผิดชอบและอธิบายให้พวกเราฟังเดี๋ยวนี้เลย”“เจ้าของร้านคนเก่าอย่าทิ้งพวกเราไปแบบนี้สิ”เจ้าของร้านคนเก่ารู้สึกสะเทือนใจจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะลั่วอู๋เดินช่วยเดินออกไปข้างหน้าแล้วโบกมือหยุดคำถามของทุกคนและพูดด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา “เจ้าของร้านคนเก่าแค่เหนื่อยน่ะ พวกเจ้าให้ท่านได้พักผ่อนเถอะ”ทุกคนมองหน้ากันอย่างสับสนเจ้าของร้านคนเก่าหายใจเข้าลึก ๆ และซ่อนความรู้สึกทั้งหมดไว้ในใจ “ใช่ ข้าเหนื่อยมาก พวกเจ้าไม่เข้าใจอะไรเลยใช่ไหม ตอนนี้ข้าจะมอบงานทั้งหมดของข้าให้พวกเจ้าแล้ว ต่อจากนี้ไปพวกเจ้าจะได้รู้ซะทีว่าที่ข้าเคยบอกว่า ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้ขี้เกียจและพักผ่อนมาตลอดนั้นหมายความว่ายังไง? ”ทุกคนรู้ดีว่าเหตุผลจริง ๆ มันไม่ใช่แบบนั้นนั้นถ้าแค่หยุดพักทำไมถึงออกไปด้วยล่ะ“อาฟู เสี่ยวชา ต่อไปนี้ด้านธุรกิจขึ้นอยู่กับพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าต้องคอยดูแลธุรกิจนี้ อย่ามัวทำตัวขี้เกียจเชียวล่ะ” เจ้าของร้านคนเก่าเริ่มส่งมอบงานของเขาคนงานทั้งสองคนพยักหน้าตกลงที่ด้านนอกสำนักโล่พิทักษ์ มีรถม้าของตระกูลวู่จอดรออยู่