ตอนที่ 178
บทที่ 179 ไม่สนใจ
October 22, 2026
บทที่ 179 ไม่สนใจ
ท่านบรรพบุรุษ?
ลั่วอู๋มองชายชราในชุดขาวและได้แต่สงสัย ชายชราคนนี้เป็นใคร เขาดูเหมือนชายชราที่มีฐานะสูง เขาเป็นคนที่มาจากตระกูลลั่วรึเปล่า?“เจ้าไม่มีธุระอะไรที่นี่อีกต่อไปแล้ว กลับไปซะ” ลั่วไป่เหาโบกมือไล่ฉินเฟิง ฉินเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “แต่ว่านี่เป็นคำสั่งของนายหญิง” “แล้วยังไง?” ลั่วไป่เหาเหลือบมองเขา ฉินเฟิงถอยออกไปอย่างรวดเร็ว “เข้าใจแล้วขอรับ” ในใจเขาได้แต่ด่าตัวเองว่างี่เง่า แม้ว่านายหญิงของเขาจะมีอำนาจมากแค่ไหน แต่ชายชราคนนี้นั้นเป็นถึงท่านบรรพบุรุษที่อยู่จุดสูงส่งที่สุดของตระกูลลั่ว ที่แปลกก็คือทำไมเจ้าลั่วอู๋คนนี้ถึงได้กล้าไปมีเรื่องกับท่านบรรพบุรุษมากกว่าลั่วไป่เหายิ้ม เขามองไปที่ลั่วอู๋ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสนใจ “เจ้าหนุ่ม เจ้าชื่อว่าลั่วอู๋ใช่ไหม?” “ใช่แล้วมีอะไรงั้นเหรอ?” ลั่วอู๋ตอบไปอย่างห้วน ๆ ลั่วไป่เหาถาม “เจ้ามีศิษย์เป็นเด็กสาวที่ชื่อว่าเฉินหมิงหยู่รึเปล่า ? นางมีวิหคกระจกเงาอมตะที่มีค่ามากด้วยใช่ไหม?” “ถ้าท่านจะมาแก้แค้นนาง อย่ามาหาข้า ข้าไม่ได้รู้จักนางดีขนาดนั้น” ลั่วอู๋เม้มริมฝีปากลั่วไป่เหาไม่สามารถหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาได้ เขามีท่าทางไม่เป็นมิตรมากจนถึงขนาดดูเหมือนกับว่าเขามาที่นี่เพื่อต้องการแก้แค้นเลยงั้นเหรอ อย่างไรก็ตาม ลั่วอู๋ต้องรู้จักกับเฉินหมิงหยู่อย่างแน่นอน เด็กชายคนนี้คือลูกหลานของตระกูลลั่วที่เฒ่าเฉินพูดถึงไม่ผิดแน่ “ข้าไม่ได้มาเพื่อแก้แค้น ไม่ใช่แบบนั้น” ลั่วไป่เหายิ้มอย่างอ่อนโยน “เจ้าหนุ่ม เจ้าสนใจจะมาเป็นลูกลูกศิษย์ของข้าหรือไม่?” ดวงตาข้างหนึ่งของฉินเฟิงเกือบจะหลุดออกมาจากเบ้าออกมา ท่านอยากจะรับเขาเป็นศิษย์งั้นเหรอ? ท่านบรรพบุรุษถ่อมาถึงที่นี่เพื่อมารับตัวลั่วอู๋ไปเป็นศิษย์และเขาก็ดูจะเกรงใจอีกฝ่ายมาก มีการกล่าวกันมานานแล้วว่า การปรากฏตัวของท่านบรรพบุรุษในครั้งนี้ อาจจะเพื่อมาตามหาผู้สืบทอด แต่ใครจะไปคาดคิดว่า ลั่วอู๋คือตัวเลือกนั้นของท่านบรรพบุรุษ“ขอโทษด้วย แต่ข้าไม่สนใจ” ลั่วอู๋พูดตอบไปตรง ๆทันใดนั้นรอยยิ้มของลั่วไป่เหาก็หายไปนี่อาจเป็นครั้งแรกในรอบเกือบร้อยปีที่เขาถูกปฏิเสธ เขาได้ถูกเด็กคนนี้ปฏิเสธ ซึ่งทำให้เขาหงุดหงิดมาก“ทำไมล่ะ?” ลั่วไป่เหาถามอย่างสงสัย“เพราะว่า … ” ปากของลั่วอู๋ แสดงให้เห็นถึงรอยยิ้มแปลก ๆ “เพราะพลังวิญญาณของเสี่ยวไป่ ฟื้นฟูเต็มที่แล้ว ลาขาดล่ะ”กระต่ายแห่งแดนสาบสูญตัวใหญ่ที่อยู่ข้างหลังลั่วอู๋มีเปล่งแสงสีขาวเป็นประกายแรงบีบตัวของมิติเริ่มก่อตัวยิ่งทักษะมีพลังมากเท่าไหร่การใช้พลังวิญญาณก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งการทะลวงมิติมีระยะทางไกลเท่าไหร่และต้องบรรทุกคนมากเท่าไหร่ พลังวิญญาณก็จะถูกใช้ไปมากขึ้นเท่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการผลกระทบจากการโจมตีของมังกรกระดูกผีให้มากที่สุด เสี่ยวไป่ได้ใช้พลังวิญญาณส่วนใหญ่เพื่อพาลั่วอู๋หลบหนีออกมาดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าแห่งอินทรี ลั่วอู๋จึงเลือกที่จะไม่หนี เพราะเขาไม่สามารถทำได้นั่นเองโชคดีที่ชายชราปรากฏตัวขึ้นและถ่วงเวลาเอาไว้ให้เขาชั่วขณะ พลังวิญญาณของเสี่ยวไป่จึงได้รับการฟื้นฟูเพียงพอ ที่จะสามารถพาลั่วอู๋หนีไปด้วยทักษะทะลวงมิติของมันได้“เดี๋ยวสิเจ้าหนุ่ม อย่าเพิ่งไป!” ลั่วไป่เหารีบร้อนเข้าไปห้าม พลังวิญญาณของเขาก็พลุ่งพล่านออกมา เขาต้องการจะสกัดกั้นอีกฝ่ายเอาไว้แต่ก็สายไปเสียแล้ว
แสงสีขาวกะพริบจากนั้นร่างของลั่วอู๋ก็หายไปในทันทีลั่วไป่เหาได้แต่ตกตะลึงนั่นมันทักษะระดับ SS [ทะลวงมิติ] อย่างนั้นหรอ?เขาสังเกตเห็นกระต่ายแห่งแดนสาบสูญตัวใหญ่ข้างหลังลั่วอู๋อยู่นานแล้ว แต่เขาไม่ได้สนใจมัน ให้ตายเถอะโลกนี้มันช่างกว้างใหญ่เสียจริงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับแต่ง เขาเองก็มีความรู้หลากหลาย แม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นกระต่ายแห่งแดนสาบสูญที่ตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่แต่ตอนนี้เขากลับตกใจมากแค่ทักษะระดับ SS นั้นก็ถือว่าหายากแล้ว แต่การที่มีทักษะระดับ SS ที่เกี่ยวข้องกับมิตินั้นหาได้ยากยิ่งกว่าหนึ่งในทักษะที่มีค่าที่สุดสำหรับระดับ SS ก็คือทักษะที่เกี่ยวกับมิติใครจะคิดว่ากระต่ายแห่งแดนสาบสูญจะสามารถเชี่ยวชาญทักษะระดับนี้ได้“ ข้าจำได้ว่าในรายงานของหน่วยข่าวกรอง ราชากระต่ายตัวนี้ได้รับการปรับแต่งโดยตัวของลั่วอู๋เองสินะ? ดวงตาของลั่วไป่เหาเป็นประกาย
นี่มันอัจฉริยะปีศาจชัด ๆเขาไม่นึกว่าจะมีคนที่มีความสามารถเช่นนี้ในบรรดาลูกหลานของตระกูลลั่วไม่สิ นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาควรจะมาตื่นเต้น เจ้าหนุ่มคนนั้นกำลังหนีไปแล้วนะเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ลั่วไป่เหาก็โกรธขึ้นมาอีกครั้ง “ไอ้เจ้าเด็กบ้า เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร ข้าอยากจะรับเจ้าไปเป็นศิษย์แท้ ๆ ทำไมเจ้าถึงได้หนีข้าไปแบบนี้กัน!”