ตอนที่ 179
บทที่ 180 การเรียกคืน
October 22, 2026
บทที่ 180 การเรียกคืน“ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมศาลาไป่หยู่ถึงเปลี่ยนชื่อ ไม่สิไหงปิดตัวซะแล้วล่ะ ลั่วอู๋ดูเหมือนว่าจะดูแลจัดการร้านได้ไม่ดีเลยนะ” ฉูจงฉวนส่ายหัว ลั่วอู๋รู้สึกหายใจไม่ออก: “ไม่ใช่แบบนั้น อีกอย่างใครจะไปรู้ว่าเจ้าจะกลับมากันเล่า” จากนั้นลั่วอู๋ก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดจนถึงล่าสุดให้ ฉูจงฉวนฟัง ซึ่งฉูจงฉวนก็เข้าใจได้ในทันที ฉูจงฉวนปลอบประโลม”ไม่เป็นไรน่า ด้วยความสามารถของเจ้าการเปิดสำนักโล่พิทักษ์อีกรอบมันไม่ใช่เรื่องยากเลย” “ข้าคิดว่าจะไปเปิดร้านใหม่ที่หมิงหนาน” ลั่วอู๋กล่าวว่า “เจ้าก็ได้รู้เรื่องทั้งหมดแล้วนี่นากลับไปด้วยกันเถอะ” ใบหน้าของฉูจงฉวนเริ่มแข็งกระด้าง“เป็นอะไรไปล่ะ?” ลั่วอู๋ไม่เข้าใจ ใบหน้าของฉูจงฉวนค่อนข้างผิดธรรมชาติ คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างอธิบายไม่ถูก “เมืองหมิงหนาน จะไปมีอะไรดีเล่า เจ้าเปลี่ยนสถานที่ดีกว่านะ”หา? ลั่วอู๋มองไปที่ฉูจงฉวนอย่างสับสน “นั่นมันบ้านของเจ้าไม่ใช่เหรอ เมืองทางตอนใต้ที่ชื่อว่าหมิงหนานน่ะ เจ้าเป็นนายน้อยตระกูลฉูผู้ทรงอำนาจไง” “แน่นอนสิ ข้ารู้ดีน่า” ฉูจงฉวนกลอกตาอย่างลังเล “มันก็แค่ข้าเพิ่งมีศัตรูเมื่อไม่นานมานี้” “ ศัตรูงั้นเหรอ มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่กันล่ะ” ลั่วอู๋ถาม “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ตอนพวกเรากลับไป นางก็น่าจะจากไปแล้ว” ฉูจงฉวนพูดกับตัวเองว่า “ตกลง! ถ้าเจ้าจะไปเปิดร้านที่เมืองหมิงหนาน เจ้าก็ควรจะได้อยู่ในเมืองหมิงหนาน” ลั่วอู๋ยังคงอยากรู้อยากเห็น เห็นได้ชัดว่าฉูจงฉวนนั้นเป็นคนที่ไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมณ์ แต่แล้วทำไมจู่ ๆ เขาก็ลังเลที่จะกลับไปยังถิ่นที่อยู่ของเขาเสียอย่างนั้น …… ……ณ คฤหาสน์ ตระกูลลั่ว บนห้องโถงใหญ่ ลั่วไป่เหากำลังนั่งอยู่เงียบ ๆ โดยเหล่าลูกหลานต่างก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาโดยเฉพาะลั่วฮั่นฮั๊ว ซึ่งอยู่ใกล้กับเขามากที่สุด “ท่านบรรพบุรุษ ข้าตามหาตัวเขาไม่พบขอรับ” ฉินเฟิงรายงานลั่วไป่เหากล่าวว่า “เจ้าหนุ่มนั่นเป็นเจ้าของร้านสำนักโล่พิทักษ์”“คนที่นั่นย้ายออกหมดแล้วขอรับ เหลือเพียงแค่บ้านว่าง ๆ หลังเดียวเท่านั้น” ฉินเฟิงยิ้มอย่างขมขื่นหลังจากที่ลั่วอู๋หนีไปแล้ว ตราบใดที่เขายังไม่ปรากฏตัวให้ใครเห็นก็จะไม่มีใครสามารถหาตัวเขาพบได้อีกทั้งตระกูลลั่วตกอยู่ในอาการวิตกกังวลดูเหมือนพวกเขาจะรู้สึกได้ถึงความไม่พอใจจากท่านบรรพบุรุษของพวกเขาลั่วไป่เหาพ่นลมหายใจอันขุ่นเคืองออกมา “ใครสามารถบอกข้าได้บ้างว่าทำไมบุตรชายที่มีความสามารถขนาดนี้ของตระกูลลั่ว ถึงได้ถูกขับออกจากตระกูลลั่ว หา?”เสียงดังก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ไปสู่ลูกหลานตระกูลลั่วทั้งหมด“เขาถูกขับไล่ออกจากตระกูลลั่ว เนื่องจากเขาไม่สามารถสร้างสะพานแห่งพันธสัญญาได้ เขาจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะกลายเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณได้ขอรับ” มีคนกระซิบเสียงของลั่วไป่เหาเย็นลงเล็กน้อย “เจ้ากำลังหมายความว่าเขาใช้เวลาหนึ่งปีในการเติบโตจากชายธรรมดาที่ไม่มีพลังวิญญาณเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับเงินมิติ 6 ได้อย่างนั้นเหรอ?”ผู้คนต่างประหลาดใจและตกตะลึงพวกเขาไม่ได้สนใจในความแข็งแกร่งของลั่วอู๋เลยแต่เมื่อพวกเขาคิดถึงเรื่องระยะเวลาในฝึกฝนของเขา มันช่างเป็นอะไรที่เหนือสามัญสำนึกยิ่งความเร็วในการฝึกฝนของเขาอาจเทียบได้กับผู้มีพรสวรรค์ชั้นยอดในราชวงศ์มังกรเร้นกาย“ถึงแม้ว่าตอนแรกเขาจะไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกฝน แต่ทำไมตระกูลลั่ว ถึงไม่ได้เรียกตัวเขากลับมา ในตอนที่เขาได้ค้นพบศักยภาพทางวิญญาณของเขาล่ะ” ลั่วไป่เหาถามอีกครั้งเสียงหัวใจของลูกหลานตระกูลลั่วต่างเต้นระรัวเสี่ยวเซียงพ่อบ้านคนแรกที่รับผิดชอบในการติดต่อกับลั่วอู๋ถูกโยนออกไปให้รับผิดชอบเรื่องนี้ต่อหน้าสาธารณชน“ข้าไม่รู้อะไรเลยขอรับ” เสี่ยวเซียงแสดงความกลัวออกมา “ข้าเสนอให้เขากลับไปที่ตระกูล แต่เขาก็ปฏิเสธ”“ยังมีอีกไม่ใช่รึไง ?” ลั่วไป่เหาพูดเบา ๆ “เจ้าได้บอกเขาไปว่าเจ้าต้องการให้เขามอบวิชาลับของตัวเองมาใช่รึเปล่าล่ะ?”จู่ ๆเสี่ยวเซียงก็ถูกปกคลุมไปด้วยความหนาวเย็น“แต่เขาเป็นคนของตระกูลลั่ว … ” เสียงของเสี่ยวเซียงสั่นสะท้าน“แต่ตระกูลลั่วเป็นฝ่ายที่ไล่เขาออกไปเอง พวกเจ้าเคยเหล่ตามองสนใจธุรกิจในเขตหวงชาของเขาบ้างหรือเปล่า?”ดวงตาของลั่วไป่เหา กวาดไปที่เหล่าลูกหลานทั้งหมดไม่มีใครกล้าหักล้างคำพูดของเขาในเวลานี้“เอาตัวมันออกไป” ลั่วไป่เหาโบกมือ