ตอนที่ 182
บทที่ 183 การปราบปราม
October 22, 2026
บทที่ 183 การปราบปรามหยางกู่หลงนั้นตัดสินใจมาคนเดียว แม้แต่คนรับใช้และผู้คุ้มกันเขาก็ไม่ได้เอามาด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดและรู้สึกรังเกียจ ซึ่งมันก็ดูปกติแล้วสำหรับการมาร้านเล็ก ๆ ซึ่งไม่ได้เป็นที่รู้จักและกำลังมีโปรโมชันลดราคาสินค้าถ้าไม่มีคนรับใช้หรือคนคุ้มกันมันจะดูจริงใจกว่ามาก แต่คนในสำนักโล่พิทักษ์กลับไม่คิดเช่นนั้นหยางกู่หลงกล้าที่จะมาคนเดียว เขากำลังดูถูกสำนักโล่พิทักษ์ เขาไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขามั่นใจในเบื้องบนซึ่งคอยปกป้องเขาอยู่ ทุกคนในทีมคุ้มกันคมมีดจ้องมองไปที่หยางกู่หลงอย่างไม่กล้าที่จะละสายตาไป หยางกู่หลงได้แต่ตัวสั่นไปทั่วร่างกาย ในใจของเขายังคงบ่นว่า คนในสำนักโล่พิทักษ์นี่บ้าแบบนี้กันหมดรึไง? เขายังคงเป็นผู้ต้องสงสัย เมื่อไม่ชอบใครทุกสิ่งที่เขาทำก็ถือว่าผิด หยางกู่หลงพยายามเพิ่มรอยยิ้ม “อย่าโหดร้ายกับข้านักเลย ข้าแค่อยากพบเจ้าของร้านของพวกท่าน” เหล่าผู้คนที่มุงดูต่างก็ผิดหวัง ทางเจ้าของร้านหยางนั้นน่าจะไม่ได้มีเป้าหมายในการกำจัดสำนักโล่พิทักษ์เสียแล้ว? ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเอิกเกริกให้ชมซะแล้ว “ข้าเนี่ยแหละ ข้าคือเจ้าของร้าน จะให้ข้าช่วยอะไรรึเปล่าล่ะ?” เสียงแหบพร่าราวกับล้อเลียนดังขึ้น เขาเป็นชายหนุ่มในชุดขาว มีรูปร่างหล่อเหลาและรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ พัดลมกระดาษในมือของเขาสั่นและคลี่ออกเผยถึงความสวยงามที่สลักบนพัด ราวกับถูกวาดไว้โดยศิลปิน“หรือว่าชายหนุ่มคนนี้จะเป็น” “นายน้อยของตระกูล ฉู !” “หนึ่งในสองวีรบุรุษของทางใต้ที่มีชื่อเสียงคนนั้น” ทุกคนต่างประหลาดใจ ใครจะไปคิดว่าเจ้าของร้านของสำนักโล่พิทักษ์คือนายน้อยตระกูลฉู ตระกูลฉูนั้นทำธุรกิจร้านอาหารไม่ใช่เหรอ?
ที่น่าประหลาดใจที่สุดคือนิสัยใจคอของฉูจงฉวนนั้นเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงและรักอิสระคนอย่างเขาเนี่ยนะจะมานั่งประจำร้านบริหารธุรกิจแบบนี้
คนจำนวนมากในที่นี้เริ่มรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปในตัวของฉูจงฉวนเหมือนกับคนในตระกูลฉูส่วนใหญ่ เขาเองก็ได้รับการยกระดับมิติวิญญาณเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงแล้วเรียบร้อยเขาเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูง ตั้งแต่อายุแค่ 20 อย่างนั้นเหรอ!ความสามารถดังกล่าวไม่น้อยไปกว่า เหล่าผู้มีชื่อเสียงในเมืองหลวงของจักรวรรดิเลยผู้คนในสำนักโล่พิทักษ์ต่างก็เข้ามาแสดงความยินดีกับ ฉูจงฉวนทีละคน เขาได้รับการยกระดับมิติวิญญาณเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับทองแล้วนี่เอง ไม่น่าแปลกใจที่ทำไมจู่ๆเขาก็ออกจากห้องฝึกฝนมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่
ฉูจงฉวนนั้นปรากฏตัวขึ้นโดยที่ไม่มีใครในสำนักโล่พิทักษ์รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำเขาที่ได้รับการยกระดับมิติวิญญาณเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงนั้น มีดวงตาที่สดใสและแหลมคม ทำให้ผู้คนที่เขามาซื้อสินค้าต่างก็ต้องเหลียวมองไปตาม ๆ กัน“ท่านฉู” หยางกู่หลงรู้สึกประหลาดใจและกล่าวว่า “สำนักโล่พิทักษ์นี้เปิดโดยตระกูลฉูอย่างนั้นหรือ”“ไม่ใช่แบบนั้น ข้าคนเดียวต่างหากที่เป็นคนทำ” ฉูจงฉวนกล่าวหยางกู่หลงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองล้อกันเล่นใช่ไหม? หากจะต้องการเปิดร้านแบบนี้การลงทุนขั้นพื้นฐานที่สุดในช่วงแรกคือหินวิญญาณหลาย 10 ล้านก้อน แม้แต่ตระกูลฉูยังต้องพิจารณางบประมาณขนาดนั้นอย่างจริงจังเลยด้วยซ้ำ
ถึงจะมีศักดิ์เป็นนายน้อยของตระกูลแต่เขาก็ไม่น่าจะมีเงินเพียงพอที่จะเปิดร้านได้ฝูงชนรอบข้างต่างไม่เชื่อในคำพูดของเขาอย่างไรก็ตามในใจของทุกคน ก็คิดอยู่ลึก ๆ ว่าสำนักโล่พิทักษ์ที่ได้รับการสนับสนุนขึ้นมาที่นี่ อย่างน้อยก็น่าจะมีทุนมาจากตระกูลฉูอยู่เบื้องหลังพวกเขาด้วยบางส่วนเห็นได้ชัดว่าร้านนี้ไม่ใช่เพียงแค่ร้านของชนชั้นรากหญ้า
“เจ้าไม่มีอะไรจะพูดกับท่านเจ้าของร้าน ฉูจงฉวนคนนี้หน่อยเหรอ?” ฉูจงฉวนถามหยางกู่หลง ตกตะลึงไปชั่วขณะเขาต้องหาเจ้าของร้านสำนักโล่พิทักษ์ให้ได้จริง ๆแต่ไม่ใช่ฉูจงฉวนสิ!“ถ้าท่านไม่มีปัญหาอะไรแล้ว โปรดกลับมาหาเราในวันหลัง พวกเรายังมีธุระที่ต้องทำอีก แน่นอนว่าถ้าท่านมีความต้องการจะร่วมมือทางธุรกิจกับพวกเรา เราจะพูดถึงเรื่องนี้กันในภายหลัง” ฉูจงฉวนกล่าว