ตอนที่ 183
บทที่ 184 หน่วยสยบมังกร
October 22, 2026
บทที่ 184 หน่วยสยบมังกรใบหน้าของฉูจงฉวนดูสง่างาม หากเป็นแค่มู่เฉิงคนเดียวเขาก็น่าจะยังพอจะสามารถยืนหยัดต่อสู้ได้อยู่ แต่เมื่อมีคฤหาสน์ชวนเทียนมาร่วมด้วยมันก็เริ่มเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นมา นี่ขนาดยังไม่รวมศาลาไป่หยู่ในตอนนี้เขาไม่ได้คิดจะตำหนิลั่วอู๋ผู้เป็นเจ้าของร้าน แต่พยายามคิดหาวิธีแก้ปัญหา เขาควรจะเรียกท่านผู้อาวุโสจากตระกูลฉูให้มาออกรับหน้าช่วยดีไหม? ไม่ เขาทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมีหวังความขัดแย้งนี้ได้บานปลายแน่คนของสำนักโล่พิทักษ์ก็รู้ดีว่าสถานการณ์ท่าจะไม่ดีเท่าไหร่แล้ว พวกเขาจึงเดินขึ้นมาขวางไว้ “พวกข้าไม่รู้ว่านายน้อยที่เจ้าพูดถึงอยู่ที่ไหน ถ้าเขาอยู่ที่นี่เขาก็คงจะออกมาจัดการแล้วล่ะ” ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตราบใดที่นายน้อยยังปลอดภัยดี เขาจะต้องหาวิธีแก้ปัญหาได้อย่างแน่นอน ลั่วอู๋คือกระดูกสันหลังของพวกเขา“ทูตของสำนักมณฑลอยู่ที่นี่แล้ว!” มีเสียงโหยหวนดังมาจากด้านนอกสำนักโล่พิทักษ์ เกิดความวุ่นวายขึ้นในทันที แม้แต่คนจากสำนักมณฑลก็ยังมาที่นี่
ทูตของสำนักมณฑลเดินเข้ามา เขาเป็นผู้ชายที่มีรูปร่างท้วม สวมเสื้อเชิ้ตสีดำแขนสีแดง เขาไม่ได้มีเปียหรือมัดผมใด ๆ คลับคล้ายกับพวกขันที
“สำนักโล่พิทักษ์เป็นร้านที่เปิดโดยลั่วอู๋ ลูกชายที่ถูกตระกูลลั่วเนรเทศใช่รึเปล่า? องค์ชายขององค์รัชทายาทไม่ชอบเขาเท่าไหร่นัก นอกจากนี้ว่ากันว่าสำนักโล่พิทักษ์ได้ฆ่าผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงของตระกูลลั่วไปถึง 15 คน พวกมันช่างกล้าบ้าบิ่นและโหดร้ายจริง ๆ บุตรชายขององค์ชายรัชทายาทกล่าวว่าเขาเต็มใจที่จะช่วยศาลาไป่หยู่เพื่อจับฆาตกรคนนี้และนำเขากลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลลั่ว” ชายคนนั้นพูดด้วยเสียงดัง
สำนักโล่พิทักษ์นี้ต้องเป็นร้านของลั่วอู๋ไม่ผิดแน่ มันไม่มีประโยชน์ที่จะปฏิเสธมันอีกต่อไป แน่นอนว่าบุตรชายขององค์ชายรัชทายาทก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหลี่ชวนเฉิงที่เคยถูกลั่วอู๋เล่นงานไว้ในอดีต ตอนแรกเขาถูกลั่วอู๋ทำให้เสียหน้า จนในที่สุดเขาก็ต้องกลืนความโกรธและยอมซื้อแร้งทรายกลายพันธุ์ของลั่วอู๋เพื่อชดใช้ให้องค์หญิงเจียโรว หลังจากนั้นแร้งทรายกลายพันธุ์บินวิ่งหนีไปยิ่งคิดถึงเรื่องนี้เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองคิดผิด เขาจึงส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้ ดูเหมือนลั่วอู๋จะรู้จักกับองค์หญิงเจียโรวมันทำให้เขาโกรธมากจริง ๆซึ่งตอนนี้เขาได้พบโอกาสที่จะเอาคืนแล้ว จึงไม่สามารถปล่อยให้ผ่านไปได้เหล่าคนในสำนักโล่พิทักษ์จ้องมองไปที่หยางกู่หลงด้วยสายตาอาฆาต
เจ้าจ่ายเงินไปเยอะมากใช่ไหม?แม้แต่คนจากสำนักมณฑลเจ้าก็ยังเชิญมาหัวใจของหยางกู่หลงแตกสลายอย่างมากเลิกเอาข้าไปเอี่ยวทีเถอะหากพวกเจ้าต้องการจัดการกับสำนักโล่พิทักษ์ ก็ทำมันด้วยชื่อของตัวเองได้ไหม?อย่าใช้ชื่อศาลาไป่หยู่ของข้าที ข้าทนไม่ไหวแล้วเขาต้องการแค่เชิญลั่วอู๋กลับไปที่ตระกูลลั่ว เราไม่ได้มีความคิดที่จะมาหาเรื่องจริง ๆ ตระกูลลั่วเพียงแค่ต้องการให้ลั่วอู๋กลับไปอยู่ด้วยเท่านั้น“แกร๊ง แกร๊ง… ”ด้านนอกประตูมีเสียงของชุดเกราะเสียดสีกันจากนั้นชายในชุดเกราะสีเงินเดินเข้ามา เขาสูงมากราวกับภูเขาใหญ่ ใบหน้าของเขาแน่วแน่และดวงตาของเขาก็เป็นประกายท่าทางของเขาดูแข็งแกร่งและมีพละกำลังมากมีเครื่องหมายสีแดงบนชุดเกราะสีเงินชายคนนั้นและมีดาบขนาดใหญ่เหน็บอยู่ที่เอวของเขา ซึ่งมีพลังมากพอที่จะผ่าภูเขาออกจากกันได้“เครื่องหมายเปลวไฟสีแดงบนเกราะสีเงิน หรือว่าชายคนนั้นจะเป็นคนของหน่วยสยบมังกรรึเปล่า?” มีคนกระซิบทันใดนั้นเองก็ทำให้ผู้คนต่างก็ร้องอุทานขึ้นมาหน่วยสยบมังกรเป็นหน่วยในกองทัพที่ทรงพลังที่สุดของราชวงศ์มังกรเร้นกาย หน่วยของพวกเขาเคยต่อสู้ร่วมกับองค์จักรพรรดิผู้ก่อตั้งจักรวรรดิและชิงอาณาเขตอันกว้างใหญ่กลับมามีทหารเพียงแค่ห้าพันคนในหน่วยนี้และถ้าหากมีผู้เสียชีวิต ทหารที่มีฝีมือดีที่สุดจะถูกเลือกออกมาจากกองกำลังสำรองกว่า 30000 คนที่ถูกเตรียมเอาไว้นอกจากนี้ชุดเกราะและอาวุธยุทโธปกรณ์ของหน่วยสยบมังกรได้รับการขัดเกลาและประณีต ทุกการโจมตีมีพลังทำลายอันรุนแรง ทหารแต่ล่ะคนต่างก็มีฝีมือระดับนายพลผู้ทรงพลัง ซึ่งสามารถเอาชนะกองทหารศัตรูนับร้อยคนได้ด้วยตัวคนเดียว
“รองผู้บัญชาการหน่วยสยบมังกรจี๋กุย คนนี้จะขอปลิดชีพมันเอง!! ” ชายคนนั้นกำหมัดขึ้นเล็กน้อยพร้อมเปล่งเสียงของเขาออกมาเหมือนกลองศึก