ตอนที่ 185
บทที่ 186 ศิษย์น้องร่วมสำนัก
October 22, 2026
บทที่ 186 ศิษย์น้องร่วมสำนักใครจะไปคิดว่าจี๋กุยผู้ที่ก้าวร้าวคนนั้นจะกลายมาเป็นแบบนี้ ตอนนี้จี๋กุยดูเหมือนเด็กที่กำลังจะได้รับของขวัญชิ้นโปรด แสดงถึงความคาดหวังที่ไม่มีใครเทียบได้อดีตผู้บัญชาการ! คำไม่กี่คำที่เรียบง่าย แต่ก็ทำให้ผู้คนตกใจ รองผู้บัญชาการของหน่วยสยบมังกรตะโกนคำนี้ออกมาอย่างตื่นเต้น นี่มันหมายความว่าอย่างไร? พวกเขาไม่ได้โง่ พวกเขาพอเดาได้ในทันทีไร้หน้าเองก็ยังตกใจ ก่อนที่หลงเซี่ยจะจากไป เขาก็ได้รับการสอนกระบวนท่าการเคลื่อนไหวลึกลับและทักษะขั้นสูงรวมถึงได้รับเหรียญสัญลักษณ์ตราเลือดนี่มาด้วย พร้อมกับบอกว่าหากเขามีปัญหากับเหล่าทหารในอนาคตเหรียญนี้อาจจะมีประโยชน์ แต่เขาไม่เคยคิดว่าความหมายของเหรียญนี้จะเป็นสิ่งนี้อดีตผู้บัญชาการของหน่วยสยบมังกร นี่มันหมายความว่าอย่างไร? เขาเป็นอดีตผู้บัญชาการของกองกำลังที่ดีที่สุดของโลกอย่างนั้นเหรอ หน่วยสยบมังกรที่อยู่ยงคงกระพัน เคยออกรบไปทั่วทุกแห่งหนและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งโลกนั้นเคยอยู่ภายใต้คำสั่งของเขา“ข้านี่มันโง่จริงๆ ด้วยความแข็งแกร่งของอดีตผู้บัญชาการ ใครกันจะไปสามารถคุกคามเขาได้ เป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ ที่ได้รู้ว่าเขามีลูกศิษย์” จี๋กุยตบปากตัวเองจากนั้นเขาก็ถามอย่างคาดหวัง “เจ้าช่วยพาข้าไปเจอกับท่านอดีตผู้บัญชาการได้ไหม คนที่ให้เหรียญนี้กับเจ้าน่ะ” ไร้หน้าเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เขาสอนข้าเพียงสองสามวันจากนั้นเขาก็ออกเดินทางไป ตอนนี้ข้าไม่รู้แล้วว่าเขาอยู่ที่ไหน” จี๋กุยดูผิดหวังมาก“ข้าไม่ได้ยินเรื่องจากท่านอดีตผู้บัญชาการมานับสิบปีแล้ว ตอนนั้นข้ายังเป็นเพียงแค่ทหารธรรมดา ๆ”จี๋กุย รู้สึกผิดหวังและดวงตาของเขาแสดงให้เห็นถึงความคิดถึง หากปราศจากคำแนะนำของอดีตผู้บัญชาการ เขาคงจะไม่ประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้ จี๋กุยมองไปที่ไร้หน้าและแสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตรบนใบหน้าเฉยเมยของเขา “ดูเหมือนว่าข้าคงจะถือว่าเป็นศิษย์พี่ของเจ้าล่ะมั้ง ข้าขอเรียกเจ้าว่าศิษย์น้องจะได้รึเปล่า ?”ไร้หน้ากำลังสับสน ศิษย์พี่ ศิษย์พี่อย่างนั้นเหรอ? เขารู้สึกประหม่า หลงเซี่ยไม่เคยบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้“ศิษย์น้อง เจ้าเองก็เป็นสมาชิกของสำนักโล่พิทักษ์ด้วยงั้นหรือ?” จี๋กุยถาม“ลั่วอู๋เป็นเจ้านายของข้า” ไร้หน้ากล่าว“เจ้านายอย่างงั้นเหรอ ? เจ้าต้องล้อข้าเล่นแน่ ๆ ลูกศิษย์ของอดีตผู้บัญชาการอย่างเจ้ายอมเป็นข้ารับใช้เนี่ยนะ” จี๋กุยโกรธมาก “เจ้าเลิกรับใช้ลั่วอู๋เดี๋ยวนี้เลยนะ ”ทันใดนั้นไร้หน้าก็จ้องไปที่เขาด้วยจิตสังหารและคำรามออกมา “ถ้าเจ้ากล้าว่าร้ายนายท่าน ข้าจะฆ่าเจ้า”จี๋กุยตะลึงเขาไม่คาดคิดว่าไร้หน้าจะมีการตอบสนองที่รุนแรงมากขนาดนี้เขาไม่ได้กลัวไร้หน้า ด้วยความแข็งแกร่งของเขาต่อให้มีไร้หน้า 100 คนก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเพียงแต่เขาไม่ต้องการจะเป็นศัตรูกับลูกศิษย์ของอดีตผู้บัญชาการก็เท่านั้น“ศิษย์น้อง เจ้ามีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปรับใช้ลั่วอู๋ ” จี๋กุยกล่าวว่า “ถ้าเจ้าไม่กล้าพูด ข้าก็จะตัดสินใจให้แทนเจ้าเอง”คิ้วของไร้หน้าขมวดแน่น เขารู้ว่ามีช่องว่างความแข็งแกร่งระหว่างเขากับอีกฝ่าย ถ้าเขาหลุดปล่อยตัวออกไปตามอารมณ์ล่ะก็มันไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดแน่“การที่ข้าได้เรียนรู้วิชาจากอาจารย์หลงเซี่ยได้นั้นเป็นเพราะบารมีของนายท่าน” ไร้หน้ากล่าวออกมาจากนั้นก็เงียบไปสักครู่จี๋กุยตะลึงเล็กน้อยนี่มันเป็นไปไม่ได้เด็กที่ชื่อลั่วอู๋มีบารมียิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ?“ดูเหมือนว่าเจ้าเด็กที่ชื่อลั่วอู๋จะมีความสามารถสูงมากสินะ ด้วยที่เขามีสัมพันธ์ไมตรีกับอดีตท่านผู้บัญชาการ ข้าจะทำเป็นไม่สนใจเรื่องของมังกรกระดูกผีให้ก็ได้”คำพูดนี้ทำให้คนในสำนักโล่พิทักษ์โล่งใจขึ้นมาถึงพวกเขาจะไม่รู้ว่าไร้หน้าไปเรียนกับอาจารย์ที่ว่าตอนไหน เห็นได้ชัดว่าไร้หน้ามักจะติดตามเจ้านายของเขาตลอดเหมือนเงา เขาจะเอาเวลาที่ไหนไปร่ำเรียนวิชากับปรมาจารย์แต่มันก็ถือว่าเป็นเรื่องดีมันเป็นเรื่องที่ดีมากวิกฤตของสำนักโล่พิทักษ์ตอนนี้เหมือนจะเหลือเพียงแค่มู่เฉิงสีหน้าของมู่เฉิงดูแย่ลงมาก ใครจะไปรู้ว่าในช่วงแรกที่รองผู้บัญชาฝึกในค่ายทหารจะได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อเขามากมาจากอาจารย์ของคนรับใช้ลั่วอู๋อีกทั้งจี๋กุยยังถือเป็นศิษย์พี่ของคนรับใช้ลั่วอู๋อีกต่างหากมันเกินกว่าที่เขาจะรับได้แล้วเขาเรียกจี๋กุยว่าท่านอาจารย์ด้วยความเคารพ แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยจะตอบกลับทว่าตอนนี้จี๋กุยกลับเรียกคนรับใช้ของลั่วอู๋ว่าศิษย์น้องซะอย่างนั้น?
“ มู่เฉิง เจ้าสีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ เจ้าป่วยรึเปล่า?” ฉูจงฉวน กล่าวอย่างล้อเล่นและเย้ยหยัน
มู่เฉิงกระแอมอย่างเย็นชาแล้วหันเดินหนีออกไปทางซ้าย