ตอนที่ 189
บทที่ 190 สำนักเฉียนหลง
October 22, 2026
บทที่ 190 สำนักเฉียนหลง
หนึ่งเดือนผ่านไป
สำนักโล่พิทักษ์ได้จับคนจำนวนมากที่วางแผนที่จะฝ่าฝืนกฎหมายมาลงทัณฑ์ ซึ่งทำให้พวกหัวขโมยได้รู้ว่าสำนักโล่พิทักษ์นั้นไม่ใช่ลูกแกะอ่อนแอ แต่เป็นเสืออันดุร้าย หลังจากผ่านอะไรมามากสมาชิกทีมคุ้มกันคมมีดสองคนที่ใกล้จะก้าวสู่การเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงก็ประสบความสำเร็จในการยกระดับมิติวิญญาณ ภายใต้ความร่วมมือของทุกคน สำหรับพวกพี่ชายที่สำคัญของเขา ลั่วอู๋ไม่ได้ตระหนี่กับยาเม็ดและเขาก็ได้ให้เทียนหยวนหนิงลินสำหรับการฝึกฝน ตอนนี้ความแข็งแกร่งโดยรวมของทีมคุ้มกันคมมีดจึงได้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ และด้วยเหตุนี้เองจึงได้มีผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงถึง 3 คนในทีมคุ้มกันคมมีด แต่มันก็น่าหดหู่เช่นกันสำหรับลั่วอู๋ เพราะเขาไม่สามารถหาใครมาสังเวยให้กับดาบได้ ดาบระบำแห่งความตายดูเหมือนจะพัฒนาไปจนถึงกำแพง มันดูดซับเลือดของผู้ใช้พลังวิญญาณธรรมดามามากจน มันพัฒนาต่อไม่ได้แล้ว มันจึงติดอยู่แค่ในระดับสวรรค์ ทั้งที่เพียงแค่ก้าวเดียวก็จะได้เลื่อนขั้นระดับเป็นระดับตำนานแล้วแท้ ๆ ลั่วอู๋คาดว่ามันจะวิวัฒนาการได้อีกก็ต่อเมื่อได้ลิ้มรสเลือดของผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงหลาย ๆ คน“ ยังไงในตอนนี้ก็ปล่อย ๆ ไปก่อนก็แล้วกัน แค่ระดับสวรรค์ก็ถือว่าดีพอแล้ว” ลั่วอู๋คิด มันเป็นดาบคุณภาพสูงระดับสวรรค์ ซึ่งเท่านี้ก็สามารถทำลายการป้องกันของคนที่แข็งแกร่งระดับต่ำ ๆ ในหมู่ผู้ใช้พลังวิญญาณได้อย่างง่ายดายอย่างไรก็ตามลั่วอู๋นั้นประหลาดใจมากที่ศาลาไป่หยู่ฝั่งตรงข้ามเขากลับค่อนข้างเงียบสงบ ลั่วอู๋ได้แต่สงสัยว่าทำไมเขาจึงไม่ได้คิดจะทำอะไรกับสำนักโล่พิทักษ์ทั้ง ๆ ที่ร้านของเขาเปิดอยู่ตรงข้ามประตูของศาลาไป่หยู่แท้ ๆแต่อีกฝ่ายก็กลับไม่สนใจเขา แม้จะแย่งลูกค้าไปมากขนาดนี้ อีกฝ่ายก็ไม่ได้ดูโกรธเลย มันเป็นความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงสวนกลับเหมือนเขากำลังชกฝ้ายลั่วอู๋นั้นยังคงรอคอยที่จะต่อสู้กับศาลาไป่หยู่ในทางธุรกิจอยู่“ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงด้วยความสงบนิ่งงั้นสินะ ? ยังไงก็ยังไม่ควรมองข้ามอยู่ดี ความสงบนี้นี่แหละที่ทำให้ศาลาไป่หยู่สาขานี้ยากที่จะรับมือ” ลั่วอู๋รู้สึกตื่นตัวถ้าเขาได้รู้ถึงความคิดของลั๋วอู๋แล้วละก็ หยางกู่หลงเจ้าของร้านศาลาไป่หยู่สาขาเมืองหมิงนานคงจะต้องร้องไห้อีกรอบเป็นแน่จริง ๆ เขาแค่กลัวว่าจะทำให้ลั่วอู๋รู้สึกแย่ดังนั้นเขาจึงระวังในสิ่งเขาทำมันไม่ได้ซับซ้อนยุ่งยากอย่างที่เขาคิดเลยแม้แต่น้อยฉูจงฉวนเองก็ดูเป็นคนปกติ ๆ มากขึ้นถึงจะยังรักอิสระอยู่เหมือนเดิมก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตั้งแต่ที่เขาได้รับการยกระดับมิติวิญญาณเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูง เขาก็เริ่มจะติดยาสูบและฝิ่น เขามีความสุขมากที่ไม่ต้องเจอผู้คนตลอดทั้งวัน
ตอนนี้ไม่มีใครในตระกูลฉู ที่จะสามารถควบคุมเขาได้แล้วทว่าในวันนั้นจู่ ๆ ฉูจงฉวน ก็ปรากฏตัวขึ้นและวิ่งไปที่สำนักโล่พิทักษ์ เพื่อตามหาลั่วอู๋“การสอบคัดเลือกของเฉียนหลงจะเริ่มขึ้นแล้ว” ฉูจงฉวนมาถึงก็พูดประโยคนี้โดยไม่มีคำอธิบายใด ๆ จากนั้นก็พูดอะไรบางอย่างกับตัวเองด้วยความตื่นเต้นบนใบหน้าของเขาลั่วอู๋งง “อะไรของเจ้า”“เจ้าไม่รู้เหรอว่าการสอบคัดเลือกของเฉียนหลงกำลังจะจัดขึ้นน่ะ ? ต่อให้เป็นคนธรรมดา ๆ ก็ไม่มีข้อแก้ตัวว่าไม่รู้หรอกนะ อีกอย่างเจ้าเองก็มาจากตระกูลลั่วไม่ใช่หรือไม่รู้ได้ยังไง?” ฉูจงฉวนสงสัยลั่วอู๋กลอกตา “ข้าไม่ได้มีสถานะทางสังคมอะไรจะไปหาข้อมูลได้แบบเจ้าหรอกนะ อย่าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับตระกูลฉูของเจ้าสิ”“ที่เจ้าพูดมาก็ถูกละนะ” ฉูจงฉวนถึงกับผงกศีรษะ นั่นจึงยิ่งทำให้ลั่วอู๋สับสนต่อมาฉูจงฉวนก็ได้อธิบายให้ลั่วอู๋ฟังการสอบคัดเลือกของเฉียนหลงเป็นหนทางสำหรับการเข้าไปศึกษาในสำนักเฉียนหลง ในการรับสมัครลูกศิษย์ ทางสำนักเฉียนหลงได้คัดเลือกคนจากทั่วทั้งทวีปเพื่อให้ได้ศิษย์ที่ดีที่สุด