ตอนที่ 188
บทที่ 189 ดาบระบำแห่งความตาย
October 22, 2026
บทที่ 189 ดาบระบำแห่งความตายหลังจากที่เดินกลับออกไปจี๋กุยก็ออกอาการหดหู่เล็กน้อย อย่างไรก็ตามสำนักโล่พิทักษ์นั้นดูเหมือนได้รับความนิยมอย่างมากจนไม่มีใครกล้าดูถูกอีกซึ่งเมื่อข่าวเหล่านี้กลับมาสู่ตระกูลลั่ว มันก็ทำให้หลายคนประหลาดใจ ใครจะไปคิดว่าร้านเล็ก ๆ นั่นจะมีอิทธิพลได้มหาศาลขนาดนี้ อีกทั้งยังเป็นร้านของบุตรชายที่ถูกเนรเทศเสียด้วย ลั่วฮันเชียงผู้นำตระกูลคนปัจจุบันดูเหมือนจะเข้าใจแล้วว่าทำไมบรรพบุรุษของเขาถึงให้ความสำคัญกับลั่วอู๋มาก ดังนั้นเขาจึงสั่งให้หยางกู่หลงไปเชิญเขากลับมา อย่างไรก็ตามหยางกู่หลง ที่ได้รับคำสั่งมาก็ยิ่งหัวใจสลาย อย่าขอให้เขาพาลั่วอู๋กลับมาเลย ตอนนี้แค่เดินเข้าประตูเขายังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ ณ คฤหาสน์ตระกูลลั่ว ชายคนหนึ่งกำลังนั่งดื่มสุราเมามาย เดิมทีเขาเป็นคนที่ใจเย็นและมีความคิดซับซ้อนมาก แต่ตอนนี้เขากลับปล่อยตัวเองไปเรื่อยเปื่อย ชายคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นไปนอกเสียจากลั่วฮั่นฮั๊ว อดีตผู้นำตระกูลลั่ว หลังจากที่เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้นำตระกูลลั่วเขาก็เปลี่ยนไป เขากลายเป็นคนหดหู่ ดื่มสุราทั้งวัน หมดสิ้นศักดิ์ศรีในอดีตทั้งหมด อย่างที่ทุกคนในตระกูลรู้กันว่า เขาได้หมดสิ้นหนทางทุกอย่างแล้ว เมื่อไปทำให้ท่านบรรพบุรุษโกรธ“หยุดดื่มสุราเถอะเจ้าค่ะ” หญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้น เสื้อผ้าของผู้หญิงนั้นงดงามและมีท่าทางดูสง่างาม นางสวมชุดผ้าไหมที่ละเอียดอ่อน นางดูเป็นห่วงจนสามารถเห็นริ้วรอยชัดเจนบนใบหน้าของนางได้ ผู้หญิงคนนี้คือภรรยาลำดับหนึ่งของลั่วฮั่นฮั๊ว ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นนายหญิงของตระกูลลั่ว – เหวินหรง“อย่ามายุ่งกับข้าน่า!” ลั่วฮั่นฮั๊วคำรามและผลักเหวินหรง ออกไป เหวินหรงล้มลงกับพื้นใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลั่วฮั่นฮั๊วจ้องมองไปที่เหวินหรงอย่างโกรธเคือง “เจ้าบอกข้ามาได้ไหมล่ะว่าทำไมเจ้าถึงสั่งการให้คนของเราไปลอบสังหารลั่วอู๋ ทำไม!” ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงโง่คนนี้ที่ตัดสินใจออกคำสั่งในนามของเขาสิ่งต่าง ๆ ก็คงไม่มาถึงจุดนี้“ข้ากลัวว่าเขาจะกลับมาแก้แค้นข้าเจ้าค่ะ” ใบหน้าของเหวินหรงมีร่องรอยของความกลัวปรากฏอยู่ “เขาเติบโตเร็วเกินไป ข้าต้องฆ่าเขาก่อนจะสายเกินไป” ลั่วฮั่นฮั๊วอยากจะตบผู้หญิงข้าง ๆ เขาสักที “เจ้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยไม่ใช่รึไง เขาต้องการแก้แค้นทั้งตระกูลลั่ว แล้วเจ้าไปเกี่ยวอะไรกับเขาเล่า?” ใบหน้าของเหวินหรงมีน้ำตาใส ๆ ไหลลงมาสองเส้น นางดูสิ้นหวังมาก“ ที่เมืองไฉฟางตอนที่เขาเกิด ข้าเพิ่งทำธุระเสร็จ เสียงร้องไห้ของเขาทำให้ข้าหงุดหงิด และข้าจำได้ว่าเขาเป็นลูกของท่านกับหญิงอื่น ด้วยความโกรธข้าเลยไปขอให้ใครสักคนทำลายสะพานแห่งพันธสัญญาของเขา ทำให้เขาไม่สามารถฝึกฝนพลังวิญญาณได้ตลอดชีวิต ทว่าตอนนี้เขากลับได้เดินไปบนเส้นทางแห่งการฝึกฝนพลังวิญญาณอีกครั้ง เขาจะต้องกลับมาแก้แค้นข้าแน่ ๆ ”“ เจ้าโง่!” ลั่วฮั่นฮั๊วโกรธมากเขาไม่คาดคิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้หญิงคนนี้จะเสนอให้เนรเทศลั่วอู๋ ไปยังที่ห่างไกลถึงขนาดนั้น นางคงอยากให้เขาไม่สามารถกลับมาที่นี่ได้อีกทั้งชีวิต“ท่านพี่ข้าควรจะทำอย่างไรดีเจ้าค่ะ” เหวินหรงตัวสั่นด้วยความกลัวอย่างไรก็ตามลั่วฮั่นฮั๊ว ได้สงบลงแล้วในขณะนี้ เขาเดินไปที่เหวินหรงอย่างช้า ๆ จากนั้นก็นั่งยอง ๆโดยใช้มือวางเบา ๆ ที่ด้านหลังคอของนางอย่างอ่อนโยน“เจ้าต้องจัดการปัญหาที่ตัวเองก่อไม่ใช่เหรอ?” น้ำเสียงของลั่วฮั่นฮั๊ว สงบลงอย่างมากและยังเผยให้เห็นร่องรอยของความอ่อนโยนอันน่ากลัวรูม่านตาของเหวินหรงขยายออกจากนั้นนางก็หน้ามืดและเป็นลมไปลั่วฮั่นฮั๊วตะคอก “มัดนางไว้ให้ข้า แล้วส่งนางไปที่ห้องเก็บฟืน”…………
ลั่วอู๋ขอให้หลี่หยินไปซื้อรองเท้าหนังมาให้เขาอีกในวันเดียวกัน แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป ตามคำสั่งของลั่วอู๋หลี่หยินได้ซื้อรองเท้าหนังมาหนึ่งคันเกวียน
ในมิติไหลั่วอู๋กำลังยุ่งมากเขาไม่ได้สนใจดาบเลือดเดือดระดับธรรมดา ๆ เขาคิดถึงสิ่งที่จี๋กุยบอกว่าดาบเลือดเดือดสามารถพัฒนาได้แน่นอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนมีกฎเกณฑ์ในตัวเอง ที่เขาสนใจก็คือเขาจะทำให้ดาบเลือดเดือดธรรมดากลายเป็นอาวุธในตำนานได้อย่างไรแม้ว่ามันจะสามารถดื่มเลือดและวิวัฒนาการได้อย่างอิสระเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด แต่การวิวัฒนาการก็น่าจะถูกจำกัดด้วยระดับของคุณสมบัติอยู่ดีดังนั้นสิ่งที่ลั่วอู๋ต้องการก็คือการสร้างดาบเลือดเดือดที่มี่ “คุณสมบัติ” ดีมากพอนั่นเองแต่มันก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างลำบากก่อนอื่นเขาควรใช้ไม้แดงและชวนมิงเพื่อช่วยเสริมพลังในการสังเคราะห์ให้กับสมุนไพรเลือดปะทุจากนั้นก็สังเคราะห์ดาบเลือดเดือดด้วยสมุนไพรเลือดปะทุนั้นและรองเท้าหนังวัวเมื่อได้ดาบเลือดเดือดมาแล้วก็เอามันสองอันมาสังเคราะห์เข้าด้วยกัน เพื่อค้นหาเป็นไปได้หนึ่งในร้อยเพื่อที่จะสร้างดาบเลือดเดือดที่ได้ถูกยกระดับ