ตอนที่ 187
บทที่ 188 พิสูจน์ได้
October 22, 2026
บทที่ 188 พิสูจน์ได้ลั่วอู๋ตกใจมาก ดาบเล่มนี้สูบเลือดเข้ามางั้นเหรอ? มันถูกเรียกว่าดาบเลือดเดือดได้ยังไงกันเนี่ย? เจ้านี่มันควรจะถูกเรียกว่าดาบดูดเลือดซะมากกว่า
การฆ่าศัตรูด้วยดาบนี้สามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ มันเหมาะกับสงครามที่ต้องสู้กับศัตรูเป็นกลุ่มและสงครามที่ยืดเยื้อ ตราบเท่าที่ผู้ใช้สามารถฆ่าศัตรูได้ มันก็เทียบเท่ากับการพกพาถังเก็บพลังวิญญาณที่สามารถฟื้นฟูพลังวิญญาณได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดติดมาด้วย
มันมีความสามารถที่จะทำแบบนั้นได้ ลั่วอู๋เข้าใจความรู้สึกของจี๋กุยในทันที ดาบชนิดนี้เหมาะสำหรับใช้ในการทหารเป็นอย่างมาก ไม่น่าแปลกใจที่เขาตื่นเต้นมากที่ได้เห็นดาบเลือดเดือดที่นี่ “อย่างไรก็ตามคุณภาพของดาบเล่มนี้ก็ไม่ได้ดีนัก หากเจ้าพบคู่ต่อสู้ที่มีอาวุธยอดเยี่ยมกว่าหรือคู่ต่อสู้ที่มีความแข็งแกร่งแตกต่างกันมาก ดาบนี้ก็จะหักลงได้ง่าย ๆ เลยนะ” ลั่วอู๋รู้สึกสงสัย หากดาบหักลงแล้วมันก็จะไม่มีประโยชน์อะไรอีก ผลที่ทรงพลังมันก็ไร้ค่า จี๋กุยส่ายหัว “ ถ้าดาบเลือดเดือดมันหักได้ง่าย ๆ แบบนั้น ข้าจะให้ค่ามันมากขนาดนี้ได้อย่างไรเล่า เมื่อหมื่นปีก่อน ในสมัยที่วิชาศิลปะการต่อสู้ยังไม่ได้เลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ความน่ากลัวของดาบเลือดเดือดนี้เคยทำให้ทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องสั่นคลอน มันได้ดึงดูดการต่อสู้มาสู่ผู้คนนับไม่ถ้วนและทำให้เกิดเป็นทะเลเลือด ”ลั่วอู๋ยังคงดูงงงวยรอจี๋กุยพูดต่อ “มันยังมีคุณสมบัติที่สองอยู่อีก ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทำให้มันเป็นที่ต้องการ คุณสมบัติที่สองของดาบเลือดเดือดนั้นก็คือ” จี๋กุยหายใจเข้าลึก ๆ “มันสามารถดื่มเลือดเพื่อยกระดับตัวมันเองได้” ลั่วอู๋ตกใจอีกครั้ง สามารถยกระดับตัวมันเองได้ด้วยการดื่มเลือด? “เจ้าไม่ได้ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย ? มันเป็นสิ่งของนะ มันจะพัฒนายกระดับตัวเองเหมือนกับมนุษย์ได้ยังไงกัน?” ลั่วอู๋โพล่งออกมา จี๋กุยส่ายหัว “ข้าก็ไม่รู้ แต่ดาบชนิดนี้ไม่สามารถตัดสินได้ด้วยสามัญสำนึก ในสมัยโบราณดาบที่เลื่องชื่อสามในสิบอันดับแรกล้วนแต่เป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ที่วิวัฒนาการพัฒนายกระดับมาจากดาบเลือดเดือด” ในยุคของศิลปะการต่อสู้โบราณอาวุธมนตราหลายชนิดได้ปรากฏขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตามหลังจากการปรากฏตัวของผู้ใช้พลังวิญญาณประสิทธิภาพของอาวุธก็ลดลงไปอย่างมาก ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียวิธีการหลอมของอาวุธมนตราต่าง ๆ ดังนั้นจึงมีอาวุธเพียงไม่กี่ชิ้นที่จะได้รับการยกย่องหากต้องการใช้ทุนทรัพย์จำนวนมากเพื่อให้ได้มาซึ่งดาบมนตรา คงจะเป็นการดีกว่าที่จะไปหาสัตว์วิญญาณที่มีทักษะแบบเดียวกับดาบมนตรานั้น ๆ ด้วยวิธีนี้ดาบมนตราจึงดูไร้ค่าแม้พลังและความสามารถของมันจะไม่ธรรมดาถ้าผู้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้โบราณนั้นคือทหาร ผู้ใช้พลังวิญญาณก็คือทหารที่มีพลังเหนือธรรมชาติพวกเขาสามารถติดปีกโผบินขึ้นไปในอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้ได้ผู้ใช้พลังวิญญาณที่ได้ฝึกฝนพลังแห่งพันธสัญญากับสัตว์วิญญาณนั้นไม่ต่างอะไรไปจากผู้วิเศษ พวกเขาต่างก็เชี่ยวชาญในวิธีการเหนือธรรมชาติต่าง ๆ และทหารที่ไม่มีพลังเหนือธรรมชาติก็ไม่สามารถเทียบเคียงกับพวกเขาได้เลยลั่วอู๋ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าดาบที่เขาสังเคราะห์ขึ้นเมื่อหนึ่งปีก่อนจะมีต้นกำเนิดที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้แต่เดี๋ยวก่อนนะ เจ้านี่มันทำมาจากอะไร?มันเป็นสูตรสังเคราะห์รึเปล่า?เขาลืมมันไปแล้ว!!!ในที่สุดจี๋กุยก็ถามคำถามที่เขาอยากรู้มากที่สุด “เจ้าไปได้ดาบนี้มาจากที่ไหนในโลกกัน เจ้ายังมีมันอยู่อีกรึเปล่า?”“เดี๋ยวก่อนข้ายังไม่แน่ใจเท่าไหร่” ลั่วอู๋ทิ้งคำพูดไว้ จากนั้นเขาก็รีบเดินออกจากประตูไป เข้าไปในห้องที่ปิดสนิทจี๋กุยกำลังสับสนเขาหมายความว่ายังไง? เขาไม่แน่ใจว่ามีมันอีกไหมงั้นเหรอ ?เขามีมันอีก ? หรือไม่มีมันแล้ว ?แต่เขาก็ไม่อยากกลับออกไปตอนนี้ เพราะบางทีลั่วอู๋อาจจะเจอมันแล้วเรียกเขาก็ได้ลั่วอู๋เข้าสู่มิติไหทันที“มันทำมาจากอะไรกับอะไรกันล่ะเนี่ย ?” ลั่วอู๋ครุ่นคิดอยู่นานและก็นึกออกถึงเหตุการณ์ในอดีต “ข้าจำได้ว่าตอนนั้นข้าขอให้หลี่หยินออกไปซื้อรองเท้าหนังวัวสักคู่ แต่หลังจากนั้นข้าก็ยุ่งเกินไปและลืมมันไป”รองเท้าบูทหนังวัวส่วนอีกอย่างก็น่าจะเป็นสมุนไพรเลือดปะทุเขาจำได้ว่าดาบเลือดเดือดเองก็น่าจะเป็นสูตรสังเคราะห์แบบหนึ่ง แต่ตอนนั้นเขาคิดว่ามันแย่เกินไปในจึงไม่ได้สังเคราะห์มันเพิ่มไว้อีกลั่วอู๋ครุ่นคิดอยู่นาน แต่ในที่สุดเขาก็ลองสังเคราะห์มันอีกครั้งดูรองเท้าบูทหนังวัวและสมุนไพรเลือดปะทุถูกสังเคราะห์เข้าด้วยกัน[ได้รับ ดาบเลือดเดือด (ระดับ สวรรค์ ระดับกลาง), แต้มเซียน+ 5]“โอ้ นี่มันเยี่ยมมากแถม มันเป็นสูตรสังเคราะห์จริง ๆ ด้วย”ลั่วอู๋รีบออกจากมิติไหเขากลับเข้าไปที่ห้อง ๆ เดิมแล้วโยนดาบเลือดเดือดลงต่อหน้าจี๋กุย “เจ้าต้องการดาบเหล่านี้กี่เล่มล่ะ ข้าหาได้มากมายเท่าที่เจ้าจะต้องการเลย”