ตอนที่ 196
บทที่ 197 เจ้าป่วยหรือเปล่า
October 22, 2026
บทที่ 197 เจ้าป่วยหรือเปล่า“อาฮ่าฮ่า ตัวสำรอง?” “หลี่หยินนั้นอยู่ขั้นบน ๆ ของระดับ A แต่เจ้าอยู่เพียงแค่ระดับตัวสำรอง นายน้อยรู้สึกอายบ้างไหม?” “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” “ไก่อ่อนจริง ๆ เจ้ามารับการทดสอบผู้ใช้พลังวิญญาณให้ตัวเองอัปยศทำไมเนี่ย น่าอายชะมัด” ฉูจงฉวนยิ้มเยาะอย่างไร้ความปรานีลั่วอู๋กลอกตา “ เจ้าหัวเราะ จนพอใจแล้วหรือยัง?” ฉูจงฉวนหายใจเข้าลึก ๆ และฝืนยิ้ม การแสดงออกของเขากลับมาดูสง่างาม “พอแล้ว ๆ ตอนนี้พวกเราต้องวางแผนกันแล้วล่ะ ถ้าเจ้ายังเกือบไม่ผ่านรอบแรกแบบนี้ละก็ ข้าควรทำอย่างไรดี การที่ข้าตัดสินใจให้โควตากับเจ้ามันชักดูเหมือนว่าข้าไม่มีวิสัยทัศน์เสียแล้วสิ” “ไปให้พ้น.” “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” เดิมทีแล้วฉูจงฉวนนั้นไม่ได้สนใจจริง ๆ จังหรอก เพราะแม้ว่าเขาจะให้โควตากับคนที่เหลือในตระกูลฉู แต่พวกเขาก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะเข้าร่วมสำนักเฉียนหลงได้ ในความเป็นจริง มันก็ยังมีความเป็นไปได้อยู่มากที่ ระดับ B จะสามารถผ่านการทดสอบรอบแรกไปได้ ลั่วอู๋จึงไม่ได้กังวลกับเรื่องนี้เช่นกัน ถ้าเขาไม่สามารถผ่านการทดสอบไปได้ละก็ เขาก็จะสมัครเป็นคนรับใช้ของหลี่หยิน จากนั้นก็จะให้นางพาเข้าไปที่สำนักเฉียนหลงใบหน้าของมู่เฉิงดูดีขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนว่าลั่วอู๋จะมีทักษะแค่ในด้านของการปรับแต่งพลังวิญญาณเท่านั้น ในแง่ของผู้ใช้พลังวิญญาณนั้นไม่ได้สูงจนน่ากลัวอะไร ท้ายที่สุดแล้วยังไงโลกนี้ก็ยังคงขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งอยู่ดี ต่อให้ลั่วอู๋จะมีวิชาการปรับแต่งที่ดีแค่ไหน แต่ถ้าเขาไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอ เขาก็จะถูกกลืนกินหายไปเองในสักวันคนส่วนใหญ่ต่างพากันดูถูกลั่วอู๋ ระดับ B นั้นถือได้ว่าเป็นเพียงแค่ชนชั้นกลางเท่านั้น มันไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย บุคคลเช่นนี้สมควรที่จะมีสาวใช้แข็งแกร่งระดับ A จริง ๆ เหรอ? เพื่ออะไรกัน?อย่างที่เคยมีคำกล่าวไว้ในอดีต ถ้าหากเจ้าดีพอก็จะไม่ถูกใครอิจฉา เพราะพวกเขาจะสามารถมองเห็นได้แค่เพียงด้านหลังของเจ้าเท่านั้นอย่างไรก็ตามพวกเขาในตอนนี้คิดว่าลั่วอู๋นั้นดีไม่พอ เขามีเพียงแค่เงินทุนอันน่าอิจฉา ดังนั้นความอิจฉาริษาเหล่านี้จึงกลายเป็นความหึงหวง“เดี๋ยวก่อน” ในขณะที่พรรคพวกลั่วอู๋ทั้งสามคนกำลังจะเดินจากไป ก็มีเสียงดังขึ้นมาเจ้าของเสียงนั้นคือผู้หญิงที่ท่าทีแข็งกร้าวเหมือนกับน้ำแข็ง ดูไร้อารมณ์และตัวตนเหมือนรูปสลักหยก เสียงนั้นเหมือนกับสายน้ำใสที่ไหลลงมาจากภูเขาหิมะ ทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวในทันทีที่ได้ยินใบหน้าของนางดูค่อนข้างเหมือนคนใจแคบลั่วอู๋หันศีรษะไปมองนางและเลิกคิ้วเล็กน้อย “มีปัญหาอะไร?”“นายน้อยเอ๋ย ข้าสงสัยว่าเจ้าจะยกสาวใช้ของเจ้าให้ข้าได้ไหม?” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วลั่วอู๋ตกตะลึงและโพล่งออกมา “เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ?”ฉูจงฉวนส่ายหัวครั้งแล้วครั้งเล่า นี่มันทั้งหยาบคายและบ้าบิ่นเกินไป เขาพูดจาน่ารังเกียจกับผู้หญิงที่สวยงามเช่นนี้ได้อย่างไรฝั่งหญิงสาวเองก็ไม่คิดว่าลั่วอู๋จะมีปฏิกิริยาแบบนี้เช่นกัน นางจึงตกตะลึงไปชั่วขณะ “ข้ามีชื่อว่า หนานกงหยิงเอ๋อมาจากพระราชวังหยู่หวัง”พระราชวังหยู่หวังเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีอิทธิพล ซึ่งครอบครองเหล่าผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงที่ทรงพลังมากในจักรวรรดิบรรพบุรุษตระกูลของพวกเขาคือจักรพรรดิวิญญาณระดับเพชรที่มีฉายาว่า “ราชาขนนก” พวกเขาครอบครองพื้นที่ในส่วนของชายแดนและคอยขยายขอบเขตอิทธิพลให้กับในหลาย ๆ มณฑลวิชาของคนจากพระราชวังหยู่หวัง จะเน้นไปที่ความคล่องแคล่วและความเร็ว สัตว์วิญญาณทุกตัวที่ถูกฝึกโดยคนจากพระราชวังหยู่หวัง ต่างก็มีชื่อเสียงในด้านความเร็ว ระดับที่ว่าบรรลุขั้นสูงสุดในด้านความเร็ว“ แล้วมันยังไง ?” ลั่วอู๋ถาม
หนานกงหยิงเอ๋อกล่าวต่อ “สาวใช้ของเจ้ามีคุณสมบัติที่ไม่เลว เหมาะสมที่จะได้รับการฝึกฝนทักษะในพระราชวังหยู่หวังของพวกเรา ตราบใดที่เจ้าเต็มใจที่จะคืนอิสรภาพให้กับนาง ข้าพร้อมจะมอบหินวิญญาณ 500,000 ก้อนเพื่อชดเชยให้เจ้า”
“เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ?” ลั่วอู๋ขมวดคิ้วและพูดอีกครั้งร่องรอยของความโกรธฉายในดวงตาของหนานกงหยิงเอ๋อ