ตอนที่ 205
บทที่ 206 รอบที่สองของการทดสอบคัดเลือกเฉียนหลง
October 22, 2026
บทที่ 206 รอบที่สองของการทดสอบคัดเลือกเฉียนหลง
ณ พื้นที่ล่าสัตว์ขนาดใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเซิงฟู
เดิมพื้นนี้เป็นพื้นที่ล่าสัตว์ที่ทางราชวงศ์มังกรเร้นกายได้จัดตั้งขึ้น ต่อมามันก็ถูกทิ้งร้างเพราะการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในพื้นที่
ที่นี่มีสัตว์วิญญาณหลากหลายประเภทจากทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามเนื่องจากไม่มีใครมาคอยดูแลพวกมัน สัตว์วิญญาณเหล่านี้จึงเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้นเหมือนหญ้าป่า กลายเป็นพื้นที่อันตรายทำให้ผู้คนธรรมดาไม่กล้าเดินเข้าไปในวันนี้เหล่าเยาวชนผู้เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นจาก 12 มณฑลใกล้เคียงได้มารวมตัวกันที่นี่ เพื่อเข้าร่วมการสอบคัดเลือกเฉียนหลงในรอบที่สอง ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นที่นี่ โดยจะตัดสินเลือกเพียงแค่ 50 อันดับแรกเพื่อเป็นตัวแทนในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของจักรวรรดิ มีผู้มีความสามารถมากมายจากทั่วทุกมณฑลทั้งสิบสองได้ถูกรวบรวมเข้าด้วยกัน ส่วนคนที่ไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ก็ดูเหมือนจะเป็นตัวตนที่ไร้ค่าไปเลยชายสวมหน้ากากมังกรดำ หรือทูตเฉียนหลงได้ออกมาพูด “พวกเจ้าแต่ละคนจะได้รับแผ่นหยกไปคนละอัน โดยพวกเจ้าสามารถเอาชนะผู้เข้าทดสอบคนอื่นแล้วชิงแผ่นหยกของพวกเขามาเป็นของเจ้าได้”
“สิบวันหลังจากนี้ พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องมารวมตัวกันที่ชานเมืองทางตะวันออกของพื้นที่ล่าสัตว์นี้ และผู้ที่ไม่มีแผ่นหยกจะถูกตัดสินให้ตกรอบและต้องถอนตัวออกไป”
“แน่นอนว่ายิ่งมีแผ่นหยกมากเท่าไหร่ เจ้าก็จะได้อันดับที่สูงขึ้นตามจำนวนนั้น”
“ยังไงก็ตามการทดสอบรอบนี้ถือเป็นการต่อสู้ เอาชีวิตรอดระหว่างความเป็นและความตาย” ทูตเฉียนหลงส่งเสียงแหบลงมาเล็กน้อย ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกเย็นชาไปทั่วทั้งร่าง“เกณฑ์การทดสอบคัดเลือกรอบนี้ดูจะไม่เป็นธรรมกับเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุและผู้ปรับแต่งพลังวิญญาณที่ต้องต่อสู้เพื่อชิงแผ่นหยกเท่าไหร่เลยนะขอรับ” ชายหนุ่มที่มีกลิ่นยาทั้งตัวถามขึ้นมา
“ตรงไหนกันที่ไม่ยุติธรรม?” ทูตเฉียนหลงถามอย่างเย็นชา ชายหนุ่มกล่าวต่อไป “ก็นักเล่นแร่แปรธาตุนั้นไม่มีทางทรงพลังเท่ากับผู้ใช้พลังวิญญาณระดับยอดฝีมือไม่ใช่เหรอขอรับ จะให้ไปสู้กันได้ยังไง?”“แล้วอะไรทำให้พวกเจ้าสู้พวกเขาไม่ได้ล่ะ !” “ ในฐานะนักเล่นแร่แปรธาตุเจ้ากลั่นยาพิษออกมาไม่ได้หรือยังไง?”
ชายหนุ่มคนนั้นตกตะลึง เขาไม่ได้นึกถึงมันด้วยซ้ำ “แล้วผู้ปรับแต่งพลังวิญญาณล่ะเจ้าคะ … ” หญิงสาวที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งถามด้วยเสียงต่ำทูตเฉียนหลงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดูผิดหวัง “พวกเจ้านี่กล้าเรียกตัวเองว่าอัจฉริยะได้ยังไง ? ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรกันเลย ยังกับดอกไม้ในเรือนกระจก มีสัตว์วิญญาณตั้งมากมายในพื้นที่ล่าสัตว์ ในฐานะผู้ปรับแต่ง ถ้าเจ้าไม่รู้ว่าจะยืมพลังของพวกมันมาได้อย่างไร หรือสัตว์วิญญาณในรูปแบบใด ๆ นำมาใช้ประโยชน์ในการต่อสู้ได้ ข้าก็ไม่ต้องการที่จะรับพวกเจ้าเข้ามาสอนหรอก”
หญิงสาวรู้สึกตื่นตระหนกเกินกว่าจะพูดเถียงได้ทูตเฉียนหลงทำมองตรวจดูเหล่าผู้เข้าร่วมทดสอบทุกคน “การแข่งขันนี้นั้นยุติธรรมแล้ว และข้าจะไม่ยอมรับผู้ที่ไม่รู้จักวิธีใช้จุดแข็งของตนให้เป็นประโยชน์ เข้าใจแล้วใช่ไหม?”ทุกคนได้แต่พยักหน้ายอมรับจากนั้นทูตของเฉียนหลงก็ดีดนิ้วของเขา แสงสีม่วงกะพริบขึ้นมาที่แหวนสัตว์วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขา จากนั้นมันก็กลายเป็นสัตว์วิญญาณสีม่วงตัวเล็กรูปร่างเหมือนนากหลายคนประหลาดใจที่ได้เห็นสัตว์วิญญาณสีม่วงตัวนั้นสัตว์วิญญาณระดับเงิน – สัตว์ร้ายแห่งวังวนสัตว์วิญญาณประเภทนี้นั้นมีค่ามาก แม้ว่าประสิทธิภาพการต่อสู้จะไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่มันมีความสามารถในการเดินทางผ่านช่องมิติได้ด้วยการคำราม“กรรร”สัตว์ร้ายแห่งวังวนส่งเสียงคำรามจากนั้นประตูมิติก็เปิดออกอย่างช้า ๆ“เพื่อให้การทดสอบเป็นไปอย่างยุติธรรม พวกเจ้าจะถูกทำให้กระจัดกระจายกันไปยังที่ต่าง ๆ ของพื้นที่ล่าสัตว์เป็นกลุ่ม ๆ ” ทูตเฉียนหลงกล่าวอย่างแผ่วเบา
จากนั้นทูตของเฉียนหลงก็เริ่มแยกกลุ่มคนออกคนจากเขตเจียงซีเข้าไปที่ประตูมิติวิญญาณนี้ส่วนเขตเพ็งเจงไปทางนั้น……“อืม ทำไมกลุ่มของเมืองหมิงหนานมีคนหายไปสามคนกันนะ” ทูตเฉียนหลงรู้สึกไม่พอใจมากผู้คนจากเมืองหมิงหนานมองหน้ากันตอนนี้ในกลุ่มของพวกเขามีคนหายไปสามคนจริง ๆทันใดนั้นเมื่อมู่เฉิงรู้ว่าสามคนที่หายไปคือลั่วอู๋และพรรคพวก เขาก็พูดออกมาว่า “ท่านทูตเฉียนหลง ข้าว่าพวกเขาอาจจะคิดว่าตัวเองไม่น่าจะผ่านการทดสอบคัดเลือกเลยยอมแพ้กลับไป”
“เป็นอย่างนั้นหรอกเหรอ ?” ทูตเฉียนหลงครุ่นคิดเล็กน้อยขณะเดียวกันหนานกงหยิงเอ๋อ ก็กล่าวขึ้นมาว่า “ข้าหวังว่าท่านทูตเฉียนหลงน่าจะรออีกสักหน่อย ข้าเชื่อว่าพวกเขาจะต้องมาอย่างแน่นอน”ผู้คนต่างประหลาดใจ