ตอนที่ 206
บทที่ 207 มันเป็นของข้าแล้ว
October 22, 2026
บทที่ 207 มันเป็นของข้าแล้ว
ลั่วอู๋ลืมตาขึ้นและก็พบว่าตัวเองได้มาอยู่กลางป่าทึบเสียแล้ว แต่เขาก็ยังถือว่าโชคดีที่ไม่ตกลงไปในรังของสัตว์วิญญาณหรือเจอกับคู่แข่งคนอื่นในทันที
“จงออกมา” ลั่วอู๋ใช้ไหปีศาจ ปล่อยผีหลายร้อยตัวออกมา ผีเหล่านี้ล้วนเป็นสัตว์วิญญาณระดับระดับทองแดงมิติ 1 และ 2 ดังนั้นลั่วอู๋จึงสามารถปล่อยพวกมันหลายร้อยตัวออกมา เพื่อให้พวกมันทำงานตามที่ตัวเองต้องการได้อย่างง่ายดายถึงแม้ว่าพวกมันจะอ่อนแอมาก จนแม้แต่คนธรรมดาก็สามารถทำให้พวกมันตกใจกลัวได้ด้วยมีดทำครัวก็ตามที
แต่พวกมันมีข้อได้เปรียบที่สมบูรณ์แบบมากอยู่ข้อหนึ่ง นั่นก็คือพวกมันมีสติปัญญา “ทั้งหมดกระจายออกไป ถ้าพวกเจ้าพบใครหรือสัตว์วิญญาณเข้าใกล้ ให้กลับมารายงานข้าในทันที” ลั่วอู๋กระซิบเหล่าผีพยักหน้าจากนั้นก็กระจัดกระจายกันไป กลุ่มผีลอยไปมาอยู่รอบ ๆ ลั่วอู๋ แม้มันจะค่อนข้างน่ากลัว แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้อันตรายเลยแม้แต่น้อยลั่วอู๋เลือกที่จะหยุดลงพักผ่อนก่อน ตลอดการเดินทางเขาเหนื่อยล้ามากแล้ว และต้าหวงเองก็เหนื่อยมากเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงต้องการการพักผ่อนที่ดี มันจะเป็นการดีที่สุดหากไม่ไปต่อสู้กับใครในเวลานี้ต้องบอกว่าเลยว่าความสามารถของผีเหล่านี้อยู่ในระดับที่ไม่เลวเลยทีเดียว พวกมันรู้จักวิธีแยกแยะว่าสิ่งใดนั้นอันตรายและสิ่งใดไม่เป็นอันตราย
มันเหมือนกับว่าถ้าพวกมันเจองูหลามยักษ์ที่น่าจะพบได้ทั่วไป พวกมันก็จะปล่อยไปเฉย ๆ แต่ถ้าเจอเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ดูไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์ในที่แบบนี้ ดูผิดวิสัย พวกมันจะกลับมาเตือนในทันที ประมาณสามชั่วโมงต่อมาลั่วอู๋ก็กลับออกมาจากมิติไห ในสภาพที่ทั้งทางร่างกายและพลังวิญญาณเต็มเปี่ยมแต่ลั่วอู๋ก็ไม่ได้เรียกเหล่าผีกลับมา เพราะเขาพบว่าผีเหล่านี้สามารถตรวจจับอันตรายได้ดี ซึ่งเหมือนกับการมีดวงตาคอยสอดส่องระวังอันตรายให้กับเขาหลายร้อยดวง
“พวกเจ้าคอยตรวจสอบต่อไปให้ข้า ไปสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบและรายงานการเปลี่ยนแปลงให้ข้าทราบด้วย” ลั่วอู๋ออกคำสั่ง
จากนั้นพวกมันก็ทำตามหน้าที่สำรวจสภาพแวดล้อมอย่างตรงไปตรงมา
นี่มันช่างสมบูรณ์แบบลั่วอู๋มองไปที่สภาพแวดล้อมโดยรอบ ที่นี่เป็นป่าทึบดึกดำบรรพ์ที่แทบไม่มีร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์อยู่เลย พืชทุกชนิดเติบโตอย่างไร้การควบคุมมีร่องรอยมากมายของสัตว์วิญญาณที่นี่ ซึ่งผสมผสานระหว่างร่องรอยเก่าและความใหม่ทำให้เขารู้สึกว่า อาจจะต้องเผชิญหน้ากับสัตว์วิญญาณที่อันตรายได้ในทุกที่ทุกเวลาจังหวะนั้นเองจากข้างในมิติไห ต้าหวงได้ส่งข้อความมาบอกเขาว่าแมลงกินวิญญาณระดับนางพญาแมลงเริ่มตรวจจับลมปราณของพวกเดียวกันได้จากบริเวณใกล้เคียง
ใบหน้าของลั่วอู๋เริ่มเคร่งเครียดในทันทีดูเหมือนว่าเขาจะได้พบกับหยีเทียนเฉินซะแล้วลั่วอู๋เรียกเหล่าผีหลายร้อยตัวกลับมา เพราะเขาต้องใช้พลังวิญญาณในการควบคุมพวกมันหากเขาจะต้องควบคุมแมลงกินวิญญาณระดับนางพญาไปพร้อมกับเหล่าผีละก็ พลังวิญญาณของเขาจะไม่พอ การใช้ความสามารถพิชิตควบคุมสัตว์วิญญาณระดับทองเพียงตัวเดียวก็ถึงขีดจำกัดของลั่วอู๋แล้ว เขาจึงไม่สามารถควบคุมผีพวกนี้ได้อีก…………หยีเทียนเฉินเดินไปมาอย่างอิสระในพื้นที่ล่าสัตว์เขามีแผ่นหยกเจ็ดใบที่เอวของเขา แสดงให้เห็นว่าเขาเอาชนะผู้เข้าทดสอบมาแล้วอย่างน้อยหกคน ซึ่งนี่เป็นเพียงแค่วันแรกเท่านั้นการสอบคัดเลือกในรอบนี้นั้นค่อนข้างโหดจู่ ๆ หยีเทียนเฉินก็รู้สึกใจสั่น มันไม่ใช่ความรู้สึกจากตัวของเขาเอง แต่เป็นความรู้สึกที่มาจากสัตว์วิญญาณ คู่พันธสัญญาของเขา – แมลงกินวิญญาณระดับนางพญา“เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?” หยีเทียนเฉินถามแมลงกินวิญญาณระดับนางพญาตอบทันควัน : มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสัตว์วิญญาณชนิดเดียวกัน และอีกฝ่ายก็มีพลังมากทีเดียวปฏิกิริยาแรกของหยีเทียนเฉินคือความตื่นเต้นมีแมลงกินวิญญาณที่ทรงพลังในพื้นที่ล่าสัตว์นี้งั้นเหรอ? หรือว่าจะเป็นแมลงกินวิญญาณระดับนางพญา? หากปล่อยให้แมลงกินวิญญาณระดับนางพญาของเขากินมันเข้าไป ความแข็งแรงของมันจะเพิ่มขึ้นอย่างมากมันยากมากที่จะปรับแต่งเพาะพันธุ์แมลงกินวิญญาณระดับนางพญาดังนั้นมันจึงยากที่เขาจะสามารถพัฒนานางพญาของเขาให้ยกระดับขึ้นไปได้ไกลกว่านี้
“ข้าต้องหามันให้เจอ” หยีเทียนเฉินบินไปยังทิศทางตามที่แมลงนางพญาบอก แต่เมื่อเขาไปถึงที่หมาย ก็พบว่าจู่ ๆ ลมปราณนั้นก็หายไป