ตอนที่ 210
บทที่ 211 พันธมิตรชั่วคราว
October 22, 2026
บทที่ 211 พันธมิตรชั่วคราวหลังจากเดินมานาน ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงที่ปลอดภัย ลมหายใจของลั่วอู๋อ่อนแรง และใบหน้าของเขาซีดเซียวเพราะความเหนื่อย“นายน้อย!” หลี่หยินตะโกนขึ้น ลั่วอู๋ส่ายหัว “ไม่ต้องเป็นห่วงไป ข้าแค่ใช้พลังวิญญาณไปมาก เจ้าไปพักเถอะ”
แม้มันจะดูเหมือนว่าลั่วอู๋ ไม่ได้ทำอะไรเลยแต่ก็สามารถปราบทั้ง 4 คนจากทีมฮันซานได้อย่างง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงนั้นมันไม่ง่ายอย่างที่เห็น
เพราะเขาต้องจ่ายพลังวิญญาณอย่างมากในการควบคุมแมลงกินวิญญาณระดับนางพญาในการทำแบบนั้น แมลงกินวิญญาณนั้นไม่ได้ไร้เทียมทาน แม้ว่าศัตรูจะหาพวกมันไม่พบ แต่พวกเขาก็สามารถยับยั้งได้ด้วยการปล่อยคลื่นพลังวิญญาณอันทรงพลังยิ่งไปกว่านั้นความแตกต่างของระดับมิติวิญญาณระหว่างแมลงกินวิญญาณและศัตรู มีผลทำให้แมลงกินวิญญาณระดับนางพญาต้องใช้พลังวิญญาณมากขึ้นอีกด้วย
ซึ่งแน่นอนว่าพลังวิญญาณที่แมลงกินวิญญาณระดับนางพญานั้นต้องจ่ายก็ได้รับมาจากลั่วอู๋อีกที
ดังนั้นหากสมาชิกทั้งสี่คนของกลุ่มฮันซานปฏิเสธที่จะหยุดใช้พลังวิญญาณและเลือกที่จะข่มพลังวิญญาณที่เดือดพล่านเหล่านั้นด้วยพลังวิญญาณของตนเอง
ลั่วอู๋ก็ไม่มีทางที่จะเอาชนะพวกเขาได้เลย โชคยังดีที่พวกเขาคิดว่าตัวเองถูกวางยาพิษ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าใช้พลังวิญญาณสุ่มสี่สุ่มห้าเมื่อได้ยินคำพูดของลั่วอู๋หลี่หยินก็โล่งใจ ส่วนลั่วอู๋ก็ปล่อยผีนับร้อยออกมาให้ทำหน้าที่เฝ้ายาม จากนั้นเขาก็หลบไปนอนพักผ่อนกับหลี่หยินที่เดิม …… ……ขณะเดียวกันที่อีกด้านหนึ่ง สมาชิกทั้งสี่คนจากทีมฮันซานรู้สึกโกรธมาก “พี่ชาย พวกเราจะปล่อยมันไปอย่างนี้จริง ๆ เหรอ ?” คนในกลุ่มบางคนรู้สึกไม่พอใจมากชายในชุดสีฟ้าขาวเองก็ดูโกรธ “แน่นอนสิ มันไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ ๆ ที่จะจัดการกับลั่วอู๋ใช่ไหมล่ะ ? ถึงอย่างนั้นข้าก็จำหน้าตามันได้แล้ว ไว้เอาคืนมันทีหลังก็ได้”
“ถึงอย่างนั้นพวกเราก็เสียแผ่นยกไป 13 แผ่นเลยนะ ข้าเกรงว่ามันคงจะยากสำหรับพวกเราที่จะผ่านรอบสองนี้ไปได้ทุกคน”
ทั้งสี่คนต่างคร่ำครวญ ตอนนี้มันยากมากที่ทั้งสี่คนจะติดอันดับ 50 คนแรก โดยเฉพาะเมื่อการทำงานหนักตลอดเวลาสามวันของพวกเขาได้สูญเปล่าไปแล้ว มันจึงยากยิ่งขึ้นไปอีก“จนกว่าจะถึงเวลานั้น พวกเรามาช่วยกันชิงแผ่นหยกเพื่อพยายามให้มีคนผ่านรอบสองได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้กันเถอะ ส่วนพี่น้องคนที่ไม่ผ่านรอบสองข้าจะจ่ายค่าชดเชยให้เอง” ชายในชุดสีฟ้าขาวกล่าว
จากนั้นพวกเขาก็รวมตัวกันพร้อมที่จะมองหาเหยื่อรายใหม่ เพื่อชดเชยแต้มที่สูญเสียไป
ทันใดนั้นเองคลื่นพลังวิญญาณอันน่ากลัวนับไม่ถ้วนก็พุ่งโจมตีพวกเขา มันเต็มไปด้วยพลังทำลายล้างที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
“การโจมตีจากข้าศึก ทุกคนระวัง! ” ชายในชุดสีฟ้าขาวคำรามในเวลาต่อมาหัวใจของพวกเขาก็เย็นยะเยือกการโจมตีเหล่านี้ไม่ได้มีทักษะพลังวิญญาณระดับทอง และดูเหมือนว่าผู้ที่โจมตีมาบางส่วนก็เป็นเพียงแค่ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับเงินด้วยซ้ำมันเป็นการโจมตีที่ลอบกัดที่เผลอช่างเป็นการปิดล้อมจู่โจมที่ไร้ยางอาย“อ้ากก”เสียงตะโกนอันน่าเศร้าหลายครั้งดังขึ้นเหล่าคนจากทีมฮันซานไม่มีโอกาสได้รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนโจมตีพวกเขา พวกเขาถูกโจมตีบดขยี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยโดยไม่ทันได้ตั้งตัวร่างสิบร่างปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ พวกเขากระซิบกันอย่างแผ่วเบา เสียงนั้นดูเหมือนกำลังซ่อนตัวอยู่ มันทั้งเรียบและต่ำจนหากไม่ตั้งใจฟังก็คงจะไม่ได้ยิน
“ทำไม พวกเขาถึงไม่มีแผ่นหยกกัน”“พวกเราโชคร้ายจริง ๆ ที่ต้องมาเจอกับผู้แพ้”“รีบไปหาเป้าหมายต่อไปกันเถอะ”พวกเขาคุยกันสั้น ๆ แล้วก็ออกเดินทางไปต่ออย่างรวดเร็วในความมืดมิดนั้นมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองมาที่พวกเขาฉูจงฉวนที่กำลังเหนื่อยอ่อน ร่างของเขาพิงอยู่กับต้นไม้แห้ง จากนั้นเขาก็นวดขมับของตัวเองและพยายามทำให้จิตใจของเขาร่าเริงขึ้น
ตลอดสามวันที่ผ่านมา เขายังไม่ได้หลับตาลงนอนเลยแม้แต่น้อย
เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดจำนวนมาก ปกติคราบเลือดเหล่านี้จะถูกกำจัดออกไปโดย ฉูจงฉวนผู้รักความสะอาดอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้พลังวิญญาณของเขาในการทำความสะอาดคราบเลือดบนเสื้อแต่อย่างใด
เพราะเขาต้องการรักษาพลังวิญญาณของเขาเอาไว้ เขาจึงไม่สามารถสูญเสียพลังวิญญาณไปอย่างสิ้นเปลืองได้เนื่องจากเขาวิ่งหนีมาเป็นเวลานาน อาการของเขาจึงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยิ่งไปกว่านั้นเขาถูกซุ่มโจมตีโดยกลุ่มชายลึกลับหลายคนหลังจากที่เขาได้เข้าสู่พื้นที่ล่าสัตว์ฉูจงฉวนนั้นได้รับบาดเจ็บ เขาจึงต้องจำใจโยนแผ่นหยกออกไป เพื่อดึงดูดความสนใจของอีกฝ่าย ทำให้เขาหนีรอดออกมาได้
จิตใจของฉูจงฉวนเต็มไปด้วยความแค้นและความเกลียดชัง