ตอนที่ 209
บทที่ 210 ไม่ใช่เรื่องของเจ้า
October 22, 2026
บทที่ 210 ไม่ใช่เรื่องของเจ้า“นี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร” กลุ่มคนในชุดสีฟ้าขาวทั้งสี่คนต่างลุกลี้ลุกลนพยายามกระตุ้นพลังวิญญาณในร่างเพื่อปราบปรามพลังวิญญาณที่ตนเองไม่สามารถควบคุมได้ในร่าง เพราะหากเป็นแบบนี้ต่อไปเส้นวงจรพลังวิญญาณของพวกเขาจะต้องถูกทำลายลงด้วยพลังวิญญาณที่คลุ้มคลั่งนี้เป็นแน่
ลั่วอู๋เหลือบมองไปที่พวกเขา “ข้าแนะนำว่าอย่าทำแบบนั้นจะดีกว่านะ”
“ทำไมกันล่ะ ?” ชายในชุดสีฟ้าขาวถามออกมาโดยไม่รู้ตัว
“เพราะยิ่งพวกเจ้าใช้พลังวิญญาณมากเท่าไหร่ พลังวิญญาณก็จะยิ่งคลุ้มคลั่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น และในที่สุดพลังวิญญาณของพวกเจ้าก็จะระเบิดออกมา ทำให้เส้นวงจรพลังวิญญาณทั้งหมดระเบิดออกมา”
เมื่อได้ยินเช่นนี้กลุ่มในชุดสีฟ้าขาวทั้งสี่คนก็ตื่นตระหนก พวกเขาหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ลงในทันทีและไม่กล้ากระตุ้นพลังวิญญาณอีก
แน่นอนว่าเมื่อพวกเขาไม่ได้กระตุ้นพลังวิญญาณแล้ว พลังวิญญาณที่เดือดพล่านวุ่นวายก็ค่อย ๆ ลดลงกลับมาเป็นปกติ
“เร็ว รีบกินยาแก้พิษเข้าไป” เมื่อวิกฤตถูกหยุดลงชั่วคราว ชายในชุดสีฟ้าขาวก็สั่งการให้พรรคพวกกินยาต้านพิษอย่างรวดเร็ว
พวกเขารีบหยิบยาแก้พิษออกมาและกลืนลงไป อาจจะเป็นด้วยผลทางจิตวิทยา สีหน้าของพวกเขาจึงดูดีขึ้นเล็กน้อย“นายน้อย!” หลี่หยินเดินเข้ามาหาลั่วอู๋ด้วยความประหลาดใจ
ลั่วอู๋ลูบหัวหลี่หยินและพูดด้วยรอยยิ้ม “หลบไปข้างหลังข้าซะ ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายเจ้าแน่”
หลี่หยินพยักหน้า ชายในชุดสีฟ้าขาวจ้องมองมาที่ลั่วอู๋ “เจ้าเป็นใครกัน ? ลั่วอู๋งั้นเหรอ ? ผู้หญิงคนนี้เป็นสาวใช้ของเจ้าใช่รึเปล่า ? เจ้ากล้าวางยาพวกเราแบบนี้คิดจะหาเรื่องตายรึยังไง ?”พวกเขาต่างก็ได้รู้ความจริงเรื่องหนึ่งในทันที ความจริงที่ว่าลั่วอู๋เป็นเพียงแค่ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับเงิน มิติ 7เท่านั้นพวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวล แต่อย่างใด “ทำไมพวกเจ้าดูจะไม่เกรงกลัวพิษของข้าเลย ?” ลั่วอู๋มองไปที่ชายในชุดสีฟ้าขาวอย่างติดตลกชายในชุดสีฟ้าขาวหัวเราะเบา ๆ “ยาแก้พิษสากลของทีมฮันซานของข้า เป็นยาระดับเจ็ดซึ่งสามารถล้างพิษได้ถึงหมื่นรูปแบบ พิษของเจ้าซึ่งเป็นเพียงแค่ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับเงิน จะมีความแข็งแกร่งไปกว่ามันได้อย่างไร?”
“โอ๊ย มันมีพลังมากน่า เชื่อข้าเถอะ” ลั่วอู๋พูดแล้วก็เงียบไป
ชายในชุดสีฟ้าขาวดูเหมือนจะหงุดหงิดกับท่าทีของลั่วอู๋ “ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับเงิน มิติ 7 อย่างเจ้าเอาความกล้าบ้าบิ่นหยิ่งยโสมาจากที่ไหนกัน ถ้าเจ้าวางยาข้าแบบลับ ๆ ละก็ข้าก็อาจจะกลัวพิษของเจ้าอยู่บ้าง แต่ในเมื่อเจ้ากล้าปรากฏตัวอย่างเปิดเผยตัวท้าทายต่อหน้าข้าแบบนี้ อย่าตำหนิข้าว่าโหดร้ายเลยนะ ต่อให้เจ้าจะมอบแผ่นหยกให้ข้า ข้าก็คงจะไม่ปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ แน่ ”
“ถ้าเจ้าต้องการแผ่นหยกหรือชีวิตของข้า เจ้าก็สามารถเขามาชิงไปได้เลย ถ้าเจ้ามีความสามารถมากพอที่จะช่วงชิงมันไปละก็นะ” ลั่วอู๋หยิบแผ่นหยกแปดใบออกมาแสดงเย้ยหยัน
ดวงตาของทั้งสี่คนในชุดสีฟ้าขาวฉายแววประหลาดใจแม้ว่าพวกเขาจะทำงานร่วมกันและประสบความสำเร็จในการช่วงชิงแผ่นหยกมาได้ แต่พวกเขาก็จำเป็นต้องแบ่งปันแผ่นหยกเหล่านั้นที่พวกเขาได้มาอย่างเท่าเทียม ดังนั้นความคืบหน้าของพวกเขาจึงช้ากว่าคนที่มาเดี่ยว ๆ มาก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเลือกโจมตีคนที่ไม่แข็งแกร่งและครอบครองแผ่นหยกหลายใบแต่พวกเขาไม่ได้คาดคิดว่าจะได้มาพบกับเด็กชายคนนี้ ที่เป็นเพียงผู้ใช้พลังวิญญาณระดับกลางแต่กลับมีแผ่นหยกอยู่มากมายถึง 8 ใบ นี่มันเป็นเป้าหมายในการล่าที่ดีที่สุด
ชายในชุดสีฟ้าขาวบางคนมองอย่างระแวดระวังไปทางหนานกงหยิงเอ๋อ “สหายจากพระราชวังหยู่หวังดูเหมือนว่าแผ่นหยกแปดชิ้นนี้จะต้องตกเป็นของพวกเราทีมฮันซานแล้วละนะ”
หนานกงหยิงเอ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ใช่เพราะนางต้องการหยก แต่เป็นเพราะนางผิดหวังกับลั่วอู๋เดิมทีนางต้องการเอาชนะลั่วอู๋ด้วยมือของนางเองเพื่อล้างความอัปยศในอดีต แต่ใครจะไปคิดว่าลั่วอู๋นั้นจะปัญญาอ่อนไปท้าสู้สุ่มสี่สุ่มห้า คิดจะสู้แบบ 4-1 กับศัตรูอีกทั้งสี่คนนั้นยังเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงอีกด้วยแม้แต่ตัวนางในตอนนี้ก็คงตึงมือหากต้องจัดการกับทั้งสี่คนนี้พร้อม ๆ กัน“บางทีผู้ชายคนนั้น อาจไม่รู้ว่าข้าให้ความสำคัญกับมันมาก” หนานกงหยิงเอ๋อหัวเราะกับตัวเองแล้วส่ายหัว “พวกเจ้าอยากจะทำอะไรก็ทำตามใจเลย ข้าจะไม่เข้าไปขัด”
เหล่าผู้คนจากทีมฮันซานรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อยหากหนานกงหยิงเอ๋อต้องการที่จะร่วมด้วยในการต่อสู้ครั้งนี้ เรื่องมันจะยุ่งยากขึ้นเสียเปล่า ๆเนื่องจากอีกฝ่ายมีแผ่นหยกถึงแปดชิ้นอยู่ในกำมือ“ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับเงิน มิติ 7 อย่างเจ้าจงพ่ายแพ้ลงไปแล้วส่งหยกพวกนั้นให้แก่พวกข้าเสียเถอะ” ชายในชุดสีฟ้าขาวใช้พลังความสัมพันธ์ร่วมมือของมนุษย์และสัตว์วิญญาณสิงโตย่อมต่อสู้กับกระต่ายอย่างสุดกำลัง ซึ่งเขาเองก็รู้ดีว่ามีหลายคนที่แข็งแกร่งแม้จะเป็นเพียงผู้ใช้พลังวิญญาณระดับกลาง เขาจึงเลือกที่จะสู้สุดกำลังเงาของวิญญาณไม้น้ำแข็งสว่างขึ้นมาเถาวัลย์บาง ๆ สิบเจ็ดต้นพุ่งออกมาจากพื้นและแทงไปที่ลั่วอู๋ลั่วอู๋ไม่ได้ลนลานเขาแค่ตวัดดาบเบา ๆ และเสียงตัดที่ชัดเจนก็ดังขึ้น
เสียงดาบดังสลับไปมากับเสียงฟัน หลังจากได้ยินเสียงเหล่านี้ชายในชุดสีฟ้าขาวก็คุกเข่าลงกับพื้นในทันที มีเหงื่อเย็นไหลลงมาและสีหน้าของเขาก็ดูเจ็บปวดทรมาน
“พี่ชาย เป็นอะไรไปขอรับ?” อีกสามคนแปลกใจ “พี่ชาย เกิดอะไรขึ้นกับท่านกัน?”