ตอนที่ 215
บทที่ 216 เรื่องของภูตไห
October 22, 2026
บทที่ 216 เรื่องของภูตไห
ลั่วอู๋ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีความคิดเช่นนั้น
“ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ ดูเหมือนว่าข้าจะคิดมากเกินไป” ลั่วอู๋ขอโทษอย่างเชื่องช้า เขาโล่งใจขึ้นมาก
เหวินเสี่ยวหายใจเข้าลึก ๆ และสงบลง “ข้ารู้ว่า เจ้าคงจะสงสัยว่าทำไม ข้าถึงมาช่วยเหลือเจ้า” เหวินเสี่ยวกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เหตุผลก็คือศาลาไป่หยู่สาขาเมืองหมิงหนาน เป็นคนมอบโควตาสำหรับเข้าร่วมการทดสอบเฉียงหลงให้กับข้า”หัวใจของลั่วอู๋บีบแน่นและดวงตาของเขาก็เป็นประกายด้วยความหนาวเย็น
ศาลาไป่หยู่? ตระกูลลั่ว! อีกฝ่ายถูกส่งมาโดยตระกูลลั่ว! ลั่วอู๋กดมือของเขาไว้ที่เอวพร้อมที่จะเรียกต้าหวงออกมาจากไหปีศาจ น้ำเสียงของเขาเย็นชาลง “เจ้าต้องการอะไร ?”“ใจเย็น ๆ ก่อนน่า ถ้าข้าจะมีเจตนาร้าย ข้าคงจะไม่มาบอกเรื่องนี้กับเจ้าต่อหน้าอย่างเปิดเผยเช่นนี้หรอก” เหวินเสี่ยวกล่าว
หัวใจของลั่วอู๋หลวมลงเล็กน้อย ที่เขาพูดมามันก็จริงอยู่ แต่ลั่วอู๋ก็ยังคงไม่นิ่งนอนใจและเฝ้าระวัง
เหวินเสี่ยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าของร้านหยางของศาลาไป่หยู่ ไหว้วานขอให้ข้ามาบอกเจ้าว่า เขาไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับสำนักโล่พิทักษ์ของเจ้า ยิ่งไปกว่านั้นทางตระกูลลั่วยังมีคำสั่งโดยตรงจากหัวหน้าตระกูลว่าห้ามเป็นศัตรูกับเจ้า และทางตระกูลลั่วหวังว่าเจ้าจะลืมอดีตได้ และกลับไปที่ตระกูลลั่วอีกครั้ง ”
ลั่วอู๋เริ่มสับสนเล็กน้อย อะไรเนี่ย? ทำไมตระกูลลั่วถึงวางท่าทางประนีประนอมแบบนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?ความคิดแรกของลั่วอู๋คืออีกฝ่ายกำลังหลอกเขาอยู่ ตระกูลลั่วนั้นได้ส่งผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงมาล้อมสำนักโล่พิทักษ์เมื่อสองสามเดือนก่อน อีกทั้งตัวเขาเองยังได้ไปสังหารตระกูลวู่ ซึ่งเป็นตระกูลในเครือของตระกูลลั่ว มันเป็นการหยามหน้าอย่างรุนแรงสำหรับตระกูลลั่วอะไรเป็นสาเหตุให้ตระกูลลั่วจู่ ๆ ก็เปลี่ยนท่าทีไป?“ถ้าอย่างนั้นทำไมเขาถึงไม่มาบอกข้าด้วยตัวเองล่ะ นอกจากนี้เขายังเชิญคนมาสร้างปัญหาในวันที่สำนักโล่พิทักษ์เปิดให้บริการอีกด้วย” ลั่วอู๋ถามเหวินเสี่ยวตอบ “เท่าที่ข้ารู้สิ่งที่เกิดขึ้นในวันเปิดตัวของสำนักโล่พิทักษ์ น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดและเจ้าของร้านหยางเองก็พยายามส่งคนมาส่งจดหมายคุยกับเจ้าแล้วหลายครั้ง แต่เขาไม่เคยมีโอกาสเพราะเจ้า ซ่อนตัวอยู่ในสำนักโล่พิทักษ์และไม่ยอมออกมาปรากฏตัวเสียที ”ลั่วอู๋นึกถึงจดหมายลับที่เขาได้รับตอนไปทดสอบรอบแรกที่สำนักมณฑลจดหมายนั่นมันเป็นของจริงอย่างงั้นเหรอ?“แล้วทำไมเขาไม่แจ้งให้คนงานร้านรู้ล่ะ ทำแบบนี้ คิดว่าข้าจะรู้ท่าทีของศาลาไป่หยู่เหรอ ?” ลั่วอู๋ไม่เข้าใจ“ดูเหมือนว่าจะมีคำสั่งมาจากทางหัวหน้าตระกูลลั่ว ให้บอกเจ้าได้เพียงคนเดียวเท่านั้น” เหวินเสี่ยวอธิบาย “นั่นเองก็เป็นเหตุผลที่ผู้จัดการหยางต้องขอให้ข้ามาบอกเรื่องนี้กับเจ้า”
ลั่วอู๋รู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่ไม่กล้าบอกคนอื่นว่าไม่มีเจตนาร้าย นี่มันคือความจริงใจแบบไหนกัน ?“ข้าเองก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว ข้าจะช่วยให้เจ้าให้ผ่านการประเมินรอบที่สอง เพื่อตอบแทนบุญคุณของศาลา ไป่หยู่ นอกจากนั้นก็ไม่ใช่เรื่องของข้าแล้วล่ะ” เหวินเสี่ยวกล่าว
ลั่วอู๋หลงอยู่ในภวังค์ความคิดอีกฝ่ายหวังว่าเขาจะปล่อยผ่านเรื่องต่าง ๆ ในอดีตงั้นเหรอ?แล้วยังหวังให้เขากลับไปที่ตระกูลลั่วอีกด้วยแม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ว่าตระกูลลั่ววางแผนอะไรอยู่กันแน่ แต่ลั่วอู๋ก็ยังเลือกที่จะไม่สนใจมันตระกูลลั่วเป็นหนี้เขามากเกินไป ความดีความชอบเพียงเล็กน้อยเท่านี้ ไม่ช่วยให้เขาอยากกลับไปหรอก อีกอย่างตัวลั่วอู๋เองก็ไม่คิดที่จะนับตัวเองว่าเป็นคนในตระกูลลั่วมานานแล้วด้วย ต่อให้เขาได้รู้ถึงสิ่งที่ตนเองสงสัยในอดีต เขาก็คงจะไม่กลับไปที่นั่นอยู่ดี
แสงสว่างจ้าของแคมป์ไฟสะท้อนให้เห็นใบหน้าของลั่วอู๋ที่ดูหดหู่
หลังจากนั้นไม่นานเหวินเสี่ยวก็พูดว่า “จบเรื่องของตระกูลลั่วแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาคุยเรื่องที่ข้าสงสัยแล้ว”
ลั่วอู๋ถามอย่างสับสน “เจ้ามีเรื่องอะไรสงสัยงั้นเหรอ?”