ตอนที่ 216
บทที่ 217 เข้าใจผิด
October 22, 2026
บทที่ 217 เข้าใจผิด
เมื่อเห็นความชื่นชมของเหวินเสี่ยวที่มีต่อภูตไห ลั่วอู๋ก็ตัดสินใจที่จะไม่พูดถึงไหปีศาจและความสามารถที่เขามีโดยเด็ดขาด
“เจ้ากำลังจะบอกว่าภูตไหนั้นยังมีชีวิตงั้นเหรอ?” ลั่วอู๋ถาม
เหวินเสี่ยวพยักหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ “แน่นอนสิ นอกจากนี้สัตว์วิญญาณคู่พันธะของเจ้านั้นยิ่งเป็นการพิสูจน์ได้อย่างดีว่ามันยังมีชีวิตอยู่ สัตว์วิญญาณที่แปลกประหลาดเหนือสามัญสำนึกเช่นนี้นอกจากภูตไหแล้ว ใครจะปรับแต่งมันออกมาได้กันเล่า?”
ลั่วอู๋ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ สมองของเขารีบทำงานอย่างรวดเร็ว มันเป็นเรื่องบังเอิญมากที่ต้าหวงได้ทักษะลมหายใจมังกรมาหากมันไม่มีทักษะกลืนกินแล้วละก็ มันคงไม่สามารถกลืนกินเนื้อของงูยักษ์ในป่าหวงชา ซึ่งมีสายเลือดของมังกรได้
นอกจากนี้ถ้ามันไม่ได้กลับเข้าไปในไหปีศาจ มันก็คงจะไม่สามารถยับยั้งพลังวิญญาณอันน่ากลัวของงูยักษ์ที่มันกินเข้าไปได้เช่นกัน
การปรับแต่งด้วยไหปีศาจนั้นมีข้อดีมากมาย แต่มันก็ทำให้ชะตากรรมและตัวตนการคงอยู่ของต้าหวงเปลี่ยนไปมากเช่นกัน
“เจ้าต้องการไปที่ส่วนลึกของป่าหวงชาไหมล่ะ ? บางทีภูตไหอาจจะยังอยู่ที่นั่นก็ได้นะ?” ลั่วอู๋ถาม
เหวินเสี่ยวส่ายหัว “มันผ่านมาตั้ง 1 ปีแล้ว อีกทั้งภูตไหคงไม่ต้องการให้มาพบมัน ข้าคิดว่าเจ้าน่ามีอะไรเกี่ยวข้องกับภูตไหซะอีก … ” “เจ้ามีเบาะแสอื่นรึเปล่าล่ะ ?” ลั่วอู๋ถาม เหวินเสี่ยวแสดงสีหน้าหนักแน่น “ว่ากันว่าหวังเหาเทพเจ้าผู้พิทักษ์แห่งราชวงศ์มังกรเร้นกาย เคยได้ไปสัมผัสใกล้ชิดกับภูตไห นอกจากนี้ยังมีบันทึกมากมายเกี่ยวกับภูตไหในสำนักเฉียนหลง ดังนั้นข้าจึงมาเข้าการทดสอบคัดเลือกเฉียนหลงในครั้งนี้”ลั่วอู๋ตกตะลึงในตอนแรก จากนั้นก็ประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม มีบันทึกเกี่ยวกับภูตไหในสำนักเฉียนหลง?! แถมเทพเจ้าผู้พิทักษ์นั้นยังเคยได้เจอกับภูตไหอีก ตอนแรกเขาตัดสินใจเข้าร่วมการทดสอบของสำนักเฉียนหลง เพียงเพื่อจะได้พบกับสัตว์วิญญาณหลาย ๆ ประเภท เพื่อทำหนังสือสัตว์วิญญาณในไหปีศาจให้สมบูรณ์และปลดความสามารถใหม่ ๆ ของไหปีศาจแต่ตอนนี้มันต่างออกไป เขาต้องไปหาภูตไห ไหปีศาจต้องมีภูตไหเท่านั้น มันถึงจะสามารถเป็นไหปีศาจที่สมบูรณ์ได้เขาต้องเข้าร่วมสำนักเฉียนหลงให้จงได้ “ข้าจะต้องเข้าร่วมสำนักเฉียนหลง เพื่อตามหาภูตไห ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาหยุดข้าได้” เหวินเสี่ยวพูดอย่างจริงจัง ดวงตาที่อ่อนโยนของเขาฉายแววแห่งความบ้าคลั่งสิ่งนี้ทำให้ลั่วอู๋รู้สึกกังวลเล็กน้อยใครจะไปคิดว่าชายหนุ่มที่มีความอ่อนโยนคนนั้นเองก็มีด้านที่ก้าวร้าวเช่นนี้อยู่“เจ้าต้องการพบกับภูตไหเพื่ออะไรงั้นหรือ ?” ลั่วอู๋ถามอย่างระมัดระวัง
“เพื่อ … ” คำพูดของเหวินเซียวหยุดลงอย่างกะทันหัน ดูเหมือนเขาจะรู้ตัวว่าไม่ควรพูดมากเกินไป เขาไม่ควรบอกคนอื่นในเรื่องนี้ไปแบบลวก ๆ
เหวินเสี่ยวกลับมาเป็นชายหนุ่มผู้อ่อนโยนพร้อมกับความเขินอายในรอยยิ้มของเขาอีกครั้ง “ข้าคงจะบอกเจ้าไม่ได้ มันเป็นความลับของข้า”
หลังจากนั้นเหวินเสี่ยวก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินจากไปลั่วอู๋เฝ้ามองไปที่หลังของเขา ขณะที่เขาเดินออกจากถ้ำพร้อมครุ่นคิดมันก็สมเหตุสมผลแล้วที่จะมองหาภูตไหด้วยตัวเอง แต่ปัญหาก็คือเขาต้องการจะทำอะไรกับมันกันแน่? มันจะยากไปไหมในการจะเอาชนะภูตไหด้วยตัวคนเดียว? มันดูเหมือนจะเป็นเรื่องเพ้อฝัน
ในเวลานี้เสียงที่เบาเหมือนยุง ก็ดังมาจากด้านข้างของ ลั่วอู๋ “นายน้อยเจ้าคะ”
“มีอะไรงั้นเหรอ ?” ลั่วอู๋มองย้อนกลับไปและพบว่า หลี่หยินตื่นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ นางกำลังลืมตามองไปที่เขาอย่างระมัดระวัง
“เจ้าตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” ลั่วอู๋ถามอย่างสงสัย “ข้าคุยกับเหวินเซียวเสียงดังเกินไปหรือเปล่า?”
หลี่หยินกระซิบด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ “ข้าตื่นขึ้นมาตั้งแต่ในตอนที่นายน้อยพูดว่าชอบข้า เจ้าค่ะ”
ลั่วอู๋กะพริบตาและใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงตอนนั้นเขาคิดว่าเหวินเสี่ยวมีรสนิยมแปลก ๆ บางอย่าง เขาจึงไม่สามารถเลือกคำพูดของเขาได้ ยิ่งไปกว่านั้นลั่วอู๋ไม่คิดว่าหลี่หยินจะได้ยินที่เขาพูด“นายน้อยกรุณาเข้ามาใกล้ ๆ ข้าสักครู่ได้ไหมเจ้าคะ”เสียงสั่นของหลี่หยินดังมาจากข้างในถ้ำลั่วอู๋ขยับเท้าอย่างยากลำบากเดินมาที่ด้านหลี่หยินแล้วค่อย ๆ นั่งลง ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อมากเขาทั้งสับสนและมึนงงทำอะไรไม่ถูกลั่วอู๋นั้นไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์ในตอนนี้หลี่หยินพิงศีรษะของนางบนไหล่ของลั่วอู๋ นางไม่กล้ามองเขาตรง ๆ จากนั้นนางก็พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ข้าเองก็ชอบนายน้อยที่สุดเหมือนกันเจ้าค่ะ”ปากของลั่วอู๋แห้งและหัวของเขาก็ว่างเปล่าพวกเขาไม่ได้พูดอะไรกันอีกเพิ่มเติม พวกเขารักษาสถานะนี้ไว้เป็นเวลานานเหลือเกินในที่สุดเสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็ดังขึ้นมาจากข้างกายของเขา