ตอนที่ 219
บทที่ 220 ทัวป๋าเจียฉี
October 22, 2026
บทที่ 220 ทัวป๋าเจียฉี
เขาไม่แปลกใจเลยที่ผลจะจบลงแบบนี้
หลังจากที่ได้ดูดซับแก่นของวิญญาณมาจากพระราชวังวิญญาณแล้ว ความแข็งแกร่งของภูตไฟก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ภูตทะเลทรายเองก็ได้รับทักษะใหม่ ๆ มากมายจากการปรับแต่งของลั่วอู๋ ทำให้ฉูจงฉวนแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก
นอกจากนี้มู่เฉิงเองก็ได้รับบาดเจ็บมาก่อน และต้องคอยใช้พลังวิญญาณส่วนหนึ่งในการยับยั้งแมลงกินวิญญาณอยู่ตลอดเวลา มันจึงเป็นธรรมดาที่เขาจะเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้
ท้ายที่สุดมู่เฉิงก็ล้มลงไปบนพื้น ฉูจงฉวนสงบลมหายใจและมองไปที่ศพของมู่เฉิง พวกเขาสองคนนั้นเป็นคู่ปรับกันมานานนับตั้งแต่ในวันที่พวกเขาเกิดจากตระกูลที่เป็นคู่ปรับกัน ทั้งคู่ต่างก็ได้กลายมาเป็นผู้นำตระกูลตั้งแต่ยังหนุ่ม พวกเขาต่างถูกกำหนดให้เป็นคู่แข่งกันเสมอในทุกโอกาสความบาดหมางของตระกูลควบคู่ไปกับการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง พวกเขาเติบโตขึ้นจากความขัดแย้งของพวกเขา และไม่สามารถสมานฉันท์กันได้
อย่างไรก็ตามเมื่อมู่เฉิงตายลงต่อหน้าต่อตาเขา ฉูจงฉวนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหงาและเศร้าโศก
“เส้นทางของอัจฉริยะ มันช่างเงียบเหงาเหมือนวันที่หิมะตกจริง ๆ” ฉูจงฉวนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า น้ำเสียงของเขาดูเศร้าโศก
ลั่วอู๋กลอกตาของเขา “อย่ามาน้ำเน่าอะไรตอนนี้น่า สงครามที่นั่นกำลังจะจบลงแล้ว พวกเราควรจะรีบไปดูผล”
“อืม ” ลั่วอู๋และพรรคพวกรีบกลับไปที่สนามรบ การต่อสู้นั้นได้จบลงแล้ว กลุ่มต่อต้านพันธมิตรล่าสังหารแตกแยก มีศพถูกทิ้งเรียงรายอยู่มากมาย หลายคนที่ยังรอดก็ได้รับบาดเจ็บหมดสภาพและเลือกที่จะไม่สู้ต่ออีกลั่วอู๋นับจำนวนคนแล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ทั้งสองฝ่ายน่าจะเหลือเพียงฝ่ายล่ะ 40 คน นี่มันน่าเศร้าจริงๆ”
จากตอนแรกสุดที่มีผู้เข้าร่วมการทดสอบรอบที่สองมากกว่า 700 คน พวกเขารอดชีวิตมาได้ในที่สุด แม้ว่าจะยังไม่ได้นับคนที่รวบรวมแผ่นหยกได้เพียงพอจึงไม่ได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้ แต่อัตราการรอดชีวิตนั้นก็ยังถือว่าน่ากลัว
ที่ผ่านมาอัตราการเสียชีวิตมากกว่าครึ่งนั้นถือว่าสูงเกินจริงไปมาก
เพราะตามหลักแล้วไม่จำเป็นต้องฆ่าอีกฝ่ายก็ได้ และการต่อสู้ส่วนใหญ่ก็ทำไปเพื่อชิงแผ่นหยก หลังจากที่สละแผ่นหยกไปแล้วพวกเขาก็ไม่สมควรโดนโจมตีอีก
แต่ใครจะไปคิดว่าจะมีกลุ่มแบบพันธมิตรล่าสังหารปรากฏขึ้นมา
ผู้ที่ต้องการผ่านรอบสองด้วยวิธีการอันไร้สามัญสำนึก รบกวนความเป็นปกติของการทดสอบทำให้คนเสียเลือดเสียเนื้อกันไปมาก
“ตอนนี้เราไม่มีแผ่นหยกกันแล้ว พวกเราจะทำยังไงดี?” ฉูจงฉวนถาม
เพื่อที่จะล่อมู่เฉิงออกมา และทำให้เกิดการต่อสู้ระหว่างทั้งสองกองกำลัง ลั่วอู๋จึงได้นำแผ่นหยกทั้งหมดของพวกเขาออกมาเป็นเหยื่อล่อ ทำให้พวกเขาไม่มีแผ่นหยกเหลืออยู่อีกแล้ว
ลั่วอู๋ครุ่นคิดสักครู่ “คงทำได้แค่ภาวนาให้มีคนตายมากพอล่ะมั้ง”…………เวลาสองวันผ่านไปในพริบตาทางตะวันออกของพื้นที่ล่าสัตว์ผู้เข้าร่วมการทดสอบหลายคนได้มาดักรอที่นี่ ต่างฝ่ายต่างก็เฝ้าระวังซึ่งกันและกัน เพราะบางคนอาจจะมีแผนที่จะปล้นชิงแผ่นหยกในเวลาแบบนี้หนานกงหยิงเอ๋อปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับนกกระเรียนแห่งการจุติใหม่ของนาง
สองสามวันสุดท้ายของการต่อสู้ นางไม่ได้ปรากฏตัวเลยด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดว่านางไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรทั้งสองฝ่าย แต่ได้รวบรวมแผ่นหยกจากรอบนอกมาโดยตลอด
เหวินเสี่ยวเองก็ปรากฏตัวขึ้นและกล่าวทักทายกับลั่วอู๋หลังจากแยกกันเมื่อสองวันที่แล้ว ลั่วอู๋ก็ไม่รู้เลยว่าเขาไปทำอะไรมา“ไม่ต้องห่วงไปน่า มีคนมาไม่ครบหรอก” เหวินเสี่ยวพูดออกมาอย่างมั่นใจ
ประโยคนี้สร้างความมั่นใจให้กับลั่วอู๋มากหากเขาจำนวนคนได้มากกว่า 50 ละก็ เขาจะเริ่มเป็นฝ่ายจู่โจมและปล้นชิงแผ่นหยกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในทันที“เจ้า แน่ใจแล้วใช่ไหม?” ลั่วอู๋ถามเหวินเสี่ยวพยักหน้า “ตอนนี้มีผู้เหลือรอดมีเพียง 49 คนเท่านั้น”