ตอนที่ 225
บทที่ 226 ข้าจะระเบิดตัวเอง
October 22, 2026
บทที่ 226 ข้าจะระเบิดตัวเอง
ลั่วอู๋กลับไปที่สำนักโล่พิทักษ์และเริ่มสังเคราะห์ดาบเลือดเดือด
เนื่องจากวัตถุดิบนั้นหาได้ทั่วไปและค่าใช้จ่ายเป็นพลังวิญญาณไม่มากเท่าไหร่นัก ลั่วอู๋จึงสามารถสังเคราะห์มันได้ในปริมาณมาก
หลังจากผ่านไป 11 วันในมิติไห ในที่สุดดาบเลือดเดือด 5,000 เล่มก็เสร็จสมบูรณ์
ลั่วอู๋เหนื่อยมากจนแทบจะอาเจียนเป็นเลือด ถ้าข้ารู้ว่ามันจะทรมานมากขนาดนี้ ข้าคงจะไม่โอ้อวดไปแบบนั้นแน่
แต่มันก็เป็นวิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็วที่สุด ความสัมพันธ์กับผู้บัญชาการหลิงหลงนั้นมีค่ามาก มันเทียบเท่ากับการได้เครื่องรางของขลังช่วยชีวิตไว้ได้ถึงสามครั้ง ถ้าเขาได้มันมาแต่เนิ่น ๆ เขาก็คงจะอุ่นใจยิ่งไปกว่านั้นการทดสอบเฉียนหลงรอบที่สามจะเริ่มต้นเมื่อไหร่ก็ได้ หากหลังจากการทดสอบเฉียนหลงแล้วเขาต้องไปที่สำนักเฉียนหลงในทันทีที่ผ่านการทดสอบแล้ว เขาก็คงจะไม่สามารถส่งสินค้าได้ทันเวลา ซึ่งจะทำให้ผู้บัญชาการหลิงหลงโกรธ
ทางไร้หน้าที่ได้รับการปรับร่างกายใหม่เมื่อไม่นานมานี้ การปรับเปลี่ยนรูปแบบร่างกายของเขาทำให้เขาเปลี่ยนแปลงไปมากจนเกินไป และทำให้เขาต้องใช้เวลานานในการปรับตัวกับร่างกายใหม่นี้
นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าช่วงที่ผ่านมา ศาลาไป่หยู่ได้ส่งคนมาตามเรียกหาลั่วอู๋อยู่หลายครั้ง แต่พวกเขาก็ถูกละเลยโดยคนของสำนักโล่พิทักษ์
ในที่สุดศาลาไป่หยู่ก็ลงมือจริง ๆ จัง ๆ “ไปจับลั่วอู๋มาให้ข้าซะ เดี๋ยวเราค่อยขอโทษเขาทีหลังก็ได้” ในที่สุดหยางกู่หลงก็โกรธในคืนนั้นศาลาไป่หยู่ได้ส่งผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงสามคนมาที่สำนักโล่พิทักษ์
ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงทั้งสามคนนี้มีพลังในระดับที่ไม่อาจมองข้ามได้ แต่ละคนมีระดับความแข็งแกร่งอย่างน้อยระดับทอง มิติ 7 พวกเขาทุกคนต่างก็มีความสามารถพอที่จะฆ่าล้างบางคนในสำนักโล่พิทักษ์ได้
ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักโล่พิทักษ์คือหลิวหู หัวหน้าทีมคุ้มกันคมมีด ซึ่งมิติวิญญาณของเขาเป็นเพียงแค่ระดับทอง มิติ 3
แค่ความต่างทางมิติวิญญาณเล็ก ๆ ถึง 4 ระดับก็ถือเป็นช่องว่างขนาดใหญ่แล้ว
ทว่าหยางกู่หลงกลับต้องตกใจ เนื่องจากแผนการนั้นล้มเหลวลง
ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงทั้งสามได้แต่หลบหนีกลับมาอย่างหัวซุกหัวซุนมาเพียงคนเดียว นอกจากนี้เขายังได้รับบาดเจ็บสาหัสและเลือดกลบปาก “มีผู้แข็งแกร่งอยู่ในสำนักโล่พิทักษ์”
ที่นั่นมีผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงที่ยอดเยี่ยมถึงขนาดสามารถปราบปราม ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูง สามคนที่มีระดับทองมิติ 7-8 ได้
ที่สำคัญคือเขาแข็งแกร่งขนาดฆ่าผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงได้ถึงสองคนและทำให้บาดเจ็บสาหัสไปอีกหนึ่งคน
ถ้าสู้ไม่ไหวทำไมไม่หนีกันมาให้ครบทั้งสามคนล่ะ?ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงที่รอดกลับมาได้กล่าวต่อไปว่า “เขาไม่เพียงเป็นยอดฝีมือเท่านั้น แต่เขายังมีทหารชั้นยอดอีกหลายร้อยติดตาม พวกเขาเป็นคนที่เงียบสงบและมีระบบระเบียบในการต่อสู้เป็นอย่างมาก”หยางกู่หลงเริ่มลุกลี้ลุกลนทหารนับร้อย?ไม่มีทางน่า สำนักโล่พิทักษ์มีกองกำลังทางทหารหนุนหลังอยู่งั้นเหรอ?ว่ากันว่าสำนักโล่พิทักษ์มีความสัมพันธ์บางอย่างกับหน่วยสยบมังกร แต่ไม่มีแหล่งข่าวใดบอกว่ามีทหารหลายร้อยคนถูกส่งไปประจำการอยู่ที่สำนักโล่พิทักษ์
ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้ก็ไปถึงหูของผู้นำตระกูลลั่วแล้วด้วยหลังจากนั้นสักพัก ตระกูลลั่วก็ส่งคนมาคราวนี้พวกเขาได้ส่งลั่วเสี่ยนหยุน หนึ่งในผู้อาวุโสหลักของตระกูลลั่วมาที่นี่หยางกู่หลงนั้นถูกปลดออกจากตำแหน่งชั่วคราวและ ลั่วเสี่ยนหยุนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าของร้านของศาลาไป่หยู่แทนเป็นระยะหนึ่ง
หยางกู่หลงที่ทราบข่าวก็รู้สึกโล่งใจ “ข้าไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ซะที ใครสนใจเรื่องนี้ก็ปล่อยให้เขาทำไปเลย!”
วันแรกที่ลั่วเสี่ยนหยุนมาถึง เขาตรงไปที่สำนักโล่พิทักษ์“จงเรียกลั่วอู๋ ให้ออกมาหาข้า” ลั่วเสี่ยนหยุนนำกลุ่มผู้คุ้มกันบุกเข้าไปในสำนักโล่พิทักษ์ แต่เขาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับทีมคุ้มกันคมมีด“ที่นี่ไม่มีคนชื่อว่าลั่วอู๋ ได้โปรดกลับออกไปด้วย” ในฐานะหัวหน้าทีมคุ้มกันคมมีด หลิวหูนั้นเป็นผู้นำคนออกมาขวาง
ลั่วเสี่ยนหยุนเป็นชายวัยกลางคนที่มีท่าทางดูโกรธ เขามีลมปราณอันทรงพลังและมีความแข็งแกร่งสูงสุดอยู่ที่ระดับทอง มิติ10 ซึ่งทำให้ผู้คนในสำนักโล่พิทักษ์ต่างก็ต้องอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน
“เจ้าโง่หยางกู่หลง มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยที่จะบังคับให้คนยอมออกมาหา ถ้าเจ้าใช้วิธีที่ไม่นุ่มนวล เจ้าก้ไม่ต้องลำบากเสียเวลามากขนาดนี้เลยแท้ ๆ” ลั่วเสี่ยนหยุนพึมพำในใจของเขา
ลั่วเสี่ยนหยุนเริ่มต้นการโจมตีในทันทีเขาใช้การผสานพลังวิญญาณระหว่างผู้ใช้พลังวิญญาณและสัตว์วิญญาณ