ตอนที่ 226
บทที่ 227 หนี้บุญคุณสามครั้ง
October 22, 2026
บทที่ 227 หนี้บุญคุณสามครั้งเมื่อลั่วเสี่ยนหยุนเห็นว่าลั่วอู๋ปรากฏตัวขึ้นแล้ว แววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความโล่งใจ แต่ใบหน้าของเขายังคงดูดุร้าย “ลั่วอู๋ เจ้ายอมออกมาที่นี่แล้วสินะ” เสียงของ ลั่วเสี่ยนหยุนดูเย็นชา
ลั่วอู๋กลอกตาของเขา “อย่าพูดอะไรที่นี่ ไปคุยกับข้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่สวนด้านหลังสำนักโล่พิทักษ์ ท่านจี๋กุยโปรดตามมาปกป้องข้าด้วย”
จี๋กุยตบที่หน้าอกของเขา “ได้เลย ไม่มีปัญหา” ภายใต้สายตาอันเป็นกังวลของคนในสำนักโล่พิทักษ์ ลั่วอู๋พาลั่วเสี่ยนหยุนและจี๋กุยไปที่สวนด้านหลังสำนักโล่พิทักษ์“น้องชายลั่วไม่ต้องห่วง ข้าจะคุ้มครองเจ้าเอง” จี๋กุยกล่าวด้วยเสียงต่ำ
ลั่วอู๋พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณเจ้ามาก” จากนั้นลั่วอู๋ก็มองไปที่ลั่วเสี่ยนหยุน และพูดอย่างใจเย็น “เจ้าบอกข้ามาได้เลย ว่าเจ้าต้องการอะไรจากข้ากันแน่ ?”ลั่วเสี่ยนหยุนหายใจเข้าลึก ๆ ท่าทีของเขาดูซับซ้อนและลดศีรษะลง
“ข้าขอโทษ แต่นี่เป็นทางเดียวที่จะได้เจอกับเจ้า” สิ่งแรกที่ลั่วเสี่ยนหยุนพูดคือคำขอโทษ
ดวงตาของจี๋กุยเบิกกว้าง นี่มันอะไรกัน? ลั่วเสี่ยนหยุนคนเมื่อกี้ที่โกรธจัดไปอยู่ที่ไหนแล้วลั่วอู๋หันไปพูดกับจี๋กุย “รองผู้บัญชาการ ได้โปรดเก็บการสนทนานี้ไว้เป็นความลับด้วย”
“ได้ ๆ ” จี๋กุยพยักหน้าด้วยความงุนงง “เอาล่ะมาเริ่มคุยกันได้แล้ว” ลั่วอู๋กุมหัวและพูดต่อว่า “ตระกูลลั่วต้องการอะไรกันแน่! เจ้ามีท่าทีที่เสียมารยาทเกินกว่าที่ใครจะรับได้เลยนะรู้ตัวไหม”ลั่วเสี่ยนหยุนรู้สึกลำบากใจ เขาเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสของลั่วอู๋ แต่ตอนนี้เขากลับต้องมาขอโทษอย่างนอบน้อม หากบอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกอายเลยนั้นคงเป็นเรื่องโกหกลั่วเสี่ยนหยุนกล่าว “ถ้าอย่างนั้น ข้าพูดเข้าประเด็นเลยก็แล้วกัน ทางตระกูลหวังที่จะกำจัดความบาดหมางในอดีตกับเจ้า และหวังว่าเจ้าจะกลับไปที่ตระกูล”
“ทำไมล่ะ?” ลั่วอู๋ไม่เข้าใจ “ครึ่งปีที่แล้ว พวกเขาส่งคนมาล้อมสำนักโล่พิทักษ์ของข้า หมายจะฆ่าข้าทำไมจู่ ๆ พวกเขาถึงเปลี่ยนสีกลับทิศทางซะ 180 องศาแบบนี้”
ลั่วเสี่ยนหยุนกล่าวด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว “ครึ่งปีที่แล้ว คำสั่งที่ให้ส่งคนไปล้อมสำนักโล่พิทักษ์ นั่นเป็นคำสั่งของนายหญิง ภรรยาของอดีตผู้นำตระกูลคนก่อน ซึ่งไม่ได้เป็นตัวแทนของตระกูลลั่ว”
“ภรรยา ผู้นำตระกูลคนก่อน?” ลั่วอู๋สงสัยลั่วเสี่ยนหยุนถอนหายใจ “ใช่แล้ว เพราะคำสั่งนั้น ทั้งนางและผู้นำตระกูลคนก่อนจึงถูกไล่ออกไปจากตระกูล ตอนนี้ผู้นำของตระกูลลั่วคือลั่วฮันเชียง ไม่ใช่ลั่วฮั่นฮั๊วอีกต่อไปแล้ว”ลั่วอู๋ตะลึงเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในตระกูลลั่วภรรยาของผู้นำตระกูลคนก่อนเขาไปยุ่งกับนางตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมนางถึงต้องสั่งให้คนมาฆ่าเขาด้วย นางเป็นคนที่ทำลายสะพานแห่งพันธสัญญาของเขารึยังไงกัน?“ข้ายังไม่เข้าใจเท่าไหร่” ลั่วอู๋พูดอย่างสับสน “เพราะพวกเขาสั่งฆ่าข้า ดังนั้นแม้แต่ผู้นำตระกูลเองก็ยังถูกเนรเทศ ตระกูลลั่วให้ความสนใจข้ามากขนาดนี้เมื่อไหร่กัน ?”
ใบหน้าของลั่วเสี่ยนหยุน แสดงถึงอาการตกใจ “เจ้าไม่รู้ได้อย่างไรกัน?”
“ข้าควรรู้อะไรล่ะ”“จู่ ๆ ท่านบรรพบุรุษ ก็เดินทางกลับมา เพื่อตามหาทายาทที่มีความสามารถในฐานะลูกหลาน ให้เป็นผู้สืบทอดวิชา” ลั่วเสี่ยนหยุนกล่าวลั่วอู๋งง “แล้วนั้นมันเกี่ยวอะไรกับข้า?”“พวกข้าก็อยากรู้เหมือนกัน” ลั่วเสี่ยนหยุนเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “อย่างไรก็ตามด้วยเหตุผลพิเศษบางประการบรรพบุรุษของตระกูลลั่วกำลังตามหาเจ้า”ลั่วอู๋กำลังสับสนงุนงงข้าไม่ได้อยู่ในตระกูลลั่ว แล้วบรรพบุรุษของตระกูลลั่ว สามารถสังเกตเห็นข้าได้ยังไงกัน?ข้าโด่งดังถึงขั้นนั้นแล้วงั้นเหรอ?“เขามีหน้าตาเป็นยังไง ข้าเคยพบเขาไหม ?” ลั่วอู๋สงสัยลั่วเสี่ยนหยุนกลอกตาของเขา “แน่นอนสิ ในตอนที่เจ้าแห่งอินทรีตามล่าเจ้าอยู่ เจ้าได้พบกับชายชราในชุดขาวรึเปล่า?”ชายชราในชุดขาวลั่วอู๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “โอ้ !! นั่นคือบรรพบุรุษของตระกูลลั่วงั้นเหรอ ? ไม่น่าแปลกใจเลยที่ความแข็งแกร่งนั้นแข็งแกร่งถึงขนาดที่แม้แต่เจ้าแห่งอินทรีก็ยังไม่กล้าหือ เขาบอกว่าเขาต้องการให้ข้ามาเป็นผู้สืบทอดของเขา แต่น่าเสียดาย ตอนนั้นคิดได้แต่เรื่องที่จะหนีจนไม่ได้สนใจเขา…”
ลั่วเสี่ยนหยุน รู้สึกว่าหัวใจเล็ก ๆ ของเขากำลังจะแตกสลาย
ไม่ได้สนใจเขา?เจ้าไม่สนใจคำขอร้องจากท่านบรรพบุรุษ