ตอนที่ 229
บทที่ 230 มิติเหนือเมฆ
October 22, 2026
บทที่ 230 มิติเหนือเมฆ
อาณาเขตการปกครองของราชวงศ์มังกรเร้นกายนั้นมีมากถึง 36 มณฑล โดยรวมถึงเมืองหลวงของจักรวรรดิด้วย
เมืองหลวงของจักรวรรดิครองพื้นที่หนึ่งในห้าของพื้นที่ทั้งหมดในอาณาเขตการปกครองของราชวงศ์มังกรเร้นกาย มันตั้งอยู่ในสถานที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของทั้งทวีป จึงทำให้เกิดผู้คนที่มีความสามารถจำนวนมาก
อัจฉริยะที่สามารถสร้างชื่อในเมืองหลวงของจักรวรรดิได้คืออัจฉริยะที่แท้จริง
นี่คือความเห็นพ้องต้องกันของหลาย ๆ คน “เฉินหวู่จี้เจ้ายังชอบใช้วิธีการยั่วยุที่น่าเบื่อแบบนี้อยู่อีกอย่างนั้นเหรอ ?”เสียงหัวเราะเยาะเย้ยมาจากด้านหลัง มันเป็นเสียงของชายที่สวมหน้ากากมังกรแดง เขาเดินมาโดยมีชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ 50 คนเดินตามมาด้วย เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็เป็นทูตเฉียนหลง ผู้รับผิดชอบเขตอื่น ๆจู่ ๆ ใบหน้าของเฉินหวู่จี้ก็มืดมนลง “ฟังเต๋าเจ้าจะไม่แซะคนอื่นสักวันได้รึเปล่า ?”
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ทูตเฉียนหลงที่ชื่อฟังเต๋ารำคาญเลยแม้แต่น้อย “ข้าก็แค่ไม่สามารถทนดูวิธีไร้สาระของเจ้าได้เท่านั้นแหละ ว่าแต่ทำไมถึงมีคนผ่านการทดสอบเพียงแค่ 49 คน ในพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของเจ้ากัน มีใครกลัวจนไม่ได้มารึไง?”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เฉินหวู่จี้หัวเราะเยาะและกล่าว “ในการทดสอบรอบที่สอง คนอื่น ๆ นั้นถูกสังหารจนหมดเหลือเพียงแค่ 49 คนนี้ที่รอดมาได้ ข้าก็เลยนำมาแค่พวกเขาทั้ง 49 คนเท่านั้น”
ฟังเต๋ารู้สึกประหลาดใจ สายตาของเขากวาดดูผู้ผ่านการทดสอบทั้งหมดของเฉินหวู่จี้ เด็กพวกนี้นั้นโหดร้ายมาก “อย่าส่งเสียงดังไปน่าพวกเจ้า การทดสอบรอบที่สามกำลังจะเริ่มแล้ว” ทันใดชายที่สวมหน้ากากมังกรสีขาวก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเองก็เป็นทูตเฉียนหลงเช่นกัน“ฮึ่ม” เฉินวู่จี้และฟังเต๋าจ้องมองหน้าของกันและกัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อชายผู้สวมหน้ากากมังกรขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา “ผู้มีพรสวรรค์ย่อมได้รับสิทธิพิเศษ เพราะฉะนั้นการแข่งขันของพวกเขาจึงรุนแรงมาก มันไม่มีความไม่สมดุลอยู่หรอกนะ”
“แต่ ” มีคนถามขึ้นมา “ข้าได้ยินมาว่ามีบางคนในเมืองหลวงของจักรวรรดิ ถูกพาไปโดยไม่ต้องผ่านการทดสอบใด ๆ ”
ทูตเฉียนหลงที่สวมหน้ากากขาวตอบเขาไปว่า “นั่นเป็นสิทธิพิเศษของตระกูลที่มีส่วนร่วมอย่างมากในสงครามครั้งใหญ่เมื่อหลายร้อยปีก่อน”
มีการแสดงออกอันว่างเปล่าบนใบหน้าของฝูงชนสงครามเมื่อหลายร้อยปีก่อน?พวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้และไม่เคยได้ยินแนว ๆ นี้จากผู้อาวุโสในตระกูลเลยแม้แต่น้อย“มันเป็นความลับสุดยอด ถ้าเจ้าเข้าร่วมสำนักเฉียนหลง เจ้าจะมีโอกาสได้รู้เกี่ยวกับมัน” ทูตเฉียนหลงผู้สวมหน้ากากมังกรสีขาวกล่าว “ทีนี้จงหยุดซุบซิบนินทาซะ การทดสอบรอบที่สามนั้นกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว”
เมื่อเขาพูดจบ หมู่เมฆอันทรงพลังก็เข้ามาล้อมรอบตัวของเขา และจับร่างของผู้คนทั้งหมดอย่างนุ่มนวล ทำให้เกิดเสียงอุทานจากการตกใจเบา ๆ หลายครั้ง
ร่างของผู้คนทั้งหมดลอยไปพร้อมกับเมฆอย่างช้า ๆลั่วอู๋มองดูด้วยความประหลาดใจนี่ไม่ใช่การบินครั้งแรกของเขา แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะมีวิธีแบบนี้อยู่ด้วยหมู่เมฆหมอกขดตัว ทะเลสีครามเริ่มห่างออกไปและเล็กลงไปเรื่อย ๆ ผู้คนต่างเดินไปบนเมฆ แต่บนเมฆนั้นไม่ได้ว่างเปล่าแต่อย่างใดข้างบนนั้นมีวิหารขนาดใหญ่บรรยากาศโอ่อ่า อยู่บนยอดโดมล้อมรอบด้วยแสงหลากสีที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณให้ความรู้สึกอันน่ากลัว
ใครจะไปคิดว่าจะมีวิหารที่งดงามเช่นนี้อยู่เหนือเมฆ“นี่มันเรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย ?” ลั่วอู๋ตกใจมาก“ยินดีต้อนรับสู่มิติเหนือเมฆ มันเป็นพื้นที่พิเศษ มันไม่ได้เป็นของพื้นที่มิติที่แยกออกหรือพื้นที่ในโลกแห่งความเป็นจริง มันถูกสร้างขึ้นมาโดยเพื่อนของท่านเจ้าสำนัก ซึ่งพวกเจ้าน่าจะสามารถเข้าใจได้ว่าเป็นโลกแห่งจินตนาการที่แท้จริง”ไม่มีใครเข้าใจที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อยแต่พวกเขาทุกคนต่างก็รู้ดีว่า หากใครต้องการจะเปิดพื้นที่มิติดังกล่าว เขาจะต้องก็มีความเข้าใจในเรื่องมิติถึงระดับที่รู้แจ้งแล้ว“นี่คือจุดที่เจ้าจะทำการทดสอบในรอบที่สาม” เฉินวู่จี้และฟังเต๋าต่างสวมหน้ากากมังกรของพวกเขาทูตเฉียนหลงหน้ากากดำ ทูตเฉียนหลงหน้ากากแดง และทูตเฉียนหลงหน้ากากขาว ทั้งสามคนยืนอยู่ด้วยกันในความว่างเปล่าราวกับแสงที่กำลังจะสลายไป
“จงทำตามจิตใจอันมุ่งมั่น พวกเจ้าจึงจะสามารถผ่านจินตนาการนี้ไปได้” เสียงที่ไม่มีตัวตนดังก้องอยู่ในหูของทุกคน
ลั่วอู๋เกาหัว “นี่มันลึกลับมาก หลี่หยินมาอยู่ใกล้ ๆ ข้าสิ ฉูจงฉวนเจ้าไปอยู่ที่ไหนกัน?”
เมื่อลั่วอู๋แสดงปฏิกิริยาคนรอบข้างเขาก็หายตัวไปอย่างปริศนา