ตอนที่ 228
บทที่ 229 การคุ้มครอง
October 22, 2026
บทที่ 229 การคุ้มครองลึกเข้าไปในพื้นที่ป่าหวงชา เสียงร้องอันน่าสะพรึงกลัวดังออกมากกว่า 20 ครั้ง ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดต่างหลบหนีกระจายกันออกไป
ไม่ว่าจะเป็นลิงที่ร่างกายปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีดำเคลื่อนที่อยู่บนภูเขา หรือว่างูตัวใหญ่ที่หลับใหลอยู่ใต้ดินผู้มีสายเลือดของมังกรปีศาจ พวกมันเองก็ยังต้องถอยหนีไป
มันไม่มีเหตุผลอื่น สาเหตุนั้นเนื่องจาก ผู้ที่รวมตัวกันอยู่ส่วนลึกของป่าหวงชานั่นก็คือผู้ใช้พลังวิญญาณแห่งราชวงศ์มังกรเร้นกายไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน พลังวิญญาณที่รุนแรงนี้จะสงบลง พลังวิญญาณค่อย ๆ เติมเต็มส่วนลึกของพื้นที่ป่าหวงชาก่อนจะสลายหายไป “การเสริมพลังผนึกได้เสร็จสิ้นแล้ว” ชายผู้ถือดาบขนาดใหญ่ที่มีท่าทางเย็นชากล่าวผู้คนกว่า 20 คนรู้สึกโล่งใจ หลังจากคุยกันสักพัก พวกเขาก็แยกทางกันไป ท้ายที่สุด การใช้จ่ายพลังวิญญาณของทุกคนนั้นมีมากเกินไป เพราะพวกเขาจำเป็นต้องปรับแต่งผนึกให้ทันเวลาลั่วไป่เหาถอนหายใจ “กระดูกโบราณเหล่านี้ไม่ได้ไร้ประโยชน์สักทีเดียวสินะ”
ตอนนี้เขาก็อายุมากแล้ว ถ้าเกิดว่าเขาอยากจะมีชีวิตอยู่อีกสักร้อยปี เขาก็คงจะต้องทำแบบนี้ต่อไปให้ได้ เพราะอย่างไรก็ตามมันก็ยังยากเกินไปสำหรับเขาที่จะปราบปีศาจหยวนด้วยตัวเอง
“มันไม่ด้อยไปกว่าการต่อสู้ระหว่างความเป็นและความตาย ถ้าข้ายังทำแบบอีกต่อไปเรื่อย ๆ ข้าก็คิดว่าแม้แต่ข้าเองก็คงจะไม่ไหว” ลั่วไป่เหาแสดงความกังวลผ่านดวงตาของเขา
ลั่วไป่เหาไม่มีความสุขเลยที่จะต้องถูกแทนที่ด้วยคนรุ่นใหม่ และลึก ๆ แล้วเขาก็ไม่มีความสุขที่จะต้องถูกแทนที่ด้วยลั่วอู๋
“เวลาเริ่มจะไม่เหลือแล้วสินะ” ลั่วไป่เหาไตร่ตรองและคิดคำนวณ “ข้าเสียเวลามากไปในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับผนึก และการทดสอบเฉียนหลงใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว”
ณ ช่วงเวลานั้น เขาไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นและไม่รู้สึกถึงเวลาของโลกภายนอก
ลั่วไป่เหารีบเดินทางกลับมายังตระกูลลั่ว “ลั่วอู๋อยู่ที่ไหน? ทำไมเขายังไม่กลับมา” ลั่วไป่เหาถาม ผู้อาวุโสของตระกูลลั่ว ที่รู้สึกกังวลอยู่กำลังหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น“อะไรกัน? ตอนนี้ข้าโกรธมาก ทำไมเขาถึงยังไม่ได้ถูกเชิญมาที่นี่” ลั่วไป่เหาโกรธมาก “ทำไมพวกเจ้าถึงไม่สามารถทำสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ได้กัน?”
ลั่วฮันเชียงผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน พูดออกมาด้วยความตกใจ “ลั่วอู๋ยังคงตั้งตนเป็นศัตรูกับตระกูลลั่ว ไม่มีทางที่เขาจะกลับมาหรอก มันเป็นเรื่องยากมากที่เราจะใช้คำพูดอธิบายกับลั่วอู๋ พวกเราไม่สามารถใช้กำลังได้”
“เจ้าโง่ เจ้าจะไม่พาเขากลับมาโดยการใช้กำลังงั้นหรือ? การขจัดความเป็นปรปักษ์กันนั้นเป็นเรื่องรอง การนำเขากลับมาต่างหากคือสิ่งที่สำคัญ!” ลั่วไป่เหากล่าว
ขณะนั้นลั่วเสี่ยนหยุนได้เดินออกมา“ลั่วไป่เหา ข้าก็เองคิดเช่นนั้น แต่ว่า… ” ลั่วเสี่ยนหยุนบอกบางอย่างที่เขารู้แก่ลั่วไป่เหาลั่วไป่เหาขมวดคิ้ว “ผู้บัญชาการหลิงหลงที่ติดหนี้ลั่วอู๋ 3 ครั้งงั้นหรือ? ไม่ใช่แน่นอน ข้าไม่คิดว่าลั่วอู๋นั้นจะไปเกี่ยวข้องกับผู้หญิงบ้าคนนั้น”
มันเป็นเรื่องยากมากที่จะเข้าไปพัวพันกับผู้หญิงบ้าคนนั้นถ้าเรามีการต่อสู้ที่ยุติธรรมเขาคงจะดีกว่าสัตว์ประหลาดตัวเก่าหลายร้อยปี แต่ถ้าเราต้องสู้กับชีวิตและความตายเขาต้องยอมรับว่าเขาต้องตายท้ายที่สุดแล้วผู้หญิงบ้าคลั่งคนนั้นมีพลังของสิ่งมีชีวิตบางอย่างซุกซ่อนเอาไว้อยู่
“ท่านปู่ ลั่วอู๋นั้นเนรคุณกับท่านเอาไว้มากจนยากที่ลืมได้ลง” มีบางคนพูดข้อเสนอออกมา
หลังจากการเปลี่ยนแปลง มีไม่กี่คนในตระกูลลั่วที่ยังไม่พอใจกับลั่วอู๋
ลั่วไป่เหาพูดอย่างเย็นชา “บอกข้าที ว่าใครจะเข้าร่วมกับสำนักเฉียนหลงในนามของเยาวชนรุ่นใหม่ของตระกูลลั่ว ใครจะไปเทียบได้กับปีศาจอันชั่วร้ายของตระกูลเอ๋ากัน”
ผู้คนในตระกูลลั่วต่างตกตะลึงในคำพูดของบรรพบุรุษ ลั่วอู๋นั้นเปรียบได้กับปีศาจอายุน้อยของตระกูลเอ๋าเลยงั้นหรือ?ลั่วไป่เหากัดฟันและพูดว่า “การสอบคัดเลือกของเฉียนหลงรอบที่สามกำลังจะเริ่มขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ข้าจะไปรับเจ้าหนูนั่นกลับมาเอง”…………ถนนที่ทอดยาว เส้นทางที่เป็นหลุมเป็นบ่อลั่วอู๋, หลี่หยิน และฉูจงฉวน กำลังนั่งอยู่บนรถม้า โดยนั่งบนรถมากว่าเกือบครึ่งเดือน และในที่สุดก็มาถึงจุดหมายปลายทาง นั่นคือมณฑลไท่หยวน