ตอนที่ 245
บทที่ 246 เรียกเหล่าพันธมิตร
October 22, 2026
บทที่ 246 เรียกเหล่าพันธมิตร
ไม่มีการตอบสนองใด ๆ
ทูตเฉียนหลงหันศีรษะเดินจากไป เห็นได้ชัดว่าเรื่องแบบนี้ไม่ได้หายากเท่าไหร่ และพวกเขาไม่มีความคิดที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
ดวงตาของลั่วอู๋กวาดไปทั่วฝูงชนพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเยาะเย้ยบนใบหน้าของเขา
ศิษย์ทุกคนของสำนักเฉียนหลงที่อยู่ตรงนี้ล้วนเป็นคนรุ่นเดียวกัน
แม้ว่าหลายคนจะได้ไปถึงมิติวิญญาณระดับทองแล้ว แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังอยู่ในระดับเงิน มิติวิญญาณของลั่วอู๋นั้นแม้ว่ามันจะไม่สูง แต่มันก็ไม่ได้ต่ำอย่างแน่นอน ตามหลักแล้วเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่ไม่อาจต้านทานได้ สิ่งที่เขาควรทำก็คืออดทนอดกลั้นแต่แล้วทำไมในตอนนี้เขาถึงต้องทนด้วยล่ะ? เขาสมควรได้รับการปฏิบัติตัวด้วยแบบนี้จริง ๆ เหรอ? “ช่างหยิ่งยโสอะไรเช่นนี้” ใบหน้าของหนิงฮัวแดงเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกละอายใจกับคำพูดของตัวเองไปชั่วขณะทั้งที่เขานั้นมาจากตระกูลหนิงแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเพราะอีกฝ่ายท้าทายด้วยสังเวียนแห่งชีวิตและความตาย เขาจึงเริ่มแสดงร่องรอยของการล่าถอยลั่วอู๋จ้องมองไปที่หนิงฮัว “ข้าอยากจะเห็นเจ้าบนสังเวียนแห่งชีวิตและความตาย เพราะงั้นขอชื่อของเจ้าหน่อยสิ”
“ข้าคือบุตรชายจากตระกูลหนิง หนิงฮัว” หนิงฮัวพยายามสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงร่องรอยของความกล้าหาญ “คนในตระกูลหนิง ไม่เคยกลัวที่จะต้องเสี่ยงชีวิต หรือความตาย เจ้าจะได้เจอข้าแน่บนสังเวียนแห่งชีวิตและความตาย” หลายคนต่างพยักหน้า เขาช่างคู่ควรกับตระกูลหนิง แม้จะหุนหันพลันแล่น แต่ความกล้านี้ก็น่าจะสืบทอดกันมาในตระกูลไม่ผิดแน่“เขาไม่กล้าหรอก” ไม่ไกลนักมีเสียงอุทานดังขึ้นมาอย่างชัดเจน
หนิงฮัวโกรธมาก “ใครมันกล้าดูถูกข้า” แต่เมื่อเขาเห็นเจ้าของเสียง หนิงฮัวก็คำนับในทันที อารมณ์ที่กล้าหาญก็หายไปเพียงเพราะผู้หญิงตรงหน้าเขาคนนี้นั้นดุร้ายกว่าเขา“ท่านพี่สาว … ” หนิงฮัวกระซิบ ข้างหน้าของเขาคือหนิงหลิงหลิง หนิงหลิงหลิง วางมือบนสะโพกของนางแล้วปัดหางเปีย “ห้าวจังนะ เพิ่งเข้ามาได้ก็กล้าท้าสู้กับผู้ในสำนักชั้นใน เจ้าทำตัวแบบนี้ได้อย่างไร?” หนิงฮัวเป็นน้องชายต่างแม่ของนาง วันนี้นางจึงเดินทางมารับเขา เพื่อช่วยให้เขาได้ทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของสำนักชั้นใน แต่ใครจะไปคิดว่านางจะได้เห็นฉากนี้เด็กน้อยกล้าท้าสู้กับคนอื่นแถมยังเป็นลั่วอู๋คนนั้นอีกด้วยแน่นอนว่านางโกรธมาก ถ้าท่านอาจารย์บาดเจ็บขึ้นมา นางจะแบกหน้าอยู่ในกลุ่มพี่สาวน้องสาวต่อไปได้อย่างไร“นี่ท่านพี่ … ” หนิงฮัวพูดอย่างอับอาย “เขาเป็นคนยั่วโมโหข้าก่อน ข้าไม่สามารถทนเสียศักดิ์ศรีของตระกูลหนิงได้”
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบรึไง ข้าเป็นพี่สาวของเจ้านะ เห็นได้ชัดว่าเจ้ามันชอบโอ้อวด เดินไปขอโทษท่านอาจารย์เดี๋ยวนี้เลยนะ” หนิงหลิงหลิงกล่าวอย่างโกรธเคือง
ทุกคนต่างอยู่ในความงุนงงท่านอาจารย์?หมายถึงใครกัน?หนิงฮัวพูดด้วยความสับสน “ท่านอาจารย์เหรอ ท่านพี่กำลังพูดถึงใครกัน?”“ก็หมายถึงลั่วอู๋น่ะสิ เจ้ามีปัญหาอะไร?” หนิงหลิงหลิงตะคอกแล้วหันไปหาลั่วอู๋เพื่อขอโทษอย่างจริงใจ “ท่านอาจารย์น้องชายของข้ายังเด็กและไร้ซึ่งหัวคิด โปรดอย่ากังวลไปเลย”ลั่วอู๋โบกมือและพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”เขาไม่ได้คาดคิดว่ามันจะบังเอิญถึงขนาดนี้อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องปกติที่เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นบ้าง แม้ว่าเมืองหลวงของจักรวรรดิจะมีกองกำลังมากมาย แต่ผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นที่สุดส่วนใหญ่ ก็ยังคงมาจากตระกูลใหญ่เหล่านี้หนิงฮัวตกตะลึงโอ้ ท่านเทพเจ้า!นางยังเป็นพี่สาวของเขาผู้มุ่งมั่นจะต่อสู้ในสนามรบและเปิดดินแดนใหม่คนเดิมอยู่อย่างนั้นเหรอ?คนอื่น ๆ ก็ดูสับสนแปลก ๆ เช่นกันองค์หญิงแห่งตระกูลหนิง ในฐานะที่เป็นหลานสาวของคนโปรดของนายพลหนิงเฉียว ผู้มีชื่อเสียงในเรื่องอารมณ์ร้อนและความไม่เคารพในกฎหมายนางกลับพูดกับลั่วอู๋อย่างสุภาพและเรียกเขาว่าท่านอาจารย์ของนางได้อย่างไร?ฉูจงฉวนมองไปที่ลั่วอู๋ด้วยสายตาแปลก ๆ ลั่วอู๋นั้นเพิ่งเข้ามาในสำนักชั้นในได้ไม่กี่วัน ก็ผูกมิตรสมรู้ร่วมคิดกับองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหนิงเสียแล้ว“ทำไม ? เจ้าอยากโดนข้าหวดใช่ไหม ? ถ้าเจ้ายังไม่รีบมาขอโทษล่ะก็ โดนดีแน่” หนิงหลิงหลิงมีสีหน้าที่โกรธ นางจ้องมองไปที่หนิงฮัว
มันช่างขมขื่นใจนางคือพี่สาวของเขา และเขาก็เป็นน้องชายของนางเขาไม่มีทางเลือกอื่น