ตอนที่ 126
ตอนที่ 126
September 21, 2026
“ได้ยินว่าภรรยาลู่จื้อเป็นผู้นำเงินไปไถ่ตัวเขาออกมา พอส่งกลับไปถึงจวนสกุลลู่ ก็ถูกใต้เท้าลู่ลงโทษซ้ำอีกรอบ แล้วสั่งกักบริเวณใหม่”
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ แววตาของเยี่ยนสวินก็เปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
มู่เหยาซึ่งล่วงรู้ความคิดในใจของเขาดีจึงไม่ได้เอ่ยปากทักท้วง เพียงแต่รู้สึกว่าเขายังคงมีความน่ารักแบบเด็กหลงเหลืออยู่บ้าง นับเป็นภาพที่หาได้ยากยิ่ง
“ลู่จื้อหนังเหนียวเนื้อหนา ถูกตีอีกสักกี่ครั้งก็คงไม่เป็นไร เพียงแต่เป้าหมายที่แท้จริงของท่านคืออันธพาลพวกนั้นใช่หรือไม่?”
เยี่ยนสวินอาศัยเรื่องของลู่จื้อเป็นเหยื่อล่อ เพื่อล่อให้อันธพาลของหอชุนเซียงที่ปกติไม่ปรากฏตัวออกมาให้เห็น
ในฐานะแม่ทัพในกองทัพ ย่อมมองออกว่าฝีมือของคนเหล่านี้มาจากสำนักฝึกยุทธ์หรือมาจากกองทัพกันแน่
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ สีหน้าของชายหนุ่มก็เคร่งขรึมลงเล็กน้อย “อืม ข้ามองเห็นได้ชัดเจนทีเดียว ดูเหมือนจะมาจากสำนึกฝึกวรยุทธ์ แต่ฝีไม้ลายมือและความรุนแรงในการลงมือนั้นหนักหน่วงกว่าพวกสำนึกฝึกวรยุทธ์อยู่มาก ทว่าก็ไม่คล้ายกับวิชาฝ่ามือในกองทัพ”
เมื่อมู่เหยาได้ยินดังนั้น ก็พอจะเข้าใจความหมายได้ในทันที
เมื่อไม่ใช่คนจากสำนักฝึกวรยุทธ์ ไม่ใช่คนจากกองทัพ เช่นนั้นก็คงเป็นองครักษ์เงา
“หอชุนเซียงแห่งนี้ลึกล้ำกว่าที่คิดจริง ๆ เกรงว่าตั้งแต่ท่านก้าวเท้าออกมา ก็คงถูกจับตามองแล้ว”
กล่าวจบก็เห็นเขายิ้มพลางจ้องมองมาที่นาง
สายตานั้นทำให้มู่เหยาเริ่มรู้สึกไม่คุ้นชิน นางเผลอยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเอง หรือว่าใบหน้าของนางเปื้อนสิ่งใดกัน?
“ท่านอ๋อง เหตุใดจึงจ้องมองข้าเช่นนี้เจ้าคะ?”
เยี่ยนสวินรู้สึกเอ็นดูในท่าทีน่ารักของนาง จนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปหยิกแก้มของนางเบา ๆ “ข้าเพียงแค่รู้สึกว่า ฮูหยินของข้าช่างเฉลียวฉลาดยิ่งนัก”
“หรือว่าข้าได้แต่งกับจูกัดเหลียงหญิงกัน?”
คำชมเชยที่ออกมาจากใจจริงทุกถ้อยคำ ทำให้ใบหน้าของมู่เหยาแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย
นางหลุบตาลงต่ำด้วยความเขินอาย เมื่อสังเกตเห็นว่าเวลาไม่เช้าแล้ว จึงนึกขึ้นได้ว่าวันพรุ่งนี้เขายังมีเรื่องอื่นต้องจัดการอีก นางจึงเร่งให้เขารีบกลับไปพักผ่อน
ครั้งนี้เยี่ยนสวินเชื่อฟังเป็นอย่างดี เพียงแต่ท่วงท่าการปีนกำแพงของเขายังคงน่าขบขันเหมือนเมื่อครั้งยังเยาว์วัย
เมื่อกลับเข้ามาในห้อง ก็สบเข้ากับสายตาหยอกเย้าของหนิงจู๋และชิงอิ่ง
“คุณหนู ในสวนมีสิ่งใดหรือเจ้าคะ ถึงได้ทำให้คุณหนูหลงเพลินอยู่จนป่านนี้?”
“เจ้าเด็กคนนี้ ปากคอเราะรายขึ้นทุกวัน ขืนยังพูดอีก พรุ่งนี้ข้าจะหาคู่ครองให้เจ้าเสียเลย!”
หนิงจู๋ได้ฟังดังนั้นก็รีบโบกมือ “คุณหนู บ่าวไม่กล้าปากเสียอีกแล้วเจ้าค่ะ บ่าวไม่อยากออกเรือนเร็วถึงเพียงนี้”
มู่เหยากับชิงอิ่งที่อยู่ข้าง ๆ ต่างพากันหัวเราะลั่น
อาจเป็นเพราะวันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ นางจึงไม่ได้จุดเครื่องหอมกลิ่นไผ่ แต่ก็ยังคงหลับใหลอย่างสนิท
ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น และได้ทราบถึงข่าวลือที่แพร่สะพัดอย่างลับ ๆ ในเมืองหลวง นางก็เข้าใจในที่สุดว่าคำพูดของเยี่ยนสวินเมื่อคืนนั้นหมายความว่าอะไร
เช้าวันต่อมา