ตอนที่ 537
บทที่ 537 ภูเขาประหลาด
October 31, 2026
ห้องรับแขกตระกูลจิน โดนเก็บกวาดออกมา ตอนนี้มีคนนั่งเต็มไปหมด
จินหยวนนั่งด้วยสีหน้าตกอยู่ในภวังค์
ครั้งนี้เขาพาคนไปตงชิงรับฮูหยินสามและคุณหนูหกกลับมา เดิมคือจะมาร่วมงานแต่งงานของคุณชาย ไม่คิดเลยว่า...
บัดนี้ตระกูลจินเหลือเพียงคนแค่นี้ คนที่ฐานะสูงส่งที่สุดก็มีแค่ฮูหยินสามและคุณหนูหก แต่พวกนางสองแม่ลูก คนหนึ่งตอนนี้เป็นลมไปแล้ว อีกคนหน้าซีดเผือดราวกับวิญญาณออกจากร่าง เรียกทีหนึ่งก็ตกใจสะดุ้ง ท่าทางสองแม่ลูกแบบนี้ ไหนเลยจะกล้าคาดหวังให้พวกนางคิดวิธีอะไรออกมาได้ ไหนเลยจะกล้าคาดหวังให้พวกนางยืนหยัดแบกตระกูลจินขึ้นมา เพื่อให้คนอื่นวางใจได้กันล่ะ
แล้วมีหรือจะทำได้
ยี่สิบคนที่เขาพาไป บัดนี้ครอบครัวล้วนตายหมดแล้ว แต่ละคนเศร้าโศกน้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุด ตอนนี้ได้รวบรวมศพทั้งหมดมาไว้บนลานกว้างแล้ว คนในครอบครัวของพวกเขาเหล่านั้น คนในครอบครัวที่ก่อนจากไปยังคุยและกำชับกับพวกเขาด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้กลับกลายเป็นซากศพเย็นชืด พวกเขาก็แทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว
โชคดีที่คนตระกูลข่งมาแล้ว
แต่ตระกูลจินกับตระกูลข่งอยู่ห่างกันไกล ไม่ได้ติดต่อกันเลย แล้วจะเป็นอย่างไรได้?
"ท่านลุงจิน ท่านอาข่งอันที่จริงเป็นศิษย์หลานของท่านจิน ดังนั้นพวกท่านไม่ต้องระมัดระวังวางท่าเหินห่างเยี่ยงนี้ดอก" โหลชีมองออกถึงความลำบากใจของจินหยวน
นั่นไง พอได้ยินคำนี้ จินหยวนเงยหน้ามองข่งซิวอย่างตกตะลึงทันที "ท่านข่งเป็นศิษย์หลานของเจ้าตระกูลเฒ่าเรารึ?"
ข่งซิวพยักหน้าบอก "ใช่ และเพราะเหตุนี้เอง หลังจากตระกูลข่งถูกฆ่าล้างตระกูลแล้ว ข้าถึงเป็นห่วงอาจารย์อา รีบมาดู อยากจะมาเตือนก่อน และขอให้ตระกูลจิตช่วยหาเจ้าตระกูลข่งและคนที่เหลือด้วย"
คล้ายกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ทำเอาทุกคนมอดไหม้จนหน้าดำเป็นเถ้าถ่าน หลายคนอดลุกขึ้นยืนไม่ได้ มองข่งซิวอย่างตกตะลึง
"ท่านข่ง ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่ากระไร?"
โหลชีเดาได้ตั้งแต่คำว่าก็ที่เขาพูดออกมาแล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าข่งซิวจะใจเย็นกับเรื่องใหญ่แบบนี้ได้ กลับสามารถรอจนเก็บกวาดห้องรับแขกออกมาแล้วนั่งลงคุยกันถึงพูดออกมาได้
สำหรับความใจเย็นแบบนี้ของข่งซิว นางเองก็หน่ายใจเหมือนกัน
อันที่จริงนางเข้าใจข่งซิวผิดไปหน่อย ข่งซิวครั้งนี้กลับไปตระกูลข่ง ผิดหวังกับความเย็นชาของตระกูลข่ง เขาหายสาบสูญไปหลายปีขนาดนั้น กลับไปครั้งนี้เขากลับได้ยินว่าทั่วทั้งตระกูลไม่มีใครเคยไปตามหาเขาเลย พี่สาวของเขาคอยขอร้องคนในตระกูลให้ส่งคนไปตามหาเขาเรื่องมา แต่กลับโดนเยาะเย้ยถากถางมาตลอด บอกว่าเขาอาจจะลุ่มหลงในความอ่อนโยนของที่อื่นด้านนอกไปนานแล้ว ลูกหลานเยี่ยงนี้ตระกูลข่งไม่ต้องการ
ผลสุดท้าย ผ่านไปหลายปีพี่สาวเขาเพราะเป็นกังวลเป็นเวลานานจึงเศร้าหมอง หลังจากล้มป่วยครั้งใหญ่ก็ลาจากโลกนี้ไป
ดังนั้นสำหรับคนในตระกูลเหล่านั้นข่งซิวไม่รู้สึกผูกพันอะไรด้วยอีกแล้ว
แน่นอน ถูกฆ่าล้างหมดทั้งตระกูล ลูกหลานสายตรงเช่นผู้อาวุโสก็หายสาบสูญไปหมดแล้ว เขาเองก็ไม่อาจละทิ้งไม่สนใจได้ หนึ่งเขาพบว่าเรื่องมันผิดปกติเลยจะรีบมาแจ้งข่าวตระกูลจิน สองเขาเองก็หวังว่าตระกูลจินจะช่วยตามหาคนให้ได้
"ตระกูลข่งก็โดนฆ่าล้างตระกูล พวกเจ้าตระกูล ผู้อาวุโสล้วนหายสาบสูญไปหมด ของในโกดังถูกขนย้ายออกไปหมด บัดนี้ตระกูลข่งเหลือเพียงข้าคนเดียว" ข่งซิวพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"อะ อะไรนะ?"
สีหน้าสองพ่อลูกจินหยวนเดิมก็ซีดเผือดอยู่แล้ว ตอนนี้เรียกว่าไร้ซึ่งสีเลือดเลย
"ตอนนี้พวกเราควรจะไปดูตระกูลอื่นเสียหน่อย แต่ข้าไม่รู้จักตระกูลอื่น ต้องให้พ่อบ้านจินส่งคนออกไป ข้ากังวลว่า ครั้งนี้จะเป็นแผนการร้ายที่มุ่งเป้ามาที่ตระกูลต่างๆ" ข่งซิวพูดเสียงขรึม
ข่าวนี้ทำให้คนดุจหล่นลงไปในหลุมน้ำแข็งเลยทีเดียว
"งั้นอย่ารอช้าเลย ตอนนี้ส่งคนออกไปสืบดูเถิด" โหลชีหันไปหาจินหยวน "ยังมีอีกกี่ตระกูลรึ?"
"ยังมี ตระกูลไป๋ ตระกูลเหอ ตระกูลโหล..."
โหลชีลุกขึ้นมา "ตระกูลโหลพวกเราไปเอง เดิมพวกข้าก็จะไปตระกูลโหลอยู่แล้ว อีกสองตระกูลที่เหลือ ท่านลุงจินรีบส่งคนออกไปตรวจตราดูเถิด หากไม่เป็นไร ก็เล่าเรื่องของตระกูลจินและตระกูลข่งให้พวกเขาฟัง หากเกิดเรื่องเหมือนกัน...ดูว่ายังมีผู้รอดชีวิตหรือไม่ หากมีก็มารวมตัวกันไว้เถิด" เพราะเรื่องนี้จะชักช้าไม่ได้ พวกเขาเลยตัดสินใจออกเดินทางทันที
โหลชีกับเฉินซ่าพาขบวนของตัวเองเดินทางไปตระกูลโหล ข่งซิวตัดสินใจตามมากับพวกเขา ส่วนจินหยวนส่งคนเดินทางไปตระกูลไป๋ตระกูลเหอ
เพียงแต่ถึงพวกเขาจะมีหลงเอี๋ยน หลงเอี๋ยนกลับรู้แค่ทางจากทะเลทรายเย็นไปตระกูลโหล ไม่รู้ว่าจากตระกูลจินไปตระกูลโหลไปทางไหนจะเร็วที่สุด สุดท้ายเลยต้องขอคนนำทางคนหนึ่ง
"ข้า ข้านำทางให้พวกท่านได้หรือไม่?" ก่อนขบวนออกเดินทาง ใบหน้าแน่งน้อยของจินเฉี่ยวลี่ซีดเผือด น้ำตาคลอเบ้า ท่าทางทั้งหวาดกลัวและทุกข์ทรมาน "ข้าก็อยากออกแรงเพื่อช่วยพี่ชาย"
หลานชายท่านจินที่จะตบแต่งกับบุตรสาวตระกูลโหลนั่นดีกับนางมาก ดูท่าจินเฉี่ยวลี่ก็เป็นคนรู้บุญคุณคนผู้หนึ่ง
ตอนแรกนางเย่อหยิ่งจองหอง พูดจาไม่น่าฟังนัก แต่พอผ่านเรื่องราวพวกนี้มา ตอนนี้นางเป็นเพียงเด็กสาวที่ตกใจมากเกินไปเท่านั้นเอง
โหลชีหันมองจินหยวน "ถ้าคุณหนูหกยินดี พวกเราก็มิขัดข้อง แต่มีเรื่องหนึ่งข้าต้องบอกคุณหนูหกไว้ก่อน ไปตระกูลโหล...ดูท่าจะเจออันตราย"
ตอนนี้ตระกูลโหลสำหรับนางแล้ว ไม่เห็นจะปลอดภัยกว่าลัทธิสิ้นโลกีย์สักเท่าไหร่ นางมีลางสังหรณ์ว่า ไปครั้งนี้ ตระกูลโหลต้องเกิดพายุลมฝนนองเลือดแน่นอน
"ท่านพี่จะตบแต่งกับคุณหนูตระกูลโหลแล้ว ข้าอยากไปขอร้องตระกูลโหลในฐานะน้องสาว ขอให้พวกเขาช่วยตามหาเจ้าตระกูลและพวกพี่ชาย" ถึงจินเฉี่ยวลี่ได้ยินคำพูดของโหลชีแล้วจะหดตัวลงเล็กน้อยและมีท่าทีหวาดกลัวมาก แต่สุดท้ายก็ยืนกรานที่จะไป
โหลชีจึงตัดสินใจนำนางไปด้วย จินเฉี่ยวลี่พูดถูก ฐานะของนางไม่แน่อาจมีประโยชน์
ขบวนจากไปอย่างเอิกเกริก
ข่งซิวเพียงพูดคุยกับโหลชีและเฉินซ่าในรถม้าพวกนั้นครึ่งชั่วยามก็ลงไปพักผ่อนที่รถม้าอีกคัน เท่าที่เขาพูด ตระกูลข่งกับตระกูลจินห่างกันไกลนัก เขาเร่งรีบเดินทางมาโดยไม่ได้หยุดพักผ่อนม้าเลย
ระหว่างทางพวกเขาไม่ได้หยุดพักเลย นอกจากเหล่าทหารองครักษ์ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาขับรถม้าแล้ว คนอื่นก็พากันรีบพักผ่อนหลับนอนเอาแรง