ตอนที่ 538
บทที่ 538 เข้าสู่ตระกูลโหล
October 31, 2026
ถึงภูเขาลูกนั้นจะหายไปแล้ว กลายเป็นป่าไผ่ แต่สถานที่นั้นยังคงดูแปลกอยู่
ตอนนี้ถึงจะเป็นกลางคืน แต่แสงจันทร์ฤดูใบไม้ร่วงสีจางๆ ภายใต้แสงจันทร์ถึงจะมีขั้นเมฆบางเบากั้นไว้อยู่ ทำให้แสงจันทร์ไม่สว่างพอ แต่สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่เป็นปัญหากับการมองเห็นเลย
แต่ป่าไผ่นั่นเหมือนกับเส้นแบ่งเขตแดนที่แปลกพิกล ตั้งแต่ขอบป่าไผ่นั่น ทั่วทั้งป่าไผ่ จนถึงภูเขาด้านหลังป่าไผ่ล้วนแต่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิดนั่น
เหมือนโลกสองโลก แบ่งแยกกันด้วยป่าไผ่
ครึ่งโลกมนุษย์ ครึ่งนรก
ไม่รู้ทำไม ในใจซวนหยวนฉงโจวพลันคิดถึงคำพูดนี้ขึ้นมา
จากนั้นเขาก็ใจกระตุกแรง แต่พอเหลือบตามองไป องครักษ์เจ็ดนายนั่นกลับลอยเข้าไปในป่าไผ่นั่นแล้ว พอปราดร่างเข้าไป ร่างพวกเขาก็หายวับไปเลย
ฉิงเหวยกลั้นหายใจดู ไม่รู้เพราะอะไรหัวใจเริ่มพองโตขึ้นเรื่อยๆ
ประมาณผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม ในป่าไผ่ยังคงสงบนิ่ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แต่องครักษ์เจ็ดนายก็ไม่ได้กลับมา
ไม่มีเสียงเลยแม้แต่น้อย
"ฉงอ๋อง พวกเขาจะเจอกับดักอะไรหรือไม่?"
ซวนหยวนฉงโจวเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์ที่กลมโตแล้ว พลันครุ่นคิดถึงเฉินซ่า เขารู้แล้วว่าทุกวันขึ้นสิบห้าค่ำเฉินซ่าจะพิษกู่กำเริบ ต้องตัวติดกันกับโหลชีตลอด
ไม่รู้ว่าคืนนี้พวกเขาจะยังอยู่ที่ตระกูลจินไหม
.....
เพราะหลงเอี๋ยนก่อนหน้านี้ไม่นานยังได้รับจดหมายจากโหลฮ่วนเทียน รู้ว่าเขาไม่เป็นไรชั่วคราว ดังนั้นอันที่จริงแล้วเฉินซ่ากับโหลชีก็เตรียมใจไว้แล้ว ถึงตระกูลข่งและตระกูลจินจะเกิดเรื่อง แต่ตระกูลโหลอาจจะไม่เป็นอะไร
เพราะอย่างนี้ตอนพวกเขาเห็นสิ่งก่อสร้างที่ที่สร้างอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆเหล่านั้นค่อยๆจุดตะเกียงสว่างขึ้น ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร
แต่สิ่งก่อสร้างใหญ่ขนาดนี้ ประหนึ่งเมืองเล็กท่ามกลางเนินเขาเขียวขจี ทำให้พวกเขาเบิกตากว้าง อุทานอย่างชื่นชมในขนาดและความหรูหราของตระกูลโหล
"ในบรรดาตระกูลต่างๆ ตระกูลโหลเป็นระดับผู้นำอยู่เสมอ" โหลชีเผยอปากยิ้มน้อยๆ ไม่อย่างนั้น ท่านจินคงไม่ต้องถึงกับเอาอกเอาใจกับหลานสะใภ้ที่เป็นแค่สายห่างๆหรอก
โหลชีคิดถึงหลานสะใภ้ที่เขาพยายามหาของดีๆมาปรนเปรอมากมายแต่ก็ยังไม่ได้มาตลอดคนนั้น ก็คิดถึงวู๊วู
ไม่รู้ว่าซวนหยวนฉงโจวหาวู๊วูเจอหรือยัง
ยังเหลืออีกสองสามร้อยเมตรกว่าจะถึงประตูตระกูลโหล ข่งซิวให้ขบวนหยุดรอก่อน เดินมายืนหน้ารถม้าของพวกโหลชี ถึงจะพูดแต่ไม่ได้ยื่นมือมาเปิดผ้าม่านรถ
"นังหนูชี พวกเจ้ารอที่นี่ก่อนนะ ข้าไปตรวจดูหน่อย"
โหลชีกับเฉินซ่าสบตากัน "ก็ดี หลงเอี๋ยน เจ้าตามท่านอาข่งไป"
หลงเอี๋ยนเดิมเป็นองครักษ์ลับของโหลฮ่วนเทียน เป็นคนที่คุ้นเคยที่สุดกับตระกูลโหลในหมู่พวกเขา ข่งซิวอาจจะขอเข้าพบโหลเหล่าไท่จวินด้วยฐานะคนตระกูลข่งก่อนได้ หลงเอี๋ยนจะได้แอบตามเข้าไปตรวจสอบตระกูลโหลดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่
"ขอรับ"
อันที่จริงไม่ต้องให้โหลชีบอก หลงเอี๋ยนก็อยากไปแล้ว ยังไงซะโหลฮ่วนเทียนก็เป็นเจ้านายเก่าเขา ไม่มีทางไม่เป็นห่วง
อวิ๋นจัดแจงให้องครักษ์คนหนึ่งมาเป็นคนบังคับม้าควบรถม้าคันหนึ่งพาข่งซิวเข้าไป
ขบวนหยุดลงมาที่นี่ก่อน แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่า พวกข่งซิวยังไม่ทันเข้าประตูเลย ก็มีคนกลุ่มหนึ่งออกมารับ ทั้งสองฝ่ายเพียงพบปะหน้ากันหนึ่งครั้ง ข่งซิวก็พาพวกเขาเข้ามาแล้ว
ทหารม้าสิบสองนาย ล้วนแต่เป็นม้าตัวใหญ่ ตระหง่านน่าเกรงขาม
เพียงแต่คนนำขบวนกลับเป็นสาวน้อยในชุดเขียวน้ำทะเลสาบคนหนึ่ง
สาวน้อยคนนั้นอายุราวสิบเจ็ดสิบแปด หน้ากลม ดวงตากลมโตคู่หนึ่ง ดูสดใสยิ่งนัก มีลักยิ้มบุ๋มสองอันบนแก้มใสนั่น
หน้าตาเยี่ยงนี้ทำให้คนรู้สึกดีด้วยไม่ยาก ดูน่ารักอ่อนหวาน สดใสคล่องแคล่ว
คนอื่นที่ตามหลังนางมาล้วนเป็นหนุ่มน้อยที่หน้าตาหล่อเหลามาก ที่อายุน้อยที่สุดดูจะสิบสองสิบสามปี มากสุดก็ยี่สิบต้นๆ
พอคนพวกนี้เข้ามา ด้วยสีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อยกัน กลับทำให้โหลชีงุนงงไม่น้อย
นางแค่เปิดผ้าม่านรถมองออกมา แต่สายตาสาวน้อยนั่นปราดมาทางนางทันที
น้ำเสียงกระจ่างดุจนนกกระจิบสีเหลือง น้ำเสียงตื่นเต้นยินดีปรีดา พูดขึ้นว่า "ท่านพี่เจ็ดมาแล้วใช่ไหม?"
ท่านพี่เจ็ด....
โหลชีเลิกคิ้ว ครั้งก่อนพี่ใหญ่บอกนางแล้ว จะบอกเรื่องของนางกับหยุนโยวก่อน แต่ไม่ได้บอกคนตระกูลโหลคนอื่นนี่นา
อีกอย่าง ถ้าพวกเขาเป็นลูกชายหญิงของซวนหยวนจ้าน โหลเหล่าไท่จวินรู้เรื่องนี้ดีที่สุด มารับโหลฮ่วนเทียนเป็นนายน้อยของตระกูลโหลก็ว่าไปอย่าง นางที่ไม่ได้เติบโตมาในตระกูลโหลเนี่ย ทำไมยังต้องรับกลับมาอีก?
นางมาครั้งนี้ คืออยากจะมาเปิดอกคุยกับโหลเหล่าไท่จวินเลย ไม่ได้อยากมางานนับญาติกับตระกูลโหลเสียหน่อย