ตอนที่ 540
บทที่ 540 เหลืออายุขัยอีกไม่นาน
October 31, 2026
ดังนั้นตอนพวกโหลยู่เทียนและโหลรั่วหมิ่นมาถึงจึงได้เห็นโหลชีและเฉินซ่ากำลังนั่งใต้ต้นซากุระอย่างสบายอารมณ์ โหลชีกำลังกะเทาะเปลือกไข่ไก่และป้อนให้เขาทีละคำ ส่วนเฉินซ่าก็ดึงซากุระหลายดอกมาแซมผมให้โหลชี ทั้งสองทำราวกับมาท่องเที่ยว
อวิ๋นและข่งซิวอึ้งตะลึง ถ้าเกิดโหลเหล่าไท่จวินเป็นคนดี พวกเขาทำอย่างนี้ไม่กลัวจะทำให้นางไม่พอใจรึ?
จินเฉี่ยวลี่ปิดปากพลางรู้สึกว่าทั้งสองคนช่างบังอาจนัก มีเพียงพวกเสี่ยวโฉวและชิวชิ่นเซียนอิ้นเหยาเฟิงที่เคยชินแล้ว พวกนางเองก็ได้สติกลับมา ถ้าโหลเหล่าไท่จวินร้อนใจอยากเจอพวกเขาจริงๆ จะจัดสถานที่พบหน้าไว้ในจุดที่ห่างไกลจากประตูใหญ่ขนาดนี้รึ?
เดินมาถึงนี่ก็ใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วยามแล้ว
นี่คือจงใจข่มกระมัง
หลายคนต่างรู้สึกโกรธ พอเห็นจักรพรรดิจักรพรรดินีตนทำอย่างนี้ก็รู้สึกสมเหตุสมผลแล้ว
"ท่านพี่เจ็ด สะพานคดเคี้ยวนี่ เหล่าไท่จวินเคยบอกว่าต้องค่อยๆเดินเข้ามาทีละก้าว" โหลยู่เทียนมองดูคนสองคนที่พึ่งยืนขึ้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
"งั้นรึ? ไม่มีใครบอกข้านี่" โหลชียิ้มน้อยๆ เลิกคิ้วมองเฉินซ่า "อีกอย่าง ผู้ชายของข้าไม่อยากให้ข้าเดินเหนื่อยเกินไป เขาจะปวดใจเอา ข้าเป็นสตรีเพียงคนเดียวของเขานี่นะ"
หน้าด้านยิ่ง...
หวานกันเข้าไป....
เลี่ยนเกินไปไหม....
สำหรับคนโบราณแล้ว คำพูดเช่นนี้เท่ากับทำให้สีหน้าเหล่าบุรุษเปลี่ยนสีไปตามๆกัน และทำให้เหล่าสตรีเขินอายจนต้องก้มหน้านิ่ง แต่โหลชีกลับพูดอย่างเป็นธรรมชาติ สมเหตุสมผลอย่างนั้น
คำพูดนี้ทำเอาสีหน้าโหลยู่เทียนและโหลรั่วหมิ่นเขียวแล้วก็แดงสลับกันไป ไม่รู้จะตอบรับยังไง
"นำทางเถอะ" สุดท้ายโหลยู่เทียนกัดฟันหันไปบอกสาวใช้สี่คนนั่น
ทั้งสี่คนพาพวกเขาเข้าประตูไป ครั้งนี้แค่เดินผ่านสวนดอกไม้เล็กๆ ก็เข้าไปในห้องโถงแล้ว ในห้องตะเกียงส่องสว่าง และยังมีเสียงอ่อนหวานของสาวน้อยลอยมา เหมือนกำลังท่องกลอน คนที่ความรู้ด้านอักษรต่ำมากอย่างโหลชีฟังไม่ออกเลยว่านั่นกลอนอะไร
จากนั้นก็มีเสียงแม่เฒ่าคนหนึ่งหัวเราะออกมา พลางชมเชยนางว่าทะเล้น
ห่างกันใกล้ขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ที่นางตะโกนออกมาจะไม่มีใครได้ยินได้ยังไง? โหลชีทนไม่ไหวหัวเราะออกมา
"เหล่าไท่จวิน ท่านพี่เจ็ดมาแล้ว ยังมีพี่เขยเจ็ด" โหลรั่วหมิ่นวิ่งเข้าไปราวกับผีเสื้อน้อยก่อนเลย เสียงหัวเราะในนั้นหยุดชะงักลง พวกโหลชีก้าวข้ามธรณีประตูที่สูงนัก และเห็นเข้ากับพื้นหลังสีแดงสดกลางห้องโถงใหญ่
พอดู มันก็แค่สีแดงสดขนาดใหญ่ กลับทำให้รู้สึกแปลกใจ โหลชีอดมองดูภาพเบื้องหลังนั่นหลายทีไม่ได้ เวลานี้นางได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ดูแล้วนอกหน้าต่างที่เปิดอยู่ทางด้านขวาจะมีกลิ่นหอมของดอกอะไรลอยเข้ามา
ใต้เท้าเป็นพรมหนา สีดำแดงปักดอกไม้เต็มไปหมด พอมองลงไป รอยปักดอกไม้นั่นเหมือนจะมีบางอย่างแปลกๆและก็ดูคุ้นตาพิกล แต่ตอนนี้นางคิดไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
ความสนใจพุ่งไปที่ภาพเบื้องหลังสีแดงสดผืนใหญ่นั่นตรงกำแพงด้านหลังอีกครั้ง ครั้งนี้นางเห็นตรงมุมมีสีขาวกระจายนิดหน่อย เหมือนจะเป็นดอกเหมยขาว
ภาพแบบนี้นางไม่เคยเห็นมาก่อน สีแดงสดใหญ่ขนาดนี้ ต้องมองให้ละเอียดถึงจะเห็นดอกเหมยสีขาวตรงมุม
รสนิยมของคนที่ตกแต่งห้องโถงนี่ดูจะพิเศษนัก
จนเฉินซ่ากำมือนางแน่นเล็กน้อย ความสนใจของโหลชีถึงโดนดึงกลับ ไปตกที่สองคนซึ่งนั่งอยู่บนแท่นที่นั่งประธาน
ด้านซ้ายเป็นยายเฒ่าที่อายุหกสิบต้นๆ ผมเผ้านางถูกม้วนอย่างเป็นระเบียบไว้ท้ายทอย ด้านหนึ่งปักปิ่นปักผมมรกตสีเขียวหยกสองอัน ใส่เครื่องประดับผมที่ปักลายเข็มสนแซมหยกละเอียดปักดิ้นทองไปด้วย ผิวขาวมาก ขาวจนทำให้คนละเลยไปเลยว่าใบหน้านางเต็มไปด้วยรอยย่น
เปลือกตานางหย่อนคล้อยหย่อนยานแล้ว ทำให้ดวงตาดูค่อนข้างเล็ก แต่ประกายในดวงตาคู่นั้นกลับเป็นประกายมากขึ้นเมื่อมองโหลชี นางถึงกระทั่งทาขาดสีสว่างเล็กน้อย เข้ากันกับผิวสีขาวจัดนั่น โหลชีพลันรู้สึกว่าบนตัวนางมีไอปีศาจส่วนหนึ่ง
นางปีศาจเฒ่า
ถึงจะเป็นยายเฒ่าที่อายุเกินหกสิบแล้ว แต่รูปร่างของนางกลับทำให้คนรู้สึกว่ายังอ่อนเยาว์อย่างน่าประหลาดใจ นางสวมชุดกระโปรงยาวมีผ้าคลุมไหล่สีทองหม่น บนคอ ข้อแขน นิ้วมือล้วนใส่เครื่องประดับหยก แค่ดูก็รู้ว่าเป็นน้ำงาม
และขวางกั้นด้วยโต๊ะเล็กสี่ด้าน คนที่นั่งด้านขวาคือสาวน้อยคนหนึ่ง และดูน่าจะสิบเจ็ดสิบแปด นางอยู่ในชุดกระโปรงสีขาวพระจันทร์ คอเสื้อ แขนเสื้อและสายรัดเอวล้วนเป็นเขียวอ่อน แค่ดูก็เหมือนดอกนาร์ซิสซัสน้อยๆที่พึ่งจะออกดอกดอกหนึ่ง ในมือนางถือหีบห่อโบราณ คราวนี้กำลังมองมาด้วยสายตาประหลาดใจ นั่นเป็นใบหน้าที่คล้ายคลึงโหลรั่วหมิ่นอยู่สามส่วน แต่คิ้วยาวกว่านางหน่อย ดวงตาไม่ได้กลมขนาดนั้น โหลรั่วหมิ่น รูปปากสวยงามมาก ทำให้นางคิดถึงกลีบดอกกุหลาบแดง
ไม่มีลักยิ้มอย่างโหลรั่วหมิ่น ลดทอนความน่ารักสดใสลงไปสามส่วน แต่กลับเพิ่มความสวยงามอ่อนหวานขึ้นมา ออร่าสวยสดงดงาม แต่โหลชีเห็นสาวสวยมามากแล้ว สาวน้อยคนนี้ยังไม่ถึงขั้นให้นางตาเป็นประกาย
นี่คือโหลปา*?
แม่นางที่จะนับพี่ชายนางเป็นพี่ชาย?
โหลชีคิดอย่างนี้ สายตาที่มองนางเลยมีแววล้อเลียนออกมา
"เหล่าไท่จวิน ดูท่านพี่เจ็ดสิ หน้าตาเหมือนท่านพี่ฮ่วนเทียนมากใช่ไหม?" โหลรั่วหมิ่นพูดพลางนั่งลงข้างโหลเหล่าไท่จวิน ยื่นมือออกมาจะคว้าแขนนาง สายตาโหลปาปรายมาเบาๆ โหลรั่วหมิ่นปล่อยมือทันที นั่งขยับออกมาหน่อย
โหลยู่เทียนกลับโบกมือ ไม่นานก็มีสาวใช้สองคนถือฟูกกลมสองอันออกมาวางไว้ด้านหน้าโหลชีและเฉินซ่า
"ท่านพี่เจ็ด พี่เขยเจ็ด พวกท่านกลับมานับญาติที่ตระกูลเป็นครั้งแรก ในฐานะผู้น้อย คุกเข่าลงโขกศีรษะคารวะเหล่าไท่จวินสามทีก่อนเถิด นี่ก็เป็นกฎของตระกูลโหลเรา"