ตอนที่ 5
บทที่ 5
September 18, 2026
“ทำไมป้าถึงไม่บอกขิม ว่าลูกชายเจ้านายป้าอยู่ห้องตรงข้ามขิม!”
“ฉันไม่รู้เรื่องนั้น รู้แค่คุณเทรย์ซิสอยู่คอนโดนั้น” หยกตอบกลับหลานสาว ขณะเดินดูความเรียบร้อยของอาหารเย็น โดยมีหลานสาวเดินตามต้อยๆ
“ไม่รู้ได้ไง ขิมไม่เชื่อ”
“เด็กคนนี้นี่…” หยกหันไปมองหน้าหลานสาวแล้วส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอา “ฉันไม่รู้จริงๆ รู้ก็บอกแกไปนานแล้ว หยุดถาม แล้วมาช่วยยกอาหารไปที่โต๊ะ”
“ใช้อีก” ปากบ่นแต่มือก็รับถาดอาหารที่ป้าส่งมาให้ เธอเดินตามคนอื่นๆ ไปยังห้องอาหาร
สาวใช้คนหนึ่งหันมารับถาดอาหารจากสายขิมแล้วนำไปวางลงบนโต๊ะทีละจาน ไม่นานพวกสาวใช้ก็สะกิดกันเบาๆ เหมือนส่งสัญญาณบางอย่าง สายขิมเห็นคนอื่นๆ ถอยไปยืนรวมกันอยู่ที่มุมห้อง จึงขยับตามไปยืนด้วยสีหน้างุนงง
ดวงตาคู่สวยมองผู้ชายคนหนึ่งท่าทางดูสุขุม ใบหน้าคล้ายกับเทรย์ซิสเดินเข้ามานั่งลงตรงหัวมุม ตามมาด้วยแม่ของเทรย์ซิสที่มีรอยยิ้มแต้มบนใบหน้าราวกับเป็นความสดใสของบ้านนี้ และคนสุดท้ายที่เดินเข้ามา…เทรย์ซิส
หัวใจของสายขิมกระตุกวูบ เมื่อเผลอสบตากับดวงตาคมเข้มที่ดูไร้อารมณ์คู่นั้น เธอรีบหลุบสายตาลงมองพื้นทันที
“หนูสายขิม มากินข้าวด้วยกัน” น้ำตาลเดินเข้ามาจูงมือสายขิมมายังโต๊ะอาหารอย่างเป็นกันเอง
“เอ่อ…เดี๋ยวขิมไปกินกับป้าก็ได้ค่ะ ขิมเกรงใจ” ยิ่งรู้ว่ามีเทรย์ซิสร่วมโต๊ะด้วย มันยิ่งทำให้เธอไม่อยากอยู่ตรงนี้เอาเสียเลย
“พวกเราเป็นคนชวนหนูมาที่บ้าน มากินข้าวด้วยกันเถอะ” เซนต์ ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะพูด พลางเลื่อนสายตาไปมองภรรยาที่อยากเจอสายขิมใจแทบขาด
สายขิมอึกอัก หันไปมองป้าที่เดินมาพอดี หยกพยักหน้าเชิงบอกให้ทำตามความต้องการของเจ้าของบ้าน เห็นเจ้านายเอ็นดูหลานสาวป้าอย่างเธอก็อดยิ้มตามไม่ได้
“หยกบอกว่าหนูขิมเรียนวาแซร์ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ…”
“แม่ก็เป็นศิษย์เก่าที่นั่น ตอนนี้เทรย์ซิสก็เรียนอยู่ที่นั่นเหมือนกัน”
เธอเบนสายตาไปมองเขาที่นั่งอีกฝั่ง สีหน้าเขาดูไม่ค่อยรับแขกเท่าไรนัก บางจังหวะที่เขามองมาทางเธอแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีเป็นมิตรสักเท่าไร โดยรวมก็แอบหยิ่งอยู่
“แต่ว่าทั้งสองคนก็อยู่ห้องตรงข้ามกันแถมยังเรียนที่เดียวกัน สนิทกันไว้ก็ดีนะ”
เซนต์มองภรรยาอย่างรู้ทัน น้ำตาลเอ็นดูสายขิมมาก ตอนดูรูปจากหยกถึงขั้นเก็บมาพูดกับเขาทุกคืนก่อนนอน ว่าอยากได้สายขิมมาเป็นลูกสาวอีกคน บอกว่าเห็นสายขิมแล้วนึกถึงตัวเองตอนสาวๆ
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าน้ำตาลกำลังเล็งใครให้ลูกชาย…
“วันไหนมีเรียนพร้อมกัน ลูกก็ไปส่งน้องด้วยสิเทรย์ซิส”
“แม่ก็รู้ ถ้าไม่สนิทผมไม่ชอบให้คนอื่นขึ้นรถด้วย”
คำว่า ‘คนอื่น’ กระแทกกลางใจคนฟังอย่างสายขิมอย่างแรง ไม่ได้เจ็บหรือจุก แต่หมั่นไส้จนอยากสวนกลับว่าใครอยากสนิทด้วยวะ!
“แม่ถึงบอกให้สนิทกันไว้ไง” น้ำตาลหันไปมองหน้าลูกชายด้วยรอยยิ้มเย็น
เทรย์ซิสไม่ตอบ ตักข้าวเข้าปากเคี้ยวกินเงียบๆ บางทีเขาก็ไม่เข้าใจความคิดของแม่ตัวเอง นอกจากยกห้องราคาหลายสิบล้านให้ผู้หญิงคนนี้อยู่ฟรีๆ ไม่คิดค่าเช่าสักบาท ชวนมาบ้านกินข้าวร่วมโต๊ะด้วยกัน แถมยังบอกให้สนิทกันไว้ คนที่ไม่ชอบผูกมิตรกับใครอย่างเขาคงยาก
ผู้หญิงคนนี้มีอะไรดีนักหนา
“อาหารอร่อยไหมหนูขิม”
“อร่อยค่ะ”
“กินเยอะๆ นะ”
สายขิมยิ้มตาหยี
“หยกเป็นคนเชียงใหม่ แสดงว่าหนูขิมก็เป็นคนเชียงใหม่น่ะสิ”
“ใช่ค่ะ ขิมเกิดและโตที่เชียงใหม่”
“แม่ก็เป็นคนเชียงใหม่เหมือนกัน บังเอิญจังเลย” น้ำตาลพูดด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอแม้เพิ่งเจอกัน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารคึกคักด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เซนต์หันไปมองลูกชายพลางไหวไหล่เบาๆ
หลังจากมื้ออาหารจบลง น้ำตาลพาสายขิมไปดูสวนกุหลาบสไตล์อังกฤษของตัวเอง เป็นมุมสุดหวงแต่สายขิมกลับได้รับสิทธิพิเศษให้เข้าไป
“สวยจังเลยค่ะ” เหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกเลย…
“ตอนกลางวันสวยกว่านี้ ไว้มาอีกนะ มาตอนกลางวันเดี๋ยวแม่พามาอีก”
สายขิมหันไปยิ้ม ก่อนจะเดินดูกุหลาบหลายสายพันธุ์ตรงหน้า น้ำตาลยืนมองหลานสาวหยกด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ตอนดูรูปว่ารู้สึกถูกชะตาด้วยแล้ว พอเจอตัวจริงเรียกได้ว่ารักเด็กคนนี้ไม่น้อยไปกว่าเทรย์ซิสลูกชายแท้ๆ เลย
อีกมุมหนึ่งของบ้าน
เทรย์ซิสยืนมองแม่ตัวเองและสายขิมผ่านหน้าต่าง ที่สามารถมองทะลุไปถึงสวนกุหลาบสไตล์อังกฤษ
“แม่เพิ่งเจอผู้หญิงคนนั้น นิสัยใจคอก็ยังไม่รู้จักดี แต่เหมือนแม่จะหลงผู้หญิงคนนั้นจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว”
“นานๆ ทีแม่จะเจอคนที่เหมือนตัวเอง”
“แม่ใจดีเกินไป”
“แม่ก็เป็นแบบนี้แหละ เห็นแบบนี้แม่ดูคนออกนะว่าใครดีหรือไม่ดี”
“บอกแม่ระวังผู้หญิงคนนั้นไว้ก็ดีนะครับ ดูไม่น่าไว้ใจ”
“ทำไมลูกดูอคติกับหนูสายขิมจังหืม”
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ ผมแค่กลัวแม่โดนหลอกเพราะความใจดีของตัวเอง”
“เชื่อใจแม่เขาเถอะ พ่อว่าแม่ดูคนออก” เซนต์ยิ้ม
เทรย์ซิสลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะละสายตาไปจากตรงนั้น
“ผมว่าจะกลับแล้ว ข้างนอกเหมือนฝนจะตกเลย”
“ขับรถยนต์กลับไหม เผื่อฝนตกระหว่างทาง”
“ไม่เป็นไรครับ” เทรย์ซิสเดินออกไป และเป็นจังหวะเดียวกันที่น้ำตาลพาสายขิมกลับเข้ามาข้างใน “ผมจะกลับแล้วนะครับ”
“ให้หนูสายขิมกลับด้วยสิลูก”
สายขิมเบิกตากว้างพร้อมกับรีบโบกมือปฏิเสธ
“มะ…ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวขิมกลับเอง”
“อยู่คอนโดเดียวกัน กลับกับเทรย์ซิสดีกว่านะหนูขิม”