ตอนที่ 4
บทที่ 4
September 18, 2026
ปัง….
สายขิมปิดประตูห้องลง ถอดรองเท้าออกแล้วเดินเท้าเปล่าไปเปิดตู้เย็น มือเล็กหยิบน้ำฝรั่งที่ตัวเองชอบดื่มมาเทลงแก้ว จากนั้นเดินตรงไปทิ้งตัวนั่งลงโซฟา วิวตรงหน้าทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันเบาบางลง
นี่สินะชีวิตดีๆ ที่ลงตัว
การได้อยู่ในสถานที่ดีๆ มันมีผลต่อจิตใจอย่างนี้นี่เอง เหนื่อยมาจากไหนพอเห็นวิวแบบนี้หายเหนื่อยเลย หากเป็นเมื่อก่อนกลับถึงห้องคงเจอแต่ผนังพานให้รู้สึกเบื่อหน่าย เพราะห้องไม่ได้กว้างและมีวิวดีๆ แบบนี้ให้มอง
ถึงเธอไม่ได้มีเงินมากมายซื้อชีวิตดีๆ แต่อย่างน้อยการมีคนใจดีหยิบยื่นความโชคดีให้ นับว่าเป็นบุญวาสนาของเธอแล้ว ไม่รู้ว่าต้องเกิดอีกกี่ชาติถึงมีเงินมากพอซื้อคอนโดหรูหราใจกลางเมืองแบบนี้ได้
ครืด ครืด
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอละสายตาจากวิวพระอาทิตย์ตกดินท้องฟ้าเป็นสีชมพูตรงหน้ามามอง พอเห็นว่าเป็นป้าโทรมาจึงวางแก้วลงบนโต๊ะแล้วกดรับสาย
“จ๋าป้าหยก”
(พรุ่งนี้ตอนเย็นว่างไหม)
“ทำไมเหรอป้า”
(คุณน้ำตาลอยากเจอแก เขาชวนมากินข้าวที่บ้านใหญ่)
เธอไม่เคยไปบ้านใหญ่ที่ป้าทำงานอยู่เลยสักครั้ง พอได้ยินว่าเจ้านายป้าชวนเธอไปกินข้าวด้วย หัวใจพลันเต้นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นอัตโนมัติ ยังไม่ทันอ้าปากพูดปลายสายก็ชิงพูดตัดหน้าเสียก่อนแล้ว
(ไม่รู้แหละ ไม่ว่างก็ต้องมา ฉันรับปากคุณน้ำตาลไว้แล้ว)
แล้วเธอจะปฏิเสธอะไรได้เล่า…
“ตามนั้นแหละป้าหยก”
(แล้วนี่กินข้าวรึยัง)
“ยังเลย ไม่รู้จะกินอะไร”
(หาข้าวกินด้วย ไม่มีเงินก็บอกเดี๋ยวโอนให้)
แม่คนที่สองชัดๆ
“ขิมมีอยู่”
(อืม อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว)
คนที่เป็นห่วงเธอพอๆ กับแม่ก็คือป้าหยก อยู่ที่นี่เธอไม่มีใครเลยนอกจากป้า ตอนย้ายมาที่นี่ครั้งแรกป้าบอกว่าให้ไปอยู่บ้านใหญ่ด้วยกันแต่เธอปฏิเสธ เพราะอยากลองใช้ชีวิตคนเดียวสักครั้ง บวกกับระยะทางจากบ้านใหญ่มามหา’ลัยไกลพอสมควร ไกลกว่าหอพักเดิมหลายกิโล มันเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ป้ายอม
(พรุ่งนี้อย่าลืมนะ เดี๋ยวส่งที่อยู่ให้)
“ค่าา”
(แค่นี้แหละ ไปหาข้าวกินด้วย)
หลังจากวางสายจากป้า เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งข้าวผ่านแอพ วิวตรงหน้าสวยเกินคำบรรยายจนไม่อยากให้มันหายไป ปัดหน้าจอออกจากแอพสั่งอาหารเข้ากล้อง กดถ่ายภาพตรงหน้าเก็บไว้ดูว่า ครั้งหนึ่งเคยเห็นท้องฟ้าสวยๆ ในห้องหรูแห่งนี้
วันต่อมา
สายขิมก้าวลงจากรถที่จอดหน้าประตูทางเข้า ดวงตาคู่สวยมองประตูรั้งที่สูงกว่าตัวเองหลายเท่า แค่เห็นรั้วบ้านก็รู้ทันทีว่ารวยมาก
ระดับตระกูลยากูซ่าเชียวนะ…
“นึกว่าวัง…” เธอพึมพำเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดออดหน้าบ้าน ไม่นานก็มีผู้ชายเดินมาหน้าประตูรั้วแล้วจ้องหน้าเธอผ่านช่องเหล็ก
“มาหาใคร”
“มาหาป้าหยกค่ะ”
“ชื่ออะไร”
“สายขิมค่ะ”
ผู้ชายคนนั้นเปิดประตูทางเข้าเล็กให้ สายขิมก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเงอะงะ มองคนที่เพิ่งเปิดประตูให้เมื่อครู่ เขาแต่งตัวดูดีและเนี้ยบมาก สีหน้าเคร่งขรึม เธอยิ้มให้ก็ไม่ยิ้มตอบ
ทำไมดูดุจัง… เธอพูดในใจ
“ตามมาทางนี้”
หยกบอกคนเฝ้าหน้าประตูแล้วว่าวันนี้ตอนเย็นจะมีหลานสาวมาหา พอได้ยินชื่อก็จำได้ว่าเป็นหลานสาวของหยก