ตอนที่ 7
บทที่ 7
September 18, 2026
ตอนแรกสายขิมอยู่ห้องของเขา ตอนนี้สลับกันเขาอยู่ห้องของสายขิมแทน
ยังคงยืนยันคำตอบเดิม โคตรซวย…
พนักงานเปิดประตูห้องให้สายขิมแล้ว แต่เขาก็ต้องอยู่รอจนกว่าจะฟื้น คนรักสันโดษอย่างเขาไม่ชอบคลุกคลีอยู่กับคนที่ไม่สนิท ถึงจะดูเย็นชาและปากร้าย แต่ก็ไม่ได้ใจจืดใจดำมากพอจะทิ้งสายขิมที่ยังไม่ฟื้นไว้คนเดียว ยังไงซะเธอก็เป็นหลานสาวป้าหยก คนที่เขาเคารพนับถือ
“วุ่นวายฉิบหาย…”
เทรย์ซิสมองรูปภาพของสายขิมที่วางอยู่โต๊ะข้างเตียง สายตาคมเข้มจ้องมองรูปนั้นเนิ่นนาน เป็นรูปเด็กผู้หญิงถักเปียสองข้าง มือหนึ่งถือไอติม อีกมือชูสองนิ้วยิ้มเห็นฟัน ข้างๆ เป็นผู้ชายอีกที่ยืนนิ่งๆ
อ่า…จำได้แล้ว
“ยัยเด็กคนนั้นนี่เอง” เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปมองสายขิมอีกครั้ง
ปึก!
‘อ๊ะ! ขอโทษค่ะ’
‘…’
‘เสื้อพี่…เปื้อนหมดเลย’ เด็กน้อยชี้นิ้วไปยังเสื้อสีขาวสะอาดของเด็กหนุ่ม ตอนนี้มันเปื้อนไปด้วยไอติม และก้อนไอติมของตนก็ตกลงพื้นไปแล้วหนึ่งก้อน ที่เรียกพี่เพราะคิดว่าคงอายุมากกว่า
‘ไม่ดูตาม้าตาเรือ’
‘ม้ามีตาพอเข้าใจ แต่เรือ…มีตาด้วยเหรอคะ’ เด็กสาวเงยหน้าถามด้วยมีหน้าใสซื่อ เมื่อเห็นอีกคนจ้องเขม็งก็ยิ้มหน้าเจื่อน ‘แหะๆ ขอโทษค่ะ เดี๋ยวหนูรับผิดชอบเองค่ะ’
‘ไม่ต้อง’
‘อ้าว…’
ที่แท้ก็ยัยเด็กนั่นที่วิ่งถือไอติมไม่ดูตาม้าตาเรือมาชนเขาเต็มๆ ทำให้เสื้อแสนหวงของเขาตอนนั้นเปื้อนไปด้วยคราบไอติม
“โลกอะไรจะกลมขนาดนี้” เขาเดินไปนั่งลงโซฟา หยิบโทนศัพท์ออกมาเล่นระหว่างรอตัวปัญหาฟื้น ตอนนี้ฝนยังคงตกหนัก คาดว่าอาจจะตกทั้งคืน
“อื้อ~” เสียงครางเบาๆ ดังออกมาจากเตียง ทำให้เทรย์ซิสละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ไปมอง
สายขิมเริ่มขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองเพดานห้องสีขาวและกลิ่นหอมจากปลอกหมอนและไออุ่นจากผ้าห่มคุ้นเคยทำให้รู้ทันทีว่านี่คือห้องของตัวเอง
เธอนอนกะพริบตาช้าๆ ราวกับกำลังประมวลผล ก่อนจะหันไปมองด้านข้างสบตาเข้ากับเทรย์ซิสที่นั่งอยู่โซฟา เธเเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดีดตัวขึ้นจากเตียงนอน
“พะ…พี่เทรย์ซิสมาอยู่ห้องขิมได้ยังไง!”
“คิดว่าอยากอยู่ตายงั้นแหละ” เขาพูดจบก็หยัดกายขึ้นเต็มความสูง มือยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง “เธอเป็นลมอยู่ข้างล่าง พนักงานหน้าล็อบบี้โทรมาบอกฉัน”
เธอจำได้แล้ว…
ตอนนั้นรู้สึกเหมือนตัวเองจะวูบ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบลงราวกับโดนตักสวิตซ์ รู้ตัวอีกทีก็ตื่นมาอยู่ห้องตัวเอง แถมยังเห็นเขาอยู่ในห้องด้วย
“พี่…อุ้มขิมขึ้นมาเหรอ” ไม่ได้อยากสำคัญตัวหรอกนะ แต่คำพูดของเขาชวนให้เธอคิดแบบนั้นจริงๆ
“ขอบคุณสักคำ?” เขาเลิกคิ้วขึ้นสูง
“ขอบคุณค่ะ…”
เทรย์ซิสเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะละสายตาจากสายขิม หยิบบางอย่างออกมาวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงนอน
“ให้ยืมคีย์การ์ดไว้ใช้ขึ้นลงตึกก่อน คนของแม่ฉันเอากระเป๋ามาให้เมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน”
ใจดีเหมือนกันนะเนี่ย… เธอพูดในใจ
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
เขาไม่พูดอะไรต่อจากนั้น หมุนตัวแล้วเดินออกไปจากห้องนอนของเธอทันที
รู้สึกโล่งอกที่ได้กลับห้องตัวเองสักที ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะดึงผ้าห่มออกจากตัว เหวี่ยงขาลงจากเตียงนอน ลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบไอแพดมาเล่นแทนโทรศัพท์
ขวัญ : สายขิมไปไหน ไม่ตอบเพื่อนเลย
สายขิม : มาแล้ว
สายขิม : ซวยมากลืมโทรศัพท์กับกระเป๋าไว้ที่บ้านเจ้านายป้าหยก ตอบพวกแกในไอแพดเนี่ย
เขต : ศุกร์นี้พวกกูชวนกันกินเหล้า
สายขิม : ขอพัก กูเข็ด
เขต : เขตอะไรอีขิม คืนนั้นมึงได้จูบกับซีเคร็ทของวาแซร์เลยนะ
อุตส่าห์พยายามลืมเรื่องคืนนั้นไปแล้ว แต่เพื่อนก็ดันพูดขึ้นมาอีก เธอไม่มีวันลบภาพนั้นออกไปจากหัวได้ และยิ่งอยู่คอนโดห้องตรงข้ามกับเขาแล้วล่ะก็…ยิ่งยากที่จะลืม
ขวัญ : พอกูรู้ว่าเป็นพี่เทรย์ซิส กูกรี๊ดเลยจ้า วาสนาปากมึงมากสายขิม
สายขิม : ค่า นอกจากวาสนาปากกูแล้ว ยังวาสนาที่ได้อยู่คอนโดห้องตรงข้ามเขาด้วย แถมยังเป็นลูกชายเจ้านายป้าหยกอีก
เขต : OMG! จริงเหรออีขิม!