ตอนที่ 9
บทที่ 9
September 18, 2026
8
น้องเฟรชชี่
เสียงรถจักรยานยนต์รุ่น ducati panigale v4s คันสีแดงดำขับเคลื่อนเข้ามาจอดยังหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของครอบครัวแบดซ์ ในรอบหลายเดือนแล้วที่เขาไม่ได้กลับมาเพราะชายหนุ่มไม่ค่อยอยากกลับมาสักเท่าไหร่นัก
เนื่องจากถูกกดดันจากครอบครัวในเรื่องของการใช้ชีวิตและการหาคู่ แต่ในวันนี้เป็นวันเกิดของท่านผู้หญิง ศีรสกุล เทวพรวิพรหม ที่มีศักดิ์เป็นแม่ แบดซ์เลยยอมมา แต่กลับไม่มีของขวัญติดไม้ติดมือมาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
“คุณชายเชิญข้างในค่ะ คุณหญิงกับคุณผู้ชายรออยู่” แม่นมอย่าง ‘อรนุช’ ที่คอยยืนต้อนรับแขกอยู่หน้าประตูทางเข้าบ้านเอ่ยเชิญ แบดซ์เป็นลูกชายคนเดียวของศีรสกุลและพันเชษเขาจึงถูกยกย่องเป็นถึงคุณชายของตระกูล
“ผมฝากดูรถด้วย” แบดซ์เอ่ยตอบเพียงเท่านั้น มือหนาถอดหมวกกันน็อกออกแล้วฝากไว้กับแม่นมก่อนจะก้าวเดินเข้ามาภายในงาน บนร่างกายสวมชุดที่ไม่ได้ดูเหมาะสมกับงานวันเกิดของคนเป็นแม่สักเท่าไหร่
“ดะ เดี๋ยวค่ะคุณชาย” ไม่ทันที่อรนุชจะได้เอ่ยเรียกร่างสูง แบดซ์ก็เดินกลืนหายไปกับแขกภายในงานแล้ว
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจสายตาที่มองตามหลังตนเองมาแม้แต่น้อย เป้าหมายของเขาคือคนเป็นแม่ที่ยืนคุยกับแขกในงานอยู่ การปรากฏตัวของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทำให้ศีรสกุลหยุดบทสนทนาเอาไว้แล้วไล่สายตามองสภาพของลูกชายตนเองตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ตามแม่มาหน่อย แม่มีเรื่องจะคุยด้วย” เธอเอ่ยออกมาเพียงเท่านั้นก็เดินปลีกตัวห่างออกมาจากกลุ่มแขก แบดซ์เดินตามหลังคนเป็นแม่ก่อนที่สองแม่ลูกจะเดินห่างออกมาจากบริเวณงานพอสมควร ศีรสกุลหยุดยืนตรงโถงทางเดินของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ต้นตระกูลเธออาศัยอยู่ทอดต่อทอดกันมาหลายรุ่น
“เรียกผมมามีอะไร” แบดซ์ไม่รอช้าเริ่มบทสนทนาของตนเองทันที
“วันเกิดแม่ทั้งที ลูกชายแม่ไม่คิดจะมาแสดงความยินดีหน่อยเหรอ”
“ผมก็มาแล้วนี่ไง”
“แล้วไหนของขวัญแม่”
“ของขวัญที่แม่อยากได้ มันไม่มีทางถูกใจแม่หรอกถ้าแม่ไม่ยอมเอ่ยปากพูดออกมาเองว่าต้องการรึเปล่า” ชายหนุ่มตอบออกไปตามความจริง สาเหตุที่ทำให้แบดซ์ไม่ค่อยถูกกับพ่อและแม่ของตนเท่าไหร่ ก็เพราะทั้งสองชอบบังคับเขาเรื่องหน้าตาทางสังคมมากเกินไป แม้แต่เรื่องคนรักก็ด้วย ตอนที่แบดซ์คบกับกอหญ้า
ท่านสองคนก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่เลยทำให้เกิดการทะเลาะกันครั้งใหญ่เกิดขึ้น ถึงขั้นแบดซ์ถูกไล่ออกจากครอบครัวและเลือกที่จะลำบากอยู่กับกอหญ้า แต่สุดท้ายความรักของเขาก็ถูกทรยศเพราะโดนนอกใจ
“งั้นของขวัญของแม่ปีนี้ ยอมหมั้นให้แม่ได้ไหม ลูกสาวเพื่อนแม่กำลังจะบินกลับมาจากต่างประเทศ..”
“ผมเคยบอกไปแล้วว่าไม่ชอบให้ใครมาบงการ ถ้าแม่อยากหมั้นมากก็หมั้นเอง”
“ที่ไม่ยอมไปดูตัวสักทีเพราะแฟนเก่าลูกเรียนที่เดียวกันรึเปล่า ?”
“แม่จะถามเรื่องเธอทำไม ไม่เกี่ยวกับยัยนั้น” ที่เขาไม่พร้อมจะดูตัวกับใครเพราะไม่อยากกลับไปเจ็บกับความรักอีกครั้งต่างหาก อีกอย่างแบดซ์เองยังมีความแค้นที่ต้องสะสางกับกอหญ้า
“แม่จะไม่บังคับแล้วกันแต่ถ้าไม่ใช่เพราะหนูคนนั้น แล้วทำไมอาทิตย์หน้าถึงเปลี่ยนเป็นไปรับน้องนอกสถานที่แทนล่ะ ทั้งที่ตอนแรกลูกบอกจะไปออกงานกับแม่” ศีรสกุลถามพลางแกว่งแก้วไวน์สีอำพันในมือของตนเองไปด้วยก่อนจะยกขึ้นจรดริมฝีปากสีแดงสดของตนเองแล้วเหยียดยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน
“ผมไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องนี้กับแม่ งานกุศลบ้าบออะไรนั้นที่แม่ชอบทำปั้นหน้ากับพ่อ ผมไม่อยากไป ขี้เกียจแสดงละครตบตาคนอื่น” แบดซ์ตอบแบบไม่สบอารมณ์นัก เขาไม่ชอบการจับผิดของพ่อและแม่ตนเองเลยสักนิดหรือเพราะเป็นลูกชายคนเดียวเลยถูกจับตามองแบบนี้อยู่ตลอด มันอึดอัดจนอกแทบระเบิด
“ดูท่าแล้วลูกชายแม่คงไม่อยากมาวันเกิดของแม่สักเท่าไหร่ งั้นแม่ไม่บังคับแล้วแหละ แค่มาให้แม่เห็นหน้าแม่ก็ดีใจแล้ว”
“สุขสันต์วันเกิดก็แล้วกันนะครับ ผมมีธุระต้องไปต่อ คงไม่ได้อยู่ฉลองด้วย” แบดซ์เอ่ยออกมาแล้วรีบหมุนตัวเดินห่างออกมาจากคนเป็นแม่ เขาไม่อยากคุยนานกว่านี้เพราะอาจจะเกิดปากเสียงกันได้ หากศีรสกุลวกไปเรื่องดูตัวอีก ทั้งที่ความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคนแต่แบดซ์ก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงชอบบงการ หรือเป็นเพราะผลประโยชน์ของตนเองแบบนั้นหรอ ?
…….
วันเชียร์กลาง
เวลา 07.00 น.
“ตื่นเต้นอ่ะ วันนี้พวกเราก็ได้เป็นนักศึกษาของคาบาเรียลแบบเต็มตัวแล้ว~” นินิวเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้นพลางปัดแปรงแต่งหน้าลงบนใบหน้าของตนเอง ด้านควีนก็นั่งรอเพื่อนแต่งตัวอยู่บนเก้าอี้ ส่วนเมษาก็กำลังบังคับให้กอหญ้านั้นแต่งหน้าอยู่สาเหตุก็มาจากกอหญ้าของเพื่อน ๆ นั้นไม่ค่อยแต่งหน้าเท่าไหร่ วันนี้เป็นวันที่ทุกคนจัดเต็มเพราะทุกคณะจะมารวมตัวกันที่สนามกีฬากลางของมหาลัย เจอผู้คนมากมาย ใครไม่สวยก็ไม่เด่น
“อย่าลืมล่ะ มาเรียนไม่ได้มาหาผัว”
“ย่ะ! อย่าให้เห็นว่าแกมีผัวนะควีน”
“มีเมียว่าไปอย่าง” ควีนตอบเพราะเขานั้นออกแนวชอบผู้หญิงมากกว่าเสียอีก มาเรียนวิศวะก็มาเรียนเอาเท่เท่านั้นแหละ
“โอ๊ย! พ่อคนหล่อ” นินิวเบ้มากใส่
“แล้วเมื่อไหร่แกสองคนจะเลิกจิกกัดกันสักทีเนี่ย มาช่วยจับกอหญ้าให้ที กอหญ้าไม่ยอมแต่งหน้า” เมษาพูดแทรกขึ้นมา ขนาดชุดนักศึกษาเธอยังเลือกใส่แบบยาวเลยเข่าลงมาอีก มองดูแล้วมันก็เรียบร้อยเกินไป ไม่สมกับหน้าหุ่นที่มีอยู่
“หือ…เราไม่อยากแต่งอ่ะ มันหนักหน้า” กอหญ้ายังคงพยายามปฏิเสธ ใบหน้าส่ายพัลวัน
“แต่งเถอะนะกอหญ้า แกพึ่งเลิกกับแฟนมาต้องสวยเข้าไว้นะ อย่าไปจมปลักกับผู้ชายคนเดียว” นินิวพูดเสริมแล้วหันมามองกอหญ้ากับเมษาที่นั่งอยู่บนเตียง อันที่จริงเธอเองไม่ได้เสียใจมากขนาดนั้นหรอกแค่มันเศร้านิดหน่อย ไม่ถึงอาทิตย์กอหญ้าก็เริ่มชินแล้วเพราะเธอมีเพื่อนที่คอยซัพพอร์ตและคอยแวะเวียนมาหาอยู่ตลอด
แล้วอีกอย่างเหตุผลที่เธอคบกับเตก็ไม่ใช่เพราะความรักมันเพราะ ‘ เหตุผลบางอย่าง ’ ต่างหาก เตเป็นคนดีและดีมาก ถ้าไม่เกิดเรื่องบ้าบอนี้ขึ้นมาก่อนเธอเองก็อยากจะพยายามรักเขาต่อไปเหมือนกันแต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ จบทุกอย่างก็คงถูกแล้ว คนดี ๆ แบบเตไม่คู่ควรกับเธอหรอก..
“นะกอหญ้า แกต้องสวยมากแน่ ๆ เลยถ้าแกยอมแต่ง” เมษาทำหน้าออดอ้อน
“ส่วนชุดนักศึกษาก็เปลี่ยนหน่อย แกใส่แบบนี้ไม่เหมาะกับแกเลย มีของดีต้องโชว์สิ” ควีนพูดเสริม
“วันนี้พวกเราขึ้นแสตนเชียร์แค่ตอนแข่ง แข่งไม่นานมากก็ลงมา แล้วอีกอย่างพวกผู้หญิงนั่งอยู่ข้างล่าง ไม่มีอะไรให้น่าห่วง แกดูอย่างยัยเมสิ” พอนินิวพูดกอหญ้าก็เริ่มใจอ่อน และในที่สุดเธอก็ยอมพยักหน้าตอบตกลง
“ก็ได้ ๆ แต่งก็แต่ง”
😚
🤟🏻