ตอนที่ 4
ตอนที่ 4
September 30, 2026
“แต่”ฉันกำลังจะแย้งพี่เคแต่ก็โดนพี่เคยกมือขึ้นห้ามฉันพูดไว้ซะก่อน ฉันจึงต้องเม้มปากเป็นเส้นตรงแน่นและหยุดพูดลงทันที
“ลุกขึ้นยืน!!”
“เตรียม!!”พี่เคตะโกนเสียงดังสั่งปีหนึ่งทั้งหมด ทุกคนก็รีบลุกขึ้นยืนตรงจัดแถวอย่างเป็นระเบียบอย่างรวดเร็ว
“ถอยหลังไป!!”พี่เคตะโกนและเดินเข้าไปหาปีหนึ่งแถวหน้าและเดินเข้าไปเรื่อยๆจนปีหนึ่งด้านหลังสุดต้องค่อยๆถอยหลังไปตามคนด้านหน้าที่ถอยหลังไปเรื่อยๆจนออกไปจากลานเกียร์แห่งนี้
“อย่าร้อง”เสียงพึงพำเอ่ยออกมาจากพี่ชายสุดที่รักของฉันที่ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ พี่ปอนกำลังบอกให้ฉันอย่าร้อง ฉันจึงพยักหน้ารับคำพี่ปอนและสูดน้ำตาน้ำมูกให้ไหลกลับเข้าไปด้านใน
“อีก!!”เสียงพี่เคตะโกนดังจนฉันรู้สึกว่าแก้วคอเขาจะแตกไหมแต่ฉันจะห่วงเขาทำไมในเมื่อเขาเองก็ทำเหมือนไม่รู้จักฉันทั้งๆที่ตอนกลางคืนเรานอนด้วยกันแทบทุกคืน
“นั่งลง!!!”สิ้นเสียงของพี่เค เพื่อนๆทั้งหมดก็ต่างพากันหันมองหน้ากันและกันก่อนจะต้องจำใจนั่งลงบนพื้นดินกลางสนามของคณะวิศวะที่ไม่ได้อยู่ในลานเกียร์ที่มีร่มไม้ของต้นไม้ใหญ่ให้พวกเราได้หลบร่มแล้วที่บนลานเกียร์จะถูปูด้วยพื้นปูนซีเมนต์อย่างดี และตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองโมง แดดบ่ายสองโมงมันกำลังร้อนแค่ไหน
“นั่งตรงนี้….20นาที!!”พี่เคเอ่ยขึ้นก่อนจะหันหลังเดินกลับมาหาฉัน
“ส่วนคุณ!!”
“ป้ายชื่อหายหรือลืมไว้ที่ไหน?”เขาถามฉัน ฉันก็อ้ำๆอึ้งๆเพราะจำไม่ได้ว่าฉันไปลืมไว้ที่ไหนหรือที่ฉันอาจจะทำหายไปเมื่อวานตอนเย็นหลังเลิกประชุมเชียร์ฝนตกหนักมากและฉันก็วิ่งหลบฝนเหมือนคนอื่นๆแต่แปลกตรงที่พอรู้ตัวอีกทีป้ายชื่อของฉันก็หายไปแล้ว
“ไปวิ่งรอบสนามยี่สิบรอบ!”พี่เคตะโกนสั่งฉันทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขาทั้งน้ำตาแล้วทีนี้ เขาก็มองหน้าฉันกลับแววตาเรียบเฉยไม่ได้ปรากฏความรู้สึกอะไรออกมา ฉันจึงต้องจำใจกัดฟันและกลั้นน้ำตาที่เหลือไว้ไม่ให้มันไหลออกมาอีก
“ค่ะ!”ฉันตะโกนตอบรับพี่เคไปและจัดการหันหลังออกมาและวิ่งลงไปยังสนามของมหาลัยเอกชนชื่อดังแห่งนี้ทันทีที่มีเนื้อที่กว่าสิบไร่ฉันวิ่งไปตามลู่วิ่งลานกรีฑาที่พื้นลู่วิ่งทำจากยางสังเคราะห์ ตรงใจกลางของสนามแห่งนี้เป็นสนามหญ้ารอบๆมีลู่วิ่งมีอัฒจรรย์ให้นักศึกษาได้นั่งมีร่มให้ได้หลบทั้งสี่ทิศและแดดตอนนี้ช่างร้อนเสียจริง…
……………………………………………………
เค ไตรนภพ……
“ที่ผมสั่งทำโทษพวกคุณ!!”
“รู้ไหมว่าเพราะอะไร!!”ผมตะโกนเสียงดังถามรุ่นน้องปีหนึ่งไป ทุกคนก็ต่างก้มหน้าก้มตาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาผม
“เพราะพวกคุณ….ขาดความสามัคคี!”