ตอนที่ 409
บทที่ 410 อ๋องเว่ยมาพบหยวนชิงหลิง
October 21, 2026
สามวันต่อมา อ๋องเว่ยก็มาพบหยวนชิงหลิง
ตอนที่หยวนชิงหลิงได้ยินคำพูดที่สวีอีมาแจ้ง ปฏิกิริยาแรกของนางคือ ทำไมเขายังไม่ไสหัวออกจากเมืองหลวงไปอีก?
แค่คนบ้าคนหนึ่ง นางไม่ได้อยากสนใจนักหรอก แต่นางไม่อาจไม่สนใจได้
ดังนั้น นางจึงสั่งให้สวีอีเชิญเขาไปยังลานข้าง
หลังจากที่นางออกไป ทันทีที่ได้เห็นอ๋องเว่ย นางก็แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยทีเดียว
เขาสวมชุดสีเทาชุดหนึ่ง ซึ่งบางมาก ในวันที่อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ เขาได้แต่ตัวสั่นงันงกอยู่ตลอดเวลา
เขาผอมลงไปมาก ใบหน้าซูบตอบลึกโหลไปทั้งหน้า ขอบตาดำคล้ำอย่างหนัก นัยน์ตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงก่ำ หนวดเคราไม่ได้โกน งอกยาวรุงรังไม่เป็นระเบียบ ลำคอโล่ง ๆ ของเขาสามารถมองเห็นเส้นเลือดสีเขียวคล้ำได้อย่างชัดเจน
ใบหน้าของเขาสกปรกมอมแมมมาก ราวกับว่าเขาถูกใครสักคนเอาหน้าลงไปถูกับพื้นมาอย่างไรอย่างนั้น
เขานั่งอยู่ที่นั่น สองมือล้วงอยู่ในแขนเสื้อ ท่านั่งของเขาทั้งงองุ้มและดูเจียมเนื้อเจียมตัวอย่างมาก
หยวนชิงหลิงเดินเข้าไปหาอย่างช้า ๆ มองวิเคราะห์แยกแยะอยู่นาน ค่อยจำได้จากเค้าโครงหน้าในที่สุด ว่าเขาคืออ๋องเว่ยจริง ๆ ไม่ผิดตัวแน่นอน
เวลาเพียงไม่กี่วัน เขากลับผอมลงไปเกินครึ่งเลยทีเดียว
หยวนชิงหลิงนั่งลงแล้วมองดูเขา ตัวเขาเองก็เงยหน้าขึ้น สายตากระจัดกระจายคล้ายหาจุดรวมสายตาไม่เจอ
เขากระตุกริมฝีปากครั้งหนึ่ง ไม่รู้ว่าคิดจะแสดงอารมณ์แบบไหนออกมา สรุปแบบง่าย ๆ คือ หยวนชิงหลิงเห็นแล้วกลับรู้สึกเหมือนว่า เขากำลังร้องไห้อย่างไรอย่างนั้น
อารมณ์ของมนุษย์ นับเป็นสิ่งที่แปลกมากเหมือนกันหมด
นางเกลียดอ๋องเว่ย เป็นเพราะความระแวงสงสัยของเขา จึงนำไปสู่โศกนาฏกรรมของจวิ้นจู่จิ้งเหอ ทั้งยังทำให้ลูกของพวกเขาตายไปทั้งที่ยังอยู่ในท้องอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้เห็นเขาในสภาพนี้ นางไม่มีทางที่จะเกิดความรู้สึกเห็นใจหรือสามารถเข้าใจเขาได้เลยจริงๆ
ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจหรือเข้าใจอะไรเขา แต่ในใจกลับเอาแต่รู้สึกไม่สบายใจอยู่ตลอดเวลา สายตาของคนเราช่างเป็นอัตวิสัยเสียจริง
หลังจากผ่านไปนาน เขาก็พูดขึ้นช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งและแผ่วระโหยอย่างยิ่งว่า “นางยังสบายดีอยู่หรือไม่??”
ทันทีที่เขาพูด ความรู้สึกที่คล้ายความเห็นอกเห็นใจเล็ก ๆ ของหยวนชิงหลิงที่มีต่อเขาเมื่อครู่ ก็พลันสูญสลายหายไปอย่างสิ้นเชิง พูดอย่างเย็นชาว่า “ ขอบคุณที่ท่านลงมือยังไว้ไมตรี คนยังมีชีวิตอยู่ ”
อ๋องเว่ยกระตุกมุมปากอีกครั้ง ลดมือทั้งสองข้างออกจากแขนเสื้อ ถูเข่าไปมาพลางพึมพำว่า "ยังมีชีวิตอยู่"
หยวนชิงหลิงถามขึ้นว่า “เจ้ามาหาข้า มีธุระอะไร?”
เขาเหลือบมองหยวนชิงหลิงแวบหนึ่ง แววตาของหยวนชิงหลิงเย็นชาอย่างยิ่ง ดังนั้นเขาจึงรีบหลบสายตา หลังจากหลบไปมาอย่างไร้ทิศทางอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็มองลงไปที่พื้น “ นางเกลียดข้าใช่หรือไม่? ”
หยวนชิงหลิงแค่นยิ้มเย็นชา “ข้าไม่รู้ ข้าไม่ใช่นาง ไม่รู้ว่านางต้องเจ็บปวดขนาดไหน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่านางมีความเกลียดชังมากขนาดไหน ยิ่งไม่รู้ด้วยว่านางสิ้นหวังมากขนาดไหน”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาซีดเผือดขึ้นมาทันที ไม่พูดอะไรอีก ได้แต่ถูเข่าไปมาจนสุดแรงที่มี หยวนชิงหลิงเห็นว่ามือของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นต่าง ๆ มากมาย มีผิวเนื้อในบริเวณข้อต่อบางจุดที่แตกจนเป็นแผลเปิด น่าจะเป็นเพราะใช้หมัดไปทุบกับที่ไหนสักแห่งมา เมื่อมองจากที่ไกล ๆ เช่นนี้ มันช่างให้ความรู้สึกถึงเนื้อหนังที่นองเลือดจนมองเห็นได้แค่เลือนรางขึ้นมาเลยทีเดียว