ตอนที่ 537
บทที่ 538 ล้วนรังแกคน
October 21, 2026
ทั่วทั้งเมืองหลวง ผู้หญิงที่กล้าทำตามอำเภอใจ ไม่เกรงกลัวใคร กล้าเรียกชื่อจูกั๋วกงว่าเป็นขี้หมู มีเพียงคนเดียวคือท่านย่าตระกูลหยวน
ตระกูลหยวนฮูหยินใหญ่อายุน้อยกว่าจูกั๋วกง แต่ตอนนั้นพ่อสามีของฮูหยินใหญ่ตระกูลหยวนกลับเป็นคนอบรมสั่งสอนจูกั๋วกง เดิมตระกูลจูเป็นตระกูลแม่ทัพ แต่ต่อมาไม่มีใครได้เรื่อง ไม่ประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากหยวนกง จูกั๋วกงก็ไม่สามารถมีความเจริญก้าวในหน้าที่การงาน จนได้รับแต่งตั้งเป็นกั๋วกง
จูกั๋วกงกับฮูหยินใหญ่ตระกูลหยวน ร่วมกันต่อสู้ในสนามรบหลายครั้ง ฮูหยินใหญ่ตระกูลหยวนก็เคยช่วยชีวิตจูกั๋วกงไว้ครั้งหนึ่ง และเพื่อช่วยชีวิตเขา ฮูหยินใหญ่ตระกูลหยวนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
นี่ก็ไม่สำคัญ ยังไงก็อยู่ในสนามรบ ไม่ใช่เจ้าช่วยข้า ก็เป็นข้าที่ช่วยเจ้า เดิมก็ไม่มีอะไรควรพูดถึง แต่เพราะตอนนั้นจูฮูหยินของกั๋วกง คลอดลูกอยาก เกือบเสียชีวิตทั้งสองคน เป็นฮูหยินใหญ่ตระกูลหยวนที่เชิญเซียนโล่มาได้ ภายใต้สถานการณ์ที่คับขัน ถึงสามารถช่วยชีวิตจูฮูหยินของกั๋วกงกับนางจูใหญ่ไว้ได้
หลังจากที่ติดหนี้บุญคุณมากขนาดนี้แล้ว จูกั๋วกงกลับกระทำเรื่องเลอะเลือนอย่างหนึ่ง นั่นก็คือตอนนั้นเคยมีการสู้รบพ่ายแพ้ เซียวเหยากงกับฮูหยินใหญ่ตระกูลหยวนร่วมออกรบด้วย หลังจากพ่ายแพ้ มีคนเขียนฎีกาขึ้นทูลว่าเกิดจากพวกเขาโลภบวกกับเหล่าทหารรักตัวกลัวตาย จูกั๋วกงออกความเห็นด้วย ฮ่องเต้สั่งลงโทษลงมา เงินบำนาญของทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ถูกลดลงครึ่งหนึ่ง
หยินใหญ่ตระกูลหยวนโกรธจัดมาก ถือขวานภูเขามาหนึ่งเล่ม ฟาดฟันไปทั่วจวนกั๋วกง ด่าว่าเป็นเพราะความคับข้องใจส่วนตัวระหว่างเขากับเซียวเหยากง ทำให้พวกทหารต้องเดือดร้อน จูกั๋วกงรู้ตัวว่าตนผิด ปล่อยให้ฮูหยินใหญ่ตระกูลหยวนระบายความโกรธตามอำเภอใจ ถึงแม้ต่อมาจะดีกันแล้ว แต่ยังไงจูกั๋วกงก็กระทำเรื่องที่ผิดไปแล้ว หลายปีมานี้ทั้งยำเกรงและหวาดกลัวฮูหยินใหญ่ตระกูลหยวน ไม่ว่าจะมีเหตุผลหรือไม่ ล้วนไม่สามารถที่จะแข็งข้อขึ้นมาได้
ตอนนี้ ฮูหยินใหญ่ตระกูลหยวนมาถามหาความผิดถึงที่ บ่าวใช้มารายงานเขา เขาหดลงก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากปรากฏท่าทีหวาดกลัวสยองขวัญแล้ว ก็ไม่กล้าเสียเวลา รีบออกมาต้อนรับ
ตระกูลหยวนมีคนเยอะสามัคคีมีพลัง อยู่ในสถานที่ตระกูลจูก็แสดงให้เห็นถึงอำนาจครอบงำ ไม่มีใครกล้าเข้ามาถามว่าเรื่องอะไร เพราะนางจูใหญ่ได้รับบาดเจ็บ พักผ่อนอยู่ด้านใน เพราะฉะนั้นจึงรู้ว่ามีคนตระกูลหยวนมา แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร
จูกั๋วกงรีบวิ่งมาหา เห็นสีหน้าโกรธโมโหของตระกูลหยวนแต่ละคน สีหน้าคนนำฮูหยินใหญ่ยิ่งเคร่มขรึม ตรงกลางก็มองเห็นหญิงสาวที่มากับพระชายารัชทายาทในวันนี้ ถูกคนประคองไว้ ก็รู้แล้วว่าจะต้องเป็นเรื่องของหญิงสาวคนนี้แน่ คิดว่าคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกับนางจูใหญ่ในวันนี้แน่ จึงค่อยน่าพูดกันหน่อย
เดินหน้าไปยกมือ พร้อมพูดขึ้นว่า “ฮูหยินใหญ่ให้เกียรติมาถึงที่ ยินดีต้อนรับ...”
ฮูหยินใหญ่พูดดักเขาอย่างหยาบคาย พร้อมพูดขึ้นอย่างโมโหว่า “ต้อนรับเหี้ยอะไร ข้าไม่มาหลานสาวของข้าคงถูกโบยจนตายไปแล้ว ให้การต้อนรับจริง ชีวิตของนางไม่ตายอยู่ในกำมือของจวนกั๋วกงพวกเจ้าหรือ?”
จูกั๋วกงขมวดคิ้ว รู้สึกว่าฮูหยินใหญ่เอะอะเดือดร้อนขนาดนี้ ดูเหมือนจะเกินไปแล้ว จึงพูดขึ้นว่า “ฮูหยินใหญ่พูดเช่นนี้ก็ไม่ถูก วันนี้พวกเขาแค่กระทบกระทั่งกันทางวาจาเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้นเอง เป็นเรื่องเข้าใจผิด ต่อมาก็ได้อธิบายกันชัดเจนแล้ว ข้าก็ได้ตำหนิสั่งสอนนางจูแล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องเอะอะเดือดร้อนถึงขนาดนี้”
ฮูหยินใหญ่ตระกูลหยวนได้ยินเช่นนี้ ก็โกรธจนแทบกระอักเลือด เส้นเลือดบนหน้าผากนูนเขียวขึ้นมา พร้อมพูดขึ้นว่า “กระทบกระทั่งกันทางวาจา? เข้าใจผิด? แค่ความเข้าใจผิดก็สามารถสั่งให้กรมการพระนครไปจับตัวคนมาจากจวนอ๋องฉู่ พาหลานสาวของข้าไปลงโทษทรมาน? ตระกูลจูของเจ้ามีอำนาจค้ำฟ้าหรือ?เมืองหลวงอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่ให้เจ้าสามารถแก้แค้นได้ตามใจหรือ? หลายสิบปีแล้ว สันดานเจ้ายังไม่เปลี่ยน อาศัยกฎหมายระบายความแค้นส่วนตัวเล็กน้อย เรียกลูกสาวของเจ้าออกมา ข้าจะดูสิ เป็นอะซี่ของข้าทำร้ายนางจริงหรือเปล่า”
เดิมจูกั๋วกงแอบซ่อนความโกรธไว้ ไม่กล้าระบายออกมา ตอนนี้เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้วก็มึนงง พร้อมพูดขึ้นว่า “ฮูหยินใหญ่ ท่านพูดว่าอะไร? ใครแก้แค้นใคร? ลงโทษทรมานอะไร? ท่านพูดมาให้ชัดเจนสิ ที่ท่านพูดไม่ใช่เรื่องที่วันนี้นางจูเข้าใจผิดแล้วทะเลาะมีปากเสียงกันหรือ? จะเดือดร้อนไปถึงที่ทำการปกครองได้อย่างไร?”