ตอนที่ 746
บทที่ 747 ไม่มีความหวังแล้ว
October 21, 2026
หลังจากหยู่เหวินเห้าออกจากวังแล้ว ก็ไปยังจวนอีกแห่งหนึ่งของอ๋องฉี
ที่นี่โดดเดี่ยวและเงียบสงบมาก ในลานบ้านแม้แต่โคมไฟก็แขวนอยู่ไม่กี่ดวงเท่านั้น ทุกที่เต็มไปด้วยความขมุกขมัว
ถามบ่าวรับใช้แล้ว จึงได้รู้ว่าอ๋องฉีอยู่ที่ห้องฝึกยุทธ บ่าวรับใช้นำทางเขาไป เห็นอ๋องฉีกำลังถือดาบยาว ร่ายท่าฟันดาบไปหนึ่งกระบวนท่า ท่าทางลื่นไหลมาก
หยู่เหวินเห้ารู้สึกประหลาดใจอยู่เงียบๆ น้องเจ็ดฝึกวิชาดาบ พระอาทิตย์จะขึ้นทางตะวันตกแล้วกระมัง
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกดีใจขึ้นมา เข้าในข้างในหยิบดาบขึ้นมาและประลองกับเขา ถ้าเป็นเมื่อก่อน มากสุดน้องเจ็ดก็คงจะสู้กับเขาได้แค่สิบท่าเท่านั้น แต่ว่า คืนนี้กลับสู้กับเขาได้ถึงห้าสิบท่า จึงถูกดาบของเขาเฉือนไปที่แขนเสื้อจนต้องหยุดลง
อ๋องฉีมีอาการหอบหายใจอยู่บ้าง สีหน้าท่าทีดูได้ใจ “พี่ห้า เสมือนจากกันเพียงสามวันก็มีความก้าวหน้าจนต้องขยี้ตามองใช่หรือไม่”
อ๋องฉีเช็ดเหงื่อ มีรอยยิ้มเต็มใบหน้า พูดว่า “อ่านหนังสือจนเบื่อแล้ว ก็เลยฝึกฝนเสียหน่อย ไม่ได้มีความหมายอะไรพิเศษ”
“เพื่อสาวหน้ากลมใช่หรือไม่”คำพูดเดียวของหยู่เหวินเห้าก็พูดตรงใจเขาอย่างจัง
อ๋องฉีรู้สึกเขินอายเล็กน้อย รีบหลบสายตาลง “พูดเหลวไหล”
“ระหว่างพี่น้อง มีอะไรต้องปิดบังกันอีก เจ้าจะพูดความจริงกับข้าไม่ได้เชียวหรือ ”หยู่เหวินเห้ามองเขาอย่างอารมณ์ไม่ดี
อ๋องฉีนั่งลง สะบัดแขนเสื้อ สีหน้าราบเรียบ “พูดจริงหรือพูดหลอกก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ นางจะแต่งงานแล้ว ไม่ใช่หรือ”
“ใช่จะแต่งงานแล้ว”หยู่เหวินเห้าให้คนไปชงชา เดินเข้าไปเตะที่เข่าของเขาทีหนึ่ง “แต่ถ้าหากเจ้าไม่พยายามสักครั้ง เกรงว่าจะเสียใจไปตลอดชีวิต”
“พยายามจะมีประโยชน์จริงหรือ นางหมั้นหมายแล้วนะ”อ๋องฉีใช้สองมือถูกไปที่ใบหน้า รู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนแรงอยู่บ้าง
“เจ้าแน่ใจหรือว่าชอบนางจริงๆ แล้วเจ้าปล่อยวางฉู่หมิงชุ่ยได้แล้วหรือ”
อ๋องฉียิ้มขม “ถ้าหากไม่ใช่ท่านที่เอ่ยถึงชื่อนี้ขึ้นมาในเวลานี้ ข้าก็จำนางไม่ได้แล้ว แค่ชั่วพริบตา ก็ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ที่จริงหลังจากที่ได้รู้เรื่องราวของนางกับจอหงวนฝ่ายบู๊แล้ว ในสมองข้าก็มีแต่เงาร่างของนางวนเวียนไปมา แล้วก็ไม่เคยนึกถึงฉู่หมิงชุ่ยอีกเลย ”
เขามองหยู่เหวินเห้า สายตาเต็มไปด้วยความอับจนปัญญาและจนใจ “พี่ห้า ข้าเสียใจมาก ทำอย่างไรดี ช่วงนี้ข้าได้แต่คิดอยู่ตลอด ถ้าหากตอนแรกข้ายอมโกหก ขัดน้ำใจของตัวเองบอกกับนางว่าข้าลืมฉู่หมิงชุ่ยไปนางแล้ว เช่นนั้นบางทีข้าอาจจะรั้งนางเอาไว้ได้”
หยู่เหวินเห้านิ่งขรึมไปชั่วครู่ พูดเสียงเบาว่า “พี่เข้าใจเจ้า”
“จริงหรือ”อ๋องฉีรู้สึกคาดไม่ถึง “ท่านไม่ด่าข้าหรือ”
หยู่เหวินเห้าส่ายหน้า “เมื่อก่อนที่ข้าด่าว่าเจ้า เพราะไม่ได้คิดถึงในมุมของเจ้า ตอนนี้มาไตร่ตรองดูแล้ว ที่จริงคนนอกจะพูดอะไรได้ มีเพียงคนที่ต้องประสบกับเรื่องราวเท่านั้นที่จะรู้สึกได้ คนนอกที่จริงไม่มีสิทธิ์จะชี้แนะอะไรด้วยซ้ำ แต่พี่อยากจะบอกเจ้าว่า ความสุขนั้นต้องใช้ความพยายาในการช่วงชิงมา เจ้าพยายามอย่างสุดความสามารถเป็นครั้งสุดท้าย ไปหานางพูดกับนาง ถ้าหากนางยินดีจะกลับใจ เช่นนั้นพวกเราค่อยมาหาหนทางแก้ไขเรื่องงานแต่งงานของนางกับจอหงวนฝ่ายบู๊”
อ๋องฉีแววตาหม่นหมองลง “ไม่มีประโยชน์ ข้าเคยไปหานางแล้ว นางไม่ยอมเจอหน้าข้า ใช่แล้ว นางต้องโกรธข้าแน่ๆ นางยังไม่ทันได้ตัดสินใจเรื่องแต่งงาน ข้าก็ส่งของขวัญไปอวยพรการหมั้นหมายของนางแล้ว ตอนนี้นึกขึ้นมาได้ ช่างเบาปัญญาจริงๆ ล้วนเป็นข้าที่หาเรื่องเอง”
เขาเงยหน้าขึ้นมามองหยู่เหวินเห้า “พี่ห้า ท่านว่าจะสามารถให้พี่สะใภ้ห้าชวนนางออกมาพบกันข้างนอกได้หรือไม่”
“ข้าจะกลับไปคุยกับนางดูก่อน”หยู่เหวินเห้าพูด
อ๋องฉีพูดอย่างซาบซึ้งใจว่า “ได้ ขอบคุณพี่ห้า”
หยู่เหวินเห้าลุกขึ้นมาตบไปที่ไหล่ของเขา แล้วก็เดินจากไป