ตอนที่ 920
บทที่ 921 ตัดขาดความสัมพันธ์กับคนแบบนั้นไปเสีย
October 21, 2026
เขานั่งลงแล้วอุ้มหยวนชิงหลิงขึ้นมาในอ้อมแขน "วันนี้ลูกสาวของเราเป็นเด็กดีว่าง่ายหรือไม่?"
“วันนี้ไม่งอแงสร้างปัญหาอะไรนัก” หยวนชิงหลิงพูดด้วยรอยยิ้มขณะลูบท้องของตัวเอง
หยู่เหวินเห้าพูดอย่างปลาบปลื้มยินดีว่า "อย่างไรก็เป็นลูกสาวล่ะนะ รู้จักรักใคร่ห่วงใยท่านแม่"
หยวนชิงหลิงยกยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็แสดงสีหน้าโศกเศร้าขึ้นมา
“เป็นอะไรไปรึ? ใครทำให้เจ้าไม่มีความสุข ?” หยู่เหวินเห้าหอมแก้มนางไปฟอดใหญ่ ตอนนี้เจ้าหยวนอ้วนขึ้นมาบ้างแล้ว มีเนื้อมีหนังขึ้นมาจนแก้มยุ้ยดูนุ่มฟู ดูแล้วน่ารักน่าหยิกเป็นที่สุด
“เรื่องหาเรือนหอให้สวีอีน่ะ วันนี้ไปดูเรือนมาหลายหลัง ทั้งเล็กทั้งแพงเลย”
“ก็ให้เขาอยู่ในจวนอ๋องต่อไปก็ได้แล้วไม่ใช่รึ ? ให้เรือนแยกเป็นเอกเทศเขาไปสักหลัง” หยู่เหวินเห้าเสนอแนะ
หยวนชิงหลิงปรายตามองเขา "ถ้าอย่างนั้น หากวันหน้าลูกสาวของเจ้าจะแต่งงาน แล้วลูกเขยจะต้องพาลูกสาวเจ้าไปอาศัยอยู่บ้านของเจ้านาย เจ้าจะยินดีหรือไม่ล่ะ?"
หยู่เหวินเห้าเลิกคิ้วขึ้น เบิกตาโพลงทันที “ไปมันไสหัวไปตายซะ! เรือนตัวเองสักหลังก็ไม่มี กล้ามาแต่งงานกับลูกสาวของข้าอย่างนั้นรึ?”
“ดังนั้น ทางตระกูลหยวนจะปล่อยให้อะซี่ต้องเนื้อต่ำใจได้อย่างไรล่ะ?” หยวนชิงหลิงถอนหายใจเบาๆ “แค่คิดไม่ถึงว่าบ้านที่อยู่แถวๆ นี้จะมีราคาแพงถึงขนาดนี้ เป็นหลักหลายแสนเลยทีเดียว”
“หลายแสนตำลึง? สวีอีซื้อไม่ไหวแน่” หยู่เหวินเห้าอุ้มนางขึ้นไปบนเตียงอรหันต์ หาตำแหน่งเหมาะๆ ที่สบายที่สุดเพื่อให้นางเอนหลังนอนลงได้ ขณะที่เขาเอียงหูแนบที่ท้องนางเพื่อฟังการเคลื่อนไหวของลูกสาวที่อยู่ในนั้น
"ข้าอยากจะซื้อให้เขา"
“เจ้า? เงินหลายแสนตำลึงเจ้ายอมตัดใจจ่ายได้จริงๆ น่ะรึ?” หยู่เหวินเห้าเงยหน้าขึ้น จ้องมองนางด้วยท่าทางตกตะลึง
หยวนชิงหลิงพูดขึ้นว่า "หลักๆ เลยก็เพราะอะซี่นั่นล่ะ ข้าหวังว่านางจะได้อยู่ใกล้ข้ามากขึ้นสักหน่อย"
หยู่เหวินเห้าคิดไปคิดมา ก็เริ่มจะเห็นด้วย ที่แล้วมาอะซี่อยู่ข้างกายนางมาตลอด พอแต่งงานก็ต้องแยกจากกันไปแบบนี้ ก็ดูจะเป็นเรื่องที่โหดร้ายไปหน่อย นอกจากนี้ อะซี่ก็สามารถช่วยงานได้มากจริงๆ เพราะนางทั้งฉลาด วรยุทธ์ก็นับว่าดี เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นว่า “เช่นนั้นก็สร้างเองสักหลังเถอะ ทำไมถึงต้องซื้อเท่านั้นล่ะ? เป็นความคิดที่เหมาะสมหากจะสร้างเรือนที่ราคาอยู่ที่ราวๆ หมื่นตำลึงนะ”
“สร้างเองรึ? พวกเรามีที่ดินเสียที่ไหนกันล่ะ?” หยวนชิงหลิงมองหน้าเขา “ยิ่งไปกว่านั้น มันต้องอยู่ใกล้จวนของเรา ไม่ควรไกลจนเกินไป ถ้าห่างออกไปได้สักราวๆ สามช่วงถนนก็ยิ่งเหมาะสมที่สุดเลย”
“ไม่ต้องห่างกันสามช่วงถนนหรอก ที่หลังจวนของพวกเรา ไม่ใช่ว่ามีที่ดินอยู่ผืนหนึ่งหรอกรึ? นั่นเป็นที่ดินของตระกูลเราเอง แค่แบ่งออกมาสักส่วนหนึ่ง ก็สร้างเรือนบนนั้นได้แล้วล่ะ”
หยวนชิงหลิงดีใจมากเมื่อได้ยินเรื่องนี้ คว้าข้อมือของเขาไว้อย่างรวดเร็ว "ที่ดินด้านหลังจวนผืนนั้นเป็นของพวกเราอย่างนั้นรึ สวรรค์ ทำไมเจ้าไม่พูดให้เร็วกว่านี้ล่ะ ทำไมข้าถึงไม่เคยรู้เลย?"
“ แต่เดิมที่ดินผืนนี้ ข้าตั้งใจว่าจะสร้างเป็นลานฝึกวรยุทธ์ แต่ไม่ใช่เพราะว่าภายหลังมันเกิดเรื่องที่....เอ่อ... ที่....เอ่อ....นั่นล่ะ! ขึ้นมาหรอกรึ? สุดท้ายจึงต้องหยุดดำเนินการไป
หยวนชิงหลิงมองเขาอย่างคลุมเครือ "เรื่องที่....เอ่อ... ที่....เอ่อ....นั่นล่ะ! มันคืออะไรกัน?"
“ เรื่องที่จวนเจ้าหญิงอย่างไรเล่า ” หยู่เหวินเห้าเบี่ยงหน้าออกไปอีกทาง “ พวกเราไม่ได้ตกลงกันแล้วหรอกหรือว่า จะไม่พูดถึงเรื่องนั้นกันน่ะ? ”
หยวนชิงหลิงร้อง “อ๋อ” รีบถามขึ้นว่า "ที่ดินผืนนั้นใหญ่แค่ไหนรึ?"
“ดูเหมือนว่าจะมีราวๆ ไม่สิบแปลงก็แปดแปลงกระมัง?” หยู่เหวินเห้าเองจำไม่ค่อยได้เหมือนกัน “เจ้าลองไปถามทังหยางเถอะ เขารู้ว่ามันมีพื้นที่ใหญ่แค่ไหน”
หยวนชิงหลิงรีบแปลงเป็นหน่วยวัดพื้นที่ในยุคปัจจุบันทันที ที่ดิน 1 แปลงเท่ากับ 666 ตารางเมตร และ 10 แปลงคือ 6666 ตารางเมตร ถ้าใช้ที่ดินสองแปลงมาสร้างเรือนหนึ่งหลัง แปลว่าจะมีที่ดินราวๆ 1,000 ตารางเมตรซึ่งนับว่ามากเพียงพอแล้ว
“ข้าจะเรียกใต้เท้าทังให้มาจัดการเรื่องนี้ทันที”
หยู่เหวินเห้าจับมือนาง เอียงศีรษะครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง “เจ้าว่า ควรทำให้ทังหยางด้วยสักหลังดีหรือไม่? อย่างไรที่ดินมันก็ใหญ่พอสมควรอยู่นะ”
“ดี ดีมากเลย เจ้าตัดสินใจเถอะนะ!” หยวนชิงหลิงแก้ปัญหาที่รบกวนใจไปได้เปลาะหนึ่ง ในใจจึงมีความสุขมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่ต้องใช้เงินมากจนเกินไปอีกด้วย
หยวนชิงหลิงจึงเรียกทังหยางมาทันที แล้วบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในตอนท้ายยังบอกด้วยว่า "เจ้าไปหาคนมาเริ่มก่อสร้างในทันที สร้างเรือนสองหลัง แต่ละหลังใช้พื้นที่ครอบคลุมราวๆ สองแปลง ส่วนข้อกำหนดเงื่อนไขการสร้าง ให้ขึ้นอยู่กับเจ้าตัดสินใจ จะอย่างไรเสียข้าออกเงินไปราวๆ สี่หมื่นตำลึงก็น่าจะเพียงพอ”