ตอนที่ 268
ตอนที่ 269 จงใช้กฎบ้านมาจัดการอย่างเหมาะสม
October 21, 2026
หยู่เหวินเห้าคว้าแส้ของนางด้วยมือข้างหนึ่ง เหวี่ยงมันไปพันเข้าที่รอบคอของนาง จากนั้นจึงปลดเข็มขัดของสวีอีออกมา ผูกเข้ากับแส้แล้วโยนมันขึ้นไป เขาดึงเข็มขัดเส้นนั้นขึ้นไปบนฟ้า แล้วแขวนคอฉู่หมิงหยางจนห้อยต่องแต่งทั้งอย่างนั้น การเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้เสร็จสิ้นในครั้งเดียว "ไม่จำเป็นต้องไปแขวนคอให้ตายที่ประตูหน้าจวนข้าหรอก เจ้าตายซะที่นี่ก็สิ้นเรื่องแล้ว"
สวีอีรีบร้อนตะครุบที่เอวตัวเองหมับ ป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าของเขาคลายออกจากกัน
การกระทำนี้ ทำให้คนรับใช้กับองครักษ์ของจวนตระกูลฉู่พากันตกใจ ต่างก็รีบวิ่งกรูกันเข้าไปหมายจะช่วย หยู่เหวินเห้าแผดเสียงดังด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “ใครก็ตามที่กล้าออกหน้ามา ข้าจะกุดหัวมันผู้นั้นซะ”
ใบหน้าของฉู่หมิงหยางแดงก่ำ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงจนแทบจะถลนออกมาอยู่แล้ว นางดิ้นรนสะบัดแขนขาเป็นพัลวัน แต่ยิ่งนางดิ้นรนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งถูกรัดแน่นมากขึ้นเท่านั้น
ลำคอของนางถูกบีบรัดจนเกิดเสียงดังอึก ๆ อัก ๆ หลุบสายตาลงอย่างร้องขอความช่วยเหลือ ทันใดนั้นหมันเอ๋อ หญิงรับใช้ข้างกายนางก็รีบพุ่งออกมา แล้วพูดว่า “ท่านอ๋องถึงกับรังแกผู้หญิงอ่อนแอไร้ทางสู้เช่นนี้ ช่างชั่วร้ายไม่สมเป็นชายชาตรีแม้แต่น้อย!”
หยู่เหวินเห้ามองประเมินส่วนสูงของสาวใช้คนนี้คร่าว ๆ จึงสรุปในใจว่า นางผู้นี้คงจะเป็นคนที่ปลอมตัวเป็นโสวฝู่ฉู่ในตอนนั้น แล้วใช้ไสยศาสตร์มนต์ดำอะไรนั่นกับเขาแน่ ด้วยความโกรธที่ปะทุไปทั่วทุกอณูรูขุมขนแล้ว จึงเงื้อเท้าข้างหนึ่งขึ้น แล้วเตะออกไปทันที ฝ่าเท้านั้นเตะเข้าที่หน้าท้องของนาง เป็นการเตะที่รุนแรงมากจนนางกระเด็น ปลิวออกนอกโถงไปเลยตรง ๆ
แต่หลังจากที่นางปลิวออกไป นางใช้สองเท้ายันกับกำแพง แล้วเหินทะยานกลับมาราวกับลูกศรที่หลุดออกจากแล่ง ขว้างกริชเล่มหนึ่งออกจากมือไปตัดเข็มขัดเส้นนั้น ฉู่หมิงหยางร่วงลงพื้นไปตรงๆ นางทะยานเข้ามาหมายจะรับตัวเจ้านายไว้ หยู่เหวินเห้าก็คว้าจับแส้ขึ้นมา แล้วสะบัดฟาดเข้าใส่นางทันที
หากว่านางหลบหลีกมัน ฉู่หมิงหยางจะต้องร่วงลงไปกองกับพื้น
หรือจะไม่หลบ ยอมลิ้มรสแส้ที่ฟาดมาเต็มๆ นั่น แล้วตรงไปรับฉู่หมิงหยางให้ทัน
เมื่อแส้มาถึง นางยังคงไม่เคลื่อนตัวหลบ ยอมปล่อยให้แส้ฟาดเข้าที่หัวของนางจนเกิดเป็นรอยปื้นแดงแถบใหญ่ นางกัดฟันแล้วยื่นมือออกไปรับตัวฉู่หมิงหยางมา จากนั้นจึงค่อยๆ วางนางลงบนพื้นช้าๆ
หลังจากที่ฉู่หมิงหยางลงสู่พื้นได้ ก็หอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ หน้าอกของนางอึดอัด เจ็บปวดจนแทบจะระเบิดเสียให้ได้
หยู่เหวินเห้ายืนอยู่ตรงหน้านางอย่างเย็นชา สาวใช้ที่ชื่อหมันเอ๋อก็หยุดนิ่งอย่างระแวดระวัง แส้นั้นทรงพลังมาก ทั้งหน้าผากและหัวส่วนบน เกือบจะอาบไปด้วยสีแดงจากเลือดสด ๆ ที่ไหลออกมาอยู่แล้ว ดวงตาของนางมืดมนถมึงทึง “ ท่านอ๋อง อย่าได้รังแกจนเกินไปนัก มิฉะนั้น ข้าเองก็จะไม่เกรงใจอีกต่อไป "
หยู่เหวินเห้าหันไปมองโสวฝู่ฉู่อย่างเย็นชา ดวงตาแฝงแววเหี้ยมโหด
โสวฝู่ฉู่ทนรับสายตาแบบนี้ไม่ได้ หันไปร้องตวาดใส่สาวใช้ที่ชื่อหมันเอ๋อว่า "บังอาจนัก! ยังไม่รีบถอยไปอีกรึ?"
หมันเอ๋อคุกเข่าลงกับพื้น พูดอย่างเยือกเย็นว่า “นายท่าน สิ่งที่คุณหนูรองพูดเป็นความจริงเจ้าค่ะ ข้าน้อยได้เห็นและได้ยินมาด้วยตาตนเอง อ๋องฉุ่สัญญาว่าจะแต่งกับคุณหนูรองจริง ๆ ทั้งยังบอกกับคุณหนูรองว่าให้กลับมายกเลิกงานแต่ง แล้วรอเขามาสู่ขอ คิดไม่ถึงว่าวันนี้จู่ ๆ อ๋องฉู่กลับปฏิเสธไม่ยอมรับ ทั้งยังพลิกลิ้นกล่าวหาว่าคุณหนูรองไปล่วงเกินเขา คำพูดเช่นนี้จะเชื่อได้อย่างไรกัน? หากไม่มีจดหมายของเขาส่งมา จะเป็นไปได้หรือว่า คุณหนูรองจะไปหาเขาโดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงของตัวเองเช่นนี้ "
นางหันไปมองหยู่เหวินเห้า มีกระดิ่งอันหนึ่งอยู่ที่ข้อมือ นางสั่นมันด้วยท่าทีคล้ายไม่ได้ตั้งใจเล็กน้อย ดวงตาของนางเป็นประกายเหมือนเปลวไฟ เอ่ยถามอย่างเคร่งขรึมว่า “อ๋องฉู่ ท่านกล้าพูดหรือไม่ว่า เมื่อวานนี้ท่านไม่ได้สัญญาว่าจะแต่งงานกับคุณหนูรอง ? บอกข้าทีว่าท่านไม่ได้มอบของแทนใจให้กับคุณหนู? ท่านกล้าบอกหรือไม่ว่า เมื่อวานนี้เป็นท่านเองที่เป็นฝ่ายเข้าไปกอดคุณหนูรองก่อน?”
กระดิ่งที่ข้อมือของนางยังคงสั่นไหวไปมา ทำให้เกิดเสียงกริ๊งๆๆต่อเนื่องไม่หยุด
หยู่เหวินเห้าเดินเข้าไปช้า ๆ ใบหน้าไม่แสดงสีหน้าอารมณ์ใด ๆ ออกมาให้เห็น
เมื่อเข้าไปใกล้หมันเอ๋อกับฉู่หมิงหยางแล้ว เขาก็นั่งยอง ๆ ลงไป มองไม่เห็นอารมณ์อะไรในสายตาของเขา
ฉู่หมิงหยางจับข้อมือของค่อย ๆ นั่งตัวตรง ร่องรอยของชัยชนะและความตื่นเต้น ส่องประกายวาบผ่านขึ้นมาในดวงตาของนาง
หนึ่งฝ่ามือหนัก ๆ ตบฉาดเข้าใส่ใบหน้าหมันเอ๋อไปตรง ๆ ส่งผลให้นางหน้าหันไปอีกด้าน ยังไม่ทันที่นางจะฟื้นคืนสติ กระดิ่งที่อยู่ในมือของนางก็ถูกบีบกระจุย แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงลงบนพื้น หยู่เหวินเห้ายืนขึ้นแล้วใช้เท้ากระทืบซ้ำลงไปทันที