ตอนที่ 1639
บทที่ 1639 พ่ายแพ้ยับเยิน
October 21, 2026
บทที่ 1639 พ่ายแพ้ยับเยิน
…………….
บทที่ 1639 พ่ายแพ้ยับเยิน
เปรี้ยง!
สวินหยางผิงผู้เดือดดาลคั่งแค้นพลันกระทืบพื้นทะยานตัวไปเบื้องหน้าอีกครั้ง ร่างของเขาเรืองประกายอัสนี ดาบในมือแปรเปลี่ยนเป็น ‘อัสนีนรก’ อันดุร้ายไร้เทียมทาน เต็มไปด้วยอำนาจทลายโลกา
เฉินซีไม่ได้ปะทะกับตรง ๆ พลังยันต์ศัสตรามีจำกัด ขณะที่ดาบของสวินหยางผิงเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติ ดังนั้นหากพวกมันปะทะกัน ผู้เสียเปรียบย่อมไม่พ้นเฉินซี
วูบ!
ร่างสูงใหญ่วูบไหว ใช้สะบั้นไร้ลักษณ์ออกมาอีกครั้งจากมุมประหลาด
ขวับ!
สวินหยางผิงปัดป้องมันอย่างสุดสามารถ แต่กลับไม่อาจหลบพ้น ถูกกระบี่นี้ฟาดฟันเข้าใส่อีกครั้ง ฝากแผลเป็นทางยาวไว้บนอก ทำให้ผิวเนื้อปริเปิด โลหิตทะลักพุ่ง
เขาร้องลั่นอย่างเจ็บปวดสาหัส และเกือบเซทรุดลงกับพื้น สิ่งนี้ยิ่งทำให้เขาบ้าคลั่งกว่าเก่า ดวงตาแดงฉานเป็นสีเลือด
น่าเสียดาย ภายใต้การสยบทุกหนทางของเฉินซี เขาไร้กำลังตอบโต้ใด ๆ ทำได้เพียงต้องปัดป้องรับการโจมตี ทำให้รู้สึกด้อยกว่าอีกฝ่าย ตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนในโถงต่างตะลึง ก่อนหน้านี้ สวินหยางผิงถือตน โอหังเหนือใคร ไร้ผู้ใดรับการโจมตีของเขาได้ นอกจากนั้น อำนาจต่อสู้ยังร้ายกาจเสียจนทำให้ผู้อื่นเกิดความสิ้นหวังในใจ
ทว่าขณะนี้ ในศึกระหว่างเขากับเฉินซี เขากลับกลายเป็นสัตว์ร้ายจนมุม ตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง ถูกสยบราบคาบอยู่ในสภาพสะบักสะบอม เสียความอวดเก่งถือตนไปสิ้น!
สิ่งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าอำนาจต่อสู้ของเฉินซีท้าทายสวรรค์เพียงใด และเมื่อเทียบกันแล้ว สวินหยางผิงเล็กจ้อยไม่น่าพูดถึงไปในทันที!
กระทั่งผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายยังเบิกตากว้าง เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ พวกเขาทราบอยู่แล้วว่าความแข็งแกร่งของเฉินซีในขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณเหนือธรรมดา แต่ไม่เคยคาดคิดว่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
สวินหยางผิงเป็นบุตรของจักรพรรดิโกวเฉิน เป็นอัจฉริยะหายากอันมีศักยภาพแห่งมหาเทวาวิญญาณ!
ทว่าเฉินสวินผู้นี้กลับพิชิตสวินหยางผิงได้ ไม่ได้หมายความหรือว่าอำนาจต่อสู้ของเฉินสวินนั้นสูงส่งจนไม่น่าเชื่อเหนือใดเปรียบหรือ?
ทว่าเหตุใดเราจึงไม่เคยได้ยินถึงตัวตนเช่นนี้เลย? หรือเพราะเขาไม่ได้เติบโตมาในเอกภพมสิหิมกัน?
ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายพบว่าตนไม่อาจสงบหัวใจได้เลย และรู้สึกว่าที่มาของเฉินสวินยิ่งลึกลับเกินธรรมดาไปใหญ่แล้ว
…
ในสมรภูมิ สวินหยางผิงถูกปราบอยู่หมัด แม้ดาบในมือจะคมกริบ แต่เฉินซีก็เลี่ยงไม่ปะทะตรง ๆ และยังใช้สะบั้นไร้ลักษณ์ การโจมตีอันยากคาดเดาที่สุดของตนอย่างต่อเนื่อง
ฉึก! ฉับ! ฉัวะ!
ปราณกระบี่ประหลาดสายแล้วสายเล่านั้นไม่อาจจับตามองได้ ทำให้สวินหยางผิงไร้กำลังปัดป้อง เวลาต่อจากนั้น เขาเหมือนกลายเป็นเพียงกระสอบทรายมีชีวิตให้ปราณกระบี่ฟาดฟันซ้ำไปมา ทำให้บาดแผลบนร่างเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้จบ เลือดเนื้อสาดกระเซ็นอาบอาภรณ์ อยู่ในสถานะสะบักสะบอมสุดขีด
สภาพเช่นนี้ต้อนเขาสู่ขีดจำกัด ทำให้สวินหยางผิงโมโหเจียนเป็นลม เขาถูกตบตีปราบสยบเช่นนี้ต่อสาธารณะ ก่อให้เกิดความรู้สึกอับอายยิ่งกว่ายามใด
ขณะเดียวกัน เหล่าผู้ชมในโถงต่างตะลึงกับเหตุการณ์ที่เห็น พวกเขาไม่เคยพบพานผู้ใดดุร้าย อหังการร้ายกาจยามเผชิญมหาเทวาวิญญาณอย่างสวินหยางผิงได้เท่าเฉินซี เหตุการณ์อันชวนตกตะลึงนี้กระทั่งทำให้พวกเขาอดรู้สึกสงสารสวินหยางผิงกันขึ้นมา
อันที่จริง เฉินซีกล่าวได้ว่าออมมือแล้ว ไม่เช่นนั้น ด้วยการบ่มเพาะเต๋าแห่งกระบี่อันเหนือธรรมดา สวินหยางผิงคงตกตายไปนานแล้ว
ฉัวะ!
สวินหยางผิงบาดเจ็บเพิ่มอีกแผล ทำให้เขาเดือดจัดจนหน้ายับยู่ อดกระอักโลหิตออกมาหนึ่งคำไม่ได้
ขณะนี้เขาถูกเล่นงานเสียจนรู้สึกจนปัญญา มองเฉินซีด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย กัดฟันแผดเสียง “เจ้าเป็นใครกันแน่? ข้าอยู่ในลำดับเจ็ดสิบหกของเทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณแล้ว หรือเจ้าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าข้าอีก?”
เทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณ!
อันดับเจ็ดสิบหก!
ทุกคนรอบข้างต่างสูดปากเฮือกยามได้ยินเช่นนี้ ไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าคนโอหังที่เฉินซีต่อยตีสิ้นท่าอยู่ในขณะนี้จะมีอำนาจร้ายกาจเช่นว่า
หากพวกเขาทราบอยู่ก่อน กวนหงอวี่ เสวียนท่าจื่อ อี้สวิน และคนอื่น ๆ คงไม่ไปสู้แน่ แต่ยอมรับในความด้อยฝีมือกว่าเสียแทน
เพราะตำแหน่งเช่นนี้ท้าทายสวรรค์เกินไป ทั่วทั้งแดนเทพโบราณใหญ่โตเกินธรรมดา มียอดฝีมือขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณนับไม่ถ้วน แต่สวินหยางผิงกลับสามารถครองลำดับเจ็ดสิบหกได้ จึงแสดงให้เห็นชัดเจนว่าอำนาจต่อสู้ของเขาไม่ธรรมดาเพียงใด
กวนหงอวี่ถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะชั้นยอดในหมู่สามพันดาราจักรในเอกภพมสิหิม แต่เขายังไม่อาจมีอันดับในเทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณจนบัดนี้ มันแสดงให้เห็นชัดเจนว่าตำแหน่งของสวินหยางผิงน่าตกตะลึงเช่นไร
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจอย่างแท้จริงก็คือ หากเป็นเช่นนั้นจริง แล้วเฉินสวินผู้สยบสวินหยางผิงได้ราบคาบเล่า สูงส่งเพียงใดกันแน่?
“เจ้านั่นไม่ได้บอกหรือว่าเขาไม่ได้อยู่บนเทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณ? หรือว่าเขาจะโกหกจริง ๆ” ซูหว่านเอ๋อร์พึมพำ
คนอื่น ๆ ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะพวกเขาจำได้ชัดเจนว่ากวนหงอวี่เคยถามเฉินซีแล้วว่าเขามีชื่ออยู่ในเทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณหรือไม่ และฝ่ายหลังก็ส่ายหน้าตอบ
แต่เมื่อมาเห็นศึกเช่นนี้ พวกเขาหรือจะไม่รู้ว่าเฉินซีจงใจออมมือ?
ชั่วขณะนั้น ในใจพลันรู้สึกซับซ้อนยิ่ง ในเมื่อเจ้านี่ถือครองอำนาจเช่นนี้ แล้วเหตุใดจึงเก็บตัวเงียบ?
เพราะหากทราบมาแต่แรก มีหรือพวกเขาจะปฏิเสธเฉินซี ปฏิบัติอย่างเย็นชาเช่นนั้น?
…
เฉินซีเหลือบมองสวินหยางผิง ขมวดคิ้วกล่าว “ข้าคือใครไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือ… เจ้าจะยังต่อหรือไม่?”