ตอนที่ 1644
บทที่ 1644 มรสุมก่อตัว
October 21, 2026
บทที่ 1644 มรสุมก่อตัว
………………..
บทที่ 1644 มรสุมก่อตัว
เมืองเฟิงฉี
เมืองโบราณซึ่งสร้างขึ้นบนยอดเมฆาเหนือท้องนภาแห่งนี้กว้างใหญ่สุดขั้ว มันเรืองรองทองอร่าม งดงามตระการตา
นี่คือสถานที่อาศัยของเหล่าผู้บ่มเพาะระหว่างการสำรวจ เป็นเมืองเพียงหนึ่งเดียว ณ สุดชายแดนของแดนเทพโบราณ
มหาสมุทรสุสานเทวะอยู่ถัดออกไป ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของแดนเทพโบราณอีกต่อไป
เพราะมหาสมุทรสุสานเทวะแตกต่างจากมหาสมุทรทั่วไป มันทอดยาวไร้ขอบเขตสู่แดนดินอันไม่อาจรับรู้ ซึ่งก็คือแดนไร้นาม!
หากจะบอกว่าหนึ่งสมุทรนี้กว้างใหญ่เกินดาราจักรก็ไม่ใช่โอ้อวดเกินจริง ถึงขนาดที่ท่ามกลางห้วงสมุทรนี้ ยังพบดวงดาราเรืองรองมากมาย
กระทั่งถึงขนาดที่มีข่าวลือว่าในมหาสมุทรสุสานเทวะไม่ได้มีเพียงสังหารเทพ แต่มีดาราจักรนับไม่ถ้วนฝังอยู่ด้วยเช่นกัน!
สิ่งนี้แสดงให้เห็นโดยไร้กังขาว่ามหาสมุทรสุสานเทวะไพศาลเพียงไร มันเกินคาดฝันอย่างแน่แท้ และเพราะเช่นนี้เอง อาณาเขตของแดนเทพโบราณจึงชะงักลงอย่างเฉียบพลันที่นี่ ไม่อาจขยับขยายได้อีก
เหตุผลเป็นเพราะมหาสมุทรสุสานเทวะหยุดมันไว้
ขณะเดียวกัน เมืองเฟิงฉีซึ่งอยู่ริมฝั่งมหาสมุทรสุสานเทวะก็ครึกครื้นขึ้นมาเพราะข่าวนี้
ทุกวันมีผู้บ่มเพาะจากเอกภพต่าง ๆ เดินทางมาไม่เว้นว่าง รอคอยยามที่ซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่หวนปรากฏสู่โลกา เพื่อรอโอกาสของพวกตนที่จะได้สู้แย่งรากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิ!
…
“คุณชายเฉินซี มหาสมุทรสุสานเทวะจะเข้าสู่ช่วงสงบเงียบในครึ่งเดือนจากนี้ ยามนั้นเป็นโอกาสดีที่สุดในการไปยังซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ ดังนั้นในชั่วขณะนี้ ผู้บ่มเพาะซึ่งตั้งใจไปสู่ซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ทำได้เพียงรอคอยอยู่ในเมืองเฟิงฉี” อวิ๋นชิงเก็บรถม้าอาชาเขานิลไปแล้วนำทางเฉินซีเข้าสู่เมืองเฟิงฉีพลางอธิบายสถานการณ์ที่นี่
เฉินซีฟังอย่างเงียบเชียบ สายตาพินิจไปรอบ ๆ บ่อยครั้ง
นครลอยฟ้าแห่งนี้แตกต่างจากเมืองอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันที่เขาเคยเห็นในอดีต มันยิ่งใหญ่กว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นถนนหรืออาคารล้วนให้บรรยากาศเก่าแก่ มีร่องรอยแห่งเวลา การผันผ่านแห่งประวัติศาสตร์
คนทั้งหมดบนถนนล้วนเป็นผู้บ่มเพาะ ทั้งมนุษย์และสิ่งมีชีวิตแข็งแกร่งทุกขนาดและรูปแบบจากเผ่าอื่น ๆ
แต่ผู้ที่เห็นได้มากที่สุดคือ เหล่าทาสเทพ!
เพียงตลอดชั่วเวลาที่เขาเดินเข้าสู่เมืองมากับอวิ๋นชิง เขาเห็นเรือดังกล่าวมาไม่ต่ำกว่าร้อยลำ และทาสเทพนับไม่ถ้วนซึ่งถูกส่งตัวมาที่นี่ เหตุการณ์นี้ชวนตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
“ทาสเทพทั้งหมดนี้มาจากภพเบื้องล่าง ถูกกองกำลังจากดาราจักรต่าง ๆ ในแดนเทพโบราณจับตัวมา หลังจากนั้น พวกเขาจะถูกบังคับล่ามตรวนส่งมาที่นี่ จุดประสงค์ก็เพื่อให้ทาสเทพเหล่านี้มุ่งหน้าไปสำรวจพื้นที่และทรัพยากรใหม่ ๆ ที่แดนไร้นาม” อวิ๋นชิงเอ่ยเสียงเรียบ “ปกติแล้ว ทาสเทพเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตในแดนไร้นาม แม้จะมีบางคนโชคดีพอรอดมาได้ พวกเขาก็มีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็นเพียงทาสที่ถูกกองกำลังใหญ่ใช้งานจนวันตาย”
เฉินซีขมวดคิ้ว ขณะที่ความรู้สึกอึดอัดใจปรากฏขึ้นเจือจางในอก
เขาตระหนักชัดเจนว่าหากคราก่อนตนไม่แข็งแกร่งพอ คงถูกตระกูลอี้จับตัวเป็นทาสเทพไปนับแต่เข้าสู่แดนโลกาวินาศแล้ว
ดังนั้นยามเขาเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ประกอบกับคำอธิบายของอวิ๋นชิง เฉินซีจึงรู้สึกค่อนข้างซับซ้อน ทั้งหนักอึ้งและรังเกียจ
ทว่าก็ตระหนักชัดเจนว่าสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทุกซอกมุมในแดนเทพโบราณ และสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในแดนเทพโบราณ พวกเขาเห็นเหตุการณ์เหล่านี้จนชาชิน ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเปลี่ยนแปลงสิ่งใดด้วยตนเองได้เลย
แล้วอวิ๋นชิงซึ่งยืนอยู่ข้างเขาไม่ใช่ทาสเทพของจักรพรรดินีอวี้เชอเหมือนกันหรือไร?
บางทีสิ่งเดียวที่ทำให้อวิ๋นชิงไม่เหมือนทาสเทพซึ่งถูกส่งมายังเมืองเฟิงฉีเหล่านั้นคงเป็นโชคชะตาอันแตกต่างโดยสิ้นเชิง
…
หลังจากนั้น เฉินซีก็หมดอารมณ์เที่ยวสำราญในเมืองเฟิงฉี ให้อวิ๋นชิงนำไปยังหนึ่งสถานที่นาม ‘หอกำเนิดสวรรค์’ และจองเคหาสองแห่ง ก่อนจะรวมตัวกันที่โถงชั้นหนึ่ง สั่งอาหารเครื่องดื่มมาคุยเล่นกัน
หอกำเนิดสวรรค์เป็นภัตตาคารขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองเฟิงฉี กล่าวกันว่าเจ้าของมันมีอำนาจเหนือธรรมดาในเอกภพจักรวรรดิ ดังนั้นจึงไร้ผู้ใดกล้ามาก่อเรื่องที่นี่นับแต่ก่อตั้งมา
ขณะนี้ โถงชั้นแรกเต็มไปด้วยแขกเหรื่อ พวกเขาล้วนเป็นผู้บ่มเพาะในอาภรณ์หรูหรา ท่าทางไม่ธรรมดา