ตอนที่ 1649
บทที่ 1649 ประตูเทียมฟ้า
October 21, 2026
บทที่ 1649 ประตูเทียมฟ้า
………………..
บทที่ 1649 ประตูเทียมฟ้า
สหายเต๋าผู้นี้ไม่ได้เย่อหยิ่งถือตัวเหมือนอย่างที่เห็นภายนอก… เฉินซีขมวดคิ้วขณะที่มองคุนอู๋ชิงจากไป เขาไม่กล้าดูแคลนบรรดาศิษย์ทั้งหลายที่มาจากตระกูลโบราณในเอกภพจักรวรรดิอีกเลย
เหตุผลนั้นชัดเจน คนที่สามารถครอบครองพลังของมหาเทวาวิญญาณ และมีชื่อปรากฏอยู่ในเทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณจะเป็นพวกโง่เง่าไร้น้ำยาไปได้อย่างไร
เฉินซีพาตัวเองเคลื่อนย้ายผ่านมิติไปด้วยไม่ต้องการจะเสียเวลาอีกต่อไป
ตามคำชี้แนะของจักรพรรดินีอวี้เชอ ตราบใดที่เขาเดินทางไปยังส่วนลึกของมหาสมุทรสุสานเทวะเรื่อย ๆ ก็จะพบกับซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่อย่างแน่นอน
เฉินซีไม่สงสัยในเรื่องนั้นเลย เพราะตลอดเส้นทางที่ผ่านมาเขาก็สังเกตเห็นว่าผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่น ๆ ก็กำลังกระทำเช่นเดียวกัน คนเหล่านั้นเคลื่อนย้ายผ่านมิติไปตามทิศทางที่แน่นอน
…
เวลาหลายวันผ่านไปเพียงพริบตา
ในยามนี้ เฉินซีใช้เวลาทั้งหมดไปกับการเดินทาง โชคดีที่เขามีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬในครอบครอง ก็เลยไม่จำต้องเสียเวลาไปกับการฟื้นฟูความแข็งแกร่ง ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาสามารถเคลื่อนย้ายมิติไปได้อย่างต่อเนื่อง
ด้วยเหตุนี้ เฉินซีจึงมีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าผู้เยี่ยมยุทธ์ที่ออกเดินทางก่อนหน้ามาก กระทั่งเมื่อเวลาผ่านไปได้ครู่ใหญ่ เขาก็พลันนึกขึ้นได้ว่าคนที่เคยร่วมทางบัดนี้ได้หายไปจากสายตาจนหมดสิ้น
ถึงอย่างนั้น เฉินซีก็ยังไม่ลืมว่าจนถึงตอนนี้ ทั้งลั่วฉ่าวหนง เจียหนาน และกงเหย่เจ๋อฟูได้รุดหน้าไปไกลกว่าเขามากแล้ว
เพราะแบบนั้น ตอนนี้จึงยังดีใจไม่ออก
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เฉินซีสังเกตเห็นว่าผู้บ่มเพาะจำนวนมากกำลังหาโอกาสเท่าที่จะหาได้เพื่อล่าสัตว์อสูรในมหาสมุทรเช่นเดียวกับที่คุนอู๋ชิงทำ เสียงของการต่อสู้ที่ดังระงมไม่เคยสร่างซาไปสักขณะ
สิ่งนี้ทำให้เฉินซีอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ หรือว่าการล่าสัตว์อสูรจะเป็นประโยชน์ต่อการสำรวจซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ในภายหลัง?
หลังจากที่คิดว่าจะลองดูสักตั้ง เขาก็เริ่มออกล่าและสังหารสัตว์อสูรเหล่านั้นไปตามรายทาง
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มไม่ได้ใช้ศพคนอื่นเป็นเหยื่อล่อพวกมันอย่างที่คุนอู๋ชิงทำ แต่เลือกที่จะใช้ตัวเองเป็นตัวล่อแทนโดยการปล่อยให้เลือดของตนไหลออกมาเพื่อที่จะดึงดูดสัตว์อสูรเหล่านั้น ด้วยการทำเช่นนี้ ทำให้เขาประสบความสำเร็จอยู่ราว ๆ สองในสิบครั้ง
หลังจากนั้น เฉินซีก็รวบรวมซากของสัตว์อสูรที่ล่ามาได้เผื่อว่าจะต้องใช้ในอนาคต
…
ตู้ม!
ในวันนี้ เฉินซีเดินทางผ่านท้องฟ้าเหนือผืนสมุทร พร้อมกันนั้นเขาก็ใช้วิธีการเดิมในการล่อให้สัตว์อสูรที่มีรูปร่างประหลาดออกมา มันมีสามขา กระดูกสันหลังปกคลุมไปด้วยหนามแหนมสีเขียวเข้ม ในขณะที่หัวของมันหน้าตาเหมือนกับวัว
มันกระโจนออกมาจากใต้ผืนน้ำ ก่อนจะพ่นหนามที่เรียงยาวอยู่ตามกระดูกสันหลังออกมาประหนึ่งขว้างหอกแหลม เป้าหมายของมันมีเพียงผู้เดียวเท่านั้น นั่นก็คือเฉินซี
แกร๊ง!
เฉินซีตวัดยันต์ศัสตราในมืออย่างผ่อนคลาย
ขวับ!
กระนั้น เมื่อเฉินซีเริ่มโจมตี กระแสน้ำสีขาวราวหิมะก็พุ่งผ่านท้องฟ้าก่อนจะตกลงมาด้วยรูปลักษณ์อย่างจันทร์เสี้ยว
ฉึบ! ฉับ!
ทั้งการโจมตีด้วยกระบี่ของเฉินซีและจันทร์เสี้ยวสีขาวที่พุ่งเป้าไปยังสัตว์อสูรเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ร่างของมันถูกเฉือนออกเป็นสามท่อน เลือดที่สาดกระเซ็นทั่วอากาศเป็นสัญญาณถึงจุดจบที่น่าสังเวชนั้น
เฉินซีหรี่ตาคมกริบลงเมื่อเห็นสิ่งนี้ ชายหนุ่มไม่ได้เก็บกวาดซากร่างบนลานต่อสู้อย่างรวดเร็ว หากแต่จ้องมองยังเจ้าของการโจมตีแทรกจังหวะที่อยู่ด้านข้าง
“ข้าคิดว่า มันน่าจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” เฉินซีพูดในสิ่งที่คิดอย่างเฉยเมย
“ฮ่า ๆ สหายเต๋าอย่าเพิ่งเข้าใจผิด อันที่จริง ตั้งแต่ที่ข้าได้เห็นว่าเจ้านั้นแข็งแกร่งเพียงไร ข้าก็ไม่อาจอดกลั้นความปรารถนาที่จะได้ร่วมมือกับเจ้า” คุนอู๋ชิงพูดทั้งรอยยิ้ม “ด้วยความแข็งแกร่งของเราสองคน ถ้าหากเราร่วมมือกันละก็ การเข้าไปสำรวจซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ก็จะไม่มีอะไรที่น่ากังวล ยิ่งไปกว่านั้น ในส่วนของการครอบครองรากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้า สำหรับเราทั้งคู่มันก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายอย่างกับปอกกล้วยเข้าปาก เจ้าว่าจริงหรือไม่?”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เขาก็ตบหน้าผากตัวเองก่อนจะพูดต่อ “จริงสิ เพื่อแสดงความจริงใจของข้า ข้า คุนอู๋ชิง ขอสาบานต่อฟ้าว่าจะไม่หลอกลวงหรือคิดคดทรยศต่อคู่หูของข้าเป็นอันขาด”
หากเป็นผู้บ่มเพาะคนอื่น ก็คงจะถูกล่อลวงไปด้วยคำชวนเชื่อเหล่านั้น ไม่ว่าจะคำสาบาน โอกาสที่หาได้ยาก หรือแม้แต่การที่คุนอู๋ชิงมีชื่ออยู่ในยี่สิบอันดับแรกของเทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณ ก็ล้วนแต่ทำให้วาจาของเขากลายเป็นสิ่งที่ล่อตาต่อใจ
อย่างไรก็ตาม เฉินซีไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ เขาปฏิเสธไปโดยไม่ลังเล “ต้องขอโทษด้วย ตัวข้านั้นเคยชินกับการทำอะไรเพียงลำพัง แต่อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณในน้ำใจของสหายเต๋ามาก”
เขารู้ดี จริงอยู่ที่ข้อเสนอนั้นฟังดูดีไม่น้อย แต่เชื่อว่าในท้ายที่สุดแล้ว คุนอู๋ชิงคงจะไม่ลังเลที่จะฆ่าเขาเพื่อแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างไป
การร่วมมือกับคุนอู๋ชิงไม่ต่างอะไรจากการยื่นมีดให้อีกฝ่าย เป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดเลยแม้แต่น้อย
คุนอู๋ชิงขมวดคิ้วก่อนจะพูดอย่างจริงจัง “สหายเต๋าไม่ลองพิจารณาสักหน่อยหรือ? เท่าที่ข้ารู้มา มหาเทวาวิญญาณคนอื่น ๆ ต่างก็เริ่มจับคู่จับกลุ่มกันแล้ว หากเป็นเช่นนี้ โอกาสที่เจ้าจะได้ครอบครองสิ่งใด ๆ ในซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ก็จะน้อยลงไปอีก”
สีหน้าของคนฟังมืดหม่น คล้ายรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ทว่าฉับพลันนั้น จู่ ๆ เขาก็หัวเราะออกมา ก่อนจะพยักหน้าและพูดขึ้น “เยี่ยม เยี่ยมเลย ทุกคนล้วนมีความคิดเป็นของตัวเอง เช่นนั้น ข้าก็จะไม่บังคับเจ้า หวังว่าสหายเต๋าจะเดินทางอย่างราบรื่นและได้พบพานในสิ่งที่ปรารถนา ขอตัว”
ทันทีที่พูดจบ เขาก็มองไปที่เฉินซีอย่างลึกซึ้ง ก่อนที่ร่างจะพุ่งออกไปสู่ที่ซึ่งไกลลับตา