ตอนที่ 1699
บทที่ 1699 คั่งแค้น
October 21, 2026
บทที่ 1,699 คั่งแค้น
………………..
บทที่ 1,699 คั่งแค้น
เสียงแผดร้องอย่างโศกเศร้าระคนเดือดดาลดังกังวานไปทั่ว เต็มไปด้วยความเจ็บปวดอันเกินบรรยาย
ไม่เคยมียามใดที่เฉินซีรู้สึกไร้กำลัง โศกเศร้าและเดือดดาลเพียงนี้มาก่อน ดุจหนึ่งคมมีดแทงทะลวงสู่หัวใจอย่างรุนแรงจนไม่อาจหายใจ
เขาทำได้เพียงมองสตรีที่ชอบหลับตาลง สิ้นใจเฉียบพลันในอ้อมแขนอย่างไม่อาจช่วย ความรู้สึกเช่นนี้คือความทรมานสูงสุดในโลกหล้า
ชั่วขณะนี้ เฉินซีร่ำไห้ดังสนั่นอย่างอาดูร ดวงตาเจียนถลนด้วยโทสะ นอกจากนั้น เรือนผมยาวยังสยายกระจาย ทำให้เขาดูเหมือนเป็นบ้าไปแล้วโดยสิ้นเชิง
ชายหนุ่มกอดร่างของเจิ้นหลิวชิงไว้แน่น ราวกลัวว่านางจะหายไปทั้งเช่นนั้น หยาดน้ำตารินเป็นสายอาบแก้มอย่างช่วยไม่ได้
เฉินซีไม่ได้ร้องไห้มานานแล้ว หลายปีมานี้ เขากระทั่งลืมไปแล้วว่าการร่ำไห้ให้ความรู้สึกเช่นไร หรือน้ำตามีอุณหภูมิ น้ำหนักเช่นไร
ขณะนี้ ในฐานะมหาเทวาวิญญาณผู้อยู่ ณ ขั้นสมบูรณ์ของขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณ มีอายุขัยตราบนิรันดร์ไม่อาจรั้งน้ำตาของตนไว้ได้อีก
แค้น!
มันอัดแน่นในอก สูบฉีดรุนแรงผ่านหัวใจ ปราณทั่วร่างดุร้ายเช่นสมุทรคลั่ง แผ่พล่านไม่รู้จบ ทำให้ท้องนภาหม่นแสง สรรพสิ่งโหยไห้
…
เจิ้นหลิวชิงฆ่าตัวตาย?
ตี้จวินและคณะต่างผงะตะลึง พวกเขาเหมือนนึกไม่ถึงว่าเจิ้นหลิวชิงไปได้ความกล้าจากหนใด จึงยอมรับชะตาตาย ดีกว่านำเฉินซีเข้ามาพัวพัน!
ดวงตาของกงเหย่เจ๋อฟูเบิกกว้าง ไม่กล้าเชื่อสายตาเช่นกัน
ลั่วฉ่าวหนงขมวดคิ้ว แล้วความเย็นเยือกอย่างไม่อาจบรรยายก็พลุ่งพล่านในใจขณะมองเฉินซีผู้เหมือนจะบ้าไปแล้ว
เขาประหลาดใจกับความตายของเจิ้นหลิวชิง แต่ไม่ได้รับผลกระทบไปด้วย รู้สึกเพียงว่าเป็นเรื่องยุ่งยากที่รับมือลำบากยิ่งเท่านั้น
เพราะตระหนักชัดเจนว่าต่อจากนี้ พวกเขาน่าจะต้องเผชิญเพลิงพิโรธไร้ประมาณ และการจู่โจมสังหารจากเฉินซี!
“เตรียมถอย!” ขณะนี้ ลั่วฉ่าวหนงตัดสินใจส่งกระแสปราณให้คนทั้งหลายทันที
กงเหย่เจ๋อฟูพลันฟื้นจากความตะลึง พูดด้วยสีหน้ามึนงง “เราจะทิ้งรากเต๋าวิภูจักรวรรดิไปเช่นนั้นหรือ?”
“เจ้าคิดว่าชีวิตเจ้าหรือรากเต๋าวิภูจักรวรรดิสำคัญกว่ากันเล่า?” คิ้วของลั่วฉ่าวหนงขมวดแน่น ถามย้อนด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบสุดขั้ว
ลั่วฉ่าวหนงหน้าง้ำ “เจ้าก็เลยตั้งใจอยู่สู้จนจบ?”
กงเหย่เจ๋อฟูส่ายหัวอย่างเฉยชา “ในเมื่อเจ้ายอมรามือแล้ว ข้าก็ไร้สิ่งใดจะพูด”
ก่อนหน้านี้ ลั่วฉ่าวหนงส่งรากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้าให้เขาแล้ว และเขาก็ช่วยลั่วฉ่าวหนงหารากเต๋าวิภูจักรวรรดินี้เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนเท่านั้น
ยามนี้ ในเมื่อลั่วฉ่าวหนงรามือ เขาย่อมไม่ดึงดัน
“แปลกจริง ไยเจียหนานจึงยังไม่มา?” ลั่วฉ่าวหนงขมวดคิ้ว มองหาไปรอบ ๆ และสุดท้ายก็ตัดสินใจไม่อยู่ต่อ
เหล่าผู้สูงศักดิ์ไม่ยอมให้ตนเองมีอันตราย เขาย่อมไม่เอาชีวิตตนไปเสี่ยง
“ไปกัน!” ลั่วฉ่าวหนงเหลือบมองเฉินซีผู้มีสีหน้าโศกเศร้าเดือดดาล ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นขณะที่โอบอุ้มเจิ้นหลิวชิงในอ้อมแขน ก่อนจะละสายตาส่งกระแสปราณให้คนอื่น ๆ
แม้จะอิดออดใจ แต่ก็ตระหนักดีว่าหากยังยั่วโมโหเฉินซีอีกในครานี้ มันจะไม่ต่างกับรนหาที่ตาย
พวกเขาตามลั่วฉ่าวหนง คิดกลับลงเขาตามทางที่มาทันที
ท้ายที่สุด เหตุที่พวกเขาไม่อยากเห็นที่สุดก็ยังเกิด!
“ไป!” ลั่วฉ่าวหนงไม่กล้าลังเล คิดจากไปก่อนไม่ให้เฉินซีผู้เจียนบ้าหยุดได้ทัน
ทว่าฝีเท้าของเขาหยุดลงกะทันหันในลมหายใจต่อมา
ไม่ใช่เพียงลั่วฉ่าวหนง คนอื่น ๆ ก็หยุดฝีเท้า เผยสีหน้าตกตะลึงเช่นกัน
เพราะร่างของเฉินซีพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกตนร้อยจั้ง
ใบหน้าหล่อเหลาไร้อารมณ์ ดวงตาแดงดุจโลหิต ไม่เผยอารมณ์ความรู้สึกใดดุจแอ่งน้ำนิ่ง ชวนผวายิ่ง
ยิ่งกว่านั้น เขายังแบกร่างของเจิ้นหลิวชิงไว้บนหลัง
สิ่งนี้ทำให้รู้สึกหนักใจเล็กน้อย แต่ยามเผชิญสายตาอันแดงก่ำเช่นโลหิตของอีกฝ่าย หัวใจของพวกเขาก็หนาวเยือก
“เฉินซี สตรีผู้นั้นดับชีวิตตัวเอง ไม่ใช่ความผิดเรานะ แม้สุดท้ายเราก็เกี่ยวกับมันนิดหน่อย เพื่อเป็นการชดเชย เราจะให้รากเต๋าวิภูจักรวรรดิในวิหารศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์เซวียนแก่เจ้า” ลั่วฉ่าวหนงสูดหายใจลึก ๆ และกล่าวรัวเร็ว “หนนี้เรายอมแพ้แล้ว โปรดลดละให้กันสักหน่อยเถิด”
ลั่วฉ่าวหนงขมวดคิ้ว ในใจบังเกิดสังหรณ์ร้ายจางๆ
“ไม่ใช่พวกเจ้าทั้งหลาย… อยากให้ข้าคุกเข่าหรือ?” ดวงตาแดงฉานของเฉินซีเคลื่อนช้า ๆ มองพวกตี้จวินแต่ละคน ทำให้สีหน้าของพวกเขายากมองถึงขีดสุด
“ไอ้เวร! คิดจริง ๆ หรือว่าเรากลัวเจ้า?” กงเหย่เจ๋อฟูกลับขมวดคิ้ว ตวาดกลับเสียงแข็ง
เฉินซียังคงเฉยชา ชี้กระบี่ตรงมาจากไกล ๆ แล้วจิตสังหารร้ายแรงสายหนึ่งก็ทะยานสู่เวหา “วันนี้พวกเจ้าทุกคนจะได้ชดใช้ด้วยเลือด”
เสียงสุขุมแหบแห้ง แต่กลับมีอำนาจกดดันเฉียบขาด
กงเหย่เจ๋อฟูเริ่มหัวเราะด้วยโทสะสุดขีด “ฮ่า ๆ! ไอ้โง่! อย่าว่าแต่เจ้าจะฆ่าเราได้ด้วยฝีมือเจ้าหรือไม่ ต่อให้ทำได้ เจ้าจะกล้าทำจริง ๆ หรือ? เจ้ารู้ผลลัพธ์การกระทำเช่นนั้นหรือไม่? อย่าโง่ไปหน่อยเลย ฉลาดขึ้นสักนิดแล้วรีบหลบไป!”