ตอนที่ 1711
บทที่ 1711 เปิดอกเสวนา
October 21, 2026
บทที่ 1711 เปิดอกเสวนา
………………..
บทที่ 1711 เปิดอกเสวนา
แม้เขาจะไม่ทั้งหัวเราะและร้องไห้ เฉินซีก็ยังอธิบายว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ข้าไม่ได้บอกนี่ว่าล้มเหลว”
คนทั้งหมดต่างผงะงุนงง
“หรือเจ้าจะชิงรากเต๋าวิภูจักรวรรดินั่นมาแล้ว?” ดวงตากระจ่างของเชินถูเยียนหรานเรืองประกาย พูดอย่างไม่อยากเชื่อเล็กน้อย
หัวใจของคนอื่น ๆ กระตุกรุนแรงไม่แพ้กัน หันมองเฉินซีอย่างพร้อมเพรียง เพราะหากมันเป็นความจริง ก็จะน่าตกใจเกินไปจริงแท้
ก่อนเฉินซีจะทันเอ่ยปาก หนึ่งเสียงอันทะนงทรงภูมิก็ดังกึกก้อง “แน่นอน บรรพชนผู้นี้ช่วยเหลือเสียอย่าง โอกาสสูงสุดเช่นนี้จะไม่บรรลุง่ายดายได้หรือ?”
พร้อมกันนั้น หนึ่งร่างสีขาวก็บินออกมาจากในประตูแห่งมหาเต๋า ซึ่งก็คือเหล่าไป๋
มันหุบปีกลงร่อนยืนบนบ่าเฉินซี ทอดสายตามองพวกเขาทั้งหลายอย่างเย่อหยิ่งวางอำนาจ
ไม่ต้องพูดก็ทราบได้ว่าการปรากฏตัวของเหล่าไป๋น่าตกใจอยู่เอาการ ขนขาวบริสุทธิ์ราวหิมะเต็มไปด้วยรัศมีศักดิ์สิทธิ์ กรงเล็บแหลมคมดูราวหลอมจากทองคำ ดวงตาลึกล้ำทรงภูมิ หงอนเจ็ดสีบนศีรษะปกคลุมด้วยแสงเจ็ดสี ทำให้มันดูยิ่งใหญ่นัก
สีหน้าของเฉินซีดำคล้ำเมื่อสังเกตเห็นว่าปักษาเฒ่านี่จะเริ่มโอ้อวดอีกแล้ว สายตาชำเลืองมัน
สีหน้าของเหล่าไป๋ชะงัก ก่อนจะปิดปากแน่นเริ่มจัดขนอย่างสง่างาม ทว่าสายตาก็ยังชำเลืองมองพวกเล่ออู๋เหินอย่างลับ ๆ
“ทุกท่าน ไม่ต้องสนใจมันหรอก” เฉินซีไม่คิดกระทั่งจะแนะนำตัวเหล่าไป๋ “ไม่มีเวลาแล้ว เราออกจากที่นี่กันก่อนเถิด”
แม้คนอื่น ๆ จะมีคำถามมากมายในใจ พวกเขาก็ยังตระหนักชัดว่าหลังเห็นเฉินซีกระทำเช่นนี้ การไถ่ถามย่อมไม่เหมาะสม
…
ขณะนี้ พวกเขาอยู่ในโถง ณ ส่วนลึกสุดของตำหนักเต๋านภาม่วง การเดินทางกลับนั้นราบรื่นมาก ไม่นานก็เดินออกมากันแล้ว
“มีใครกำลังออกมา”
“เอ๋? เหตุใดเป็นพวกเขาไปได้?”
เมื่อเห็นกลุ่มของเฉินซีปรากฏตัว ผู้เยี่ยมยุทธ์ทั้งหลายที่ตีนบันไดหยกขาวต่างเอะอะประหลาดใจยิ่ง
พวกเขารออยู่ที่นี่มาตลอด เห็นเจียหนานจากไป และยามนี้ก็ได้เห็นกลุ่มของเฉินซีกลับออกมา มีเพียงกลุ่มของลั่วฉ่าวหนงที่ไร้ร่องรอย พวกเขาจึงคิดไปว่ากลุ่มของเฉินซีคงกลับมามือเปล่าเหมือนเจียหนานแน่แท้
เฉินซีย่อมไม่สนใจ
“นายน้อยอู๋เหิน ได้สิ่งใดมาบ้างหรือไม่?” หนึ่งในผู้เยี่ยมยุทธ์ถามยิ้ม ๆ
เล่ออู๋เหินเหลือบมองผู้เยี่ยมยุทธ์คนนั้น พลางตอบว่า “นิดหน่อยน่ะ”
“หรือว่า… พวกเขาจะหารากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้านั่นพบจริง ๆ?” หัวใจของผู้เยี่ยมยุทธ์ทั้งหลายรอบข้างสั่นสะท้าน
เมื่อได้ยินผู้พูดถึงรากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้า สีหน้าของเล่ออู๋เหินและคณะก็ดำคล้ำลงเล็กน้อย หันหลังจากไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ไม่พูดจา
แต่สิ่งนี้ก็ก่อให้เกิดความเคลือบแคลงในใจผู้คน เผยสีหน้าประหลาดใจตาม ๆ กัน
“ดูเหมือนพวกเขาจะล้มเหลวนะ สีหน้าผิดปกติกันนิดหน่อย”
“แน่นอน พวกเจ้าไม่สังเกตหรือว่ากลุ่มของลั่วฉ่าวหนงยังไม่กลับมา? รากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้านั่นน่าจะอยู่ในมือพวกลั่วฉ่าวหนงแล้วแน่”
ผู้เยี่ยมยุทธ์ทั้งหลายเสวนาไม่จบสิ้นด้วยเสียงแผ่วเบาขณะมองพวกเล่ออู๋เหินจากไป
“ฮึ! พวกเขาน่าจะประเมินฝีมือตนเองบ้างนะ ผลลัพธ์เช่นนี้ถูกกำหนดตายตัวแล้ว หากพวกเขาได้รากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้านั่นมาสิจึงแปลก”
ผู้เยี่ยมยุทธ์บางคนพูดอย่างเย้ยหยัน พวกเขาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเดียวกับลั่วฉ่าวหนง ทว่าเพราะความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ จึงไม่อาจเข้าไปในตำหนักเต๋านภาม่วงได้ แต่เมื่อเห็นเจียหนานและกลุ่มของเฉินซีตามกันกลับออกมา พวกเขาก็รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่ากลุ่มของลั่วฉ่าวหนงจะต้องประสบความสำเร็จแล้วแน่แท้
ดังนั้นพวกเขาในยามนี้จึงตื่นเต้นและภาคภูมิกันนัก น้ำเสียงจึงเจือคำถากถางเย้ยเยาะอย่างช่วยไม่ได้
“รากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้า? ฮี่ ๆ ๆ เจ้าพวกนี้เป็นไอ้หนูโง่น่าสงสารเสียจริง พวกเจ้านี่สมควรเป็นข้าทาสบริวารตลอดไป” ทันใดนั้น หนึ่งเสียงลำพองภาคภูมิก็ดังกระหึ่ม ไม่ซ่อนคำล้อเลียนใด ๆ
เจ้าของเสียงย่อมไม่พ้นเหล่าไป๋ มันกระพือปีกบินวนบนท้องฟ้าเหนือศีรษะ ทิ้งวาจาเหล่านี้ไว้ ก่อนจะหันทะยานไปหาเฉินซี
“หยุดตรงนั้นเลย!” ใครบางคนตะโกนลั่นอย่างเดือดดาล เพราะการถูกยั่วยุโดยเดรัจฉานเช่นนี้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันชัด ๆ
เหล่าไป๋ไม่คิดสนใจ จึงบินแช่มช้าไปหาเฉินซีซึ่งเดินจากไปไกล
วูบ!
ผู้เยี่ยมยุทธ์คนนั้นยกมือขึ้นก่อปราณกระบี่สายหนึ่ง ส่งลำแสงเจิดจรัสพุ่งผ่านท้องนภาดุจแสงตะวันเรืองรอง ดุร้ายรวดเร็วอย่างยิ่ง
เปรี้ยง!
ทว่าจู่ ๆ มือข้างหนึ่งก็เอื้อมออกมาใช้สองนิ้วคีบปราณกระบี่นั้นไว้ก่อนทันเข้าใกล้เหล่าไป๋ ทำให้มันชะงักกับที่ ก่อนจะค่อย ๆ สลายแหลกไป
หัวใจของคนทั้งหมดในละแวกเต้นกระตุก เพราะวิธีการรับมือการโจมตีเมื่อครู่นั้นชวนตะลึงเกินไป เขากำจัดปราณกระบี่นั้นลงได้อย่างง่ายดาย ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทำได้เลย