ตอนที่ 1712
บทที่ 1712 น้ำขึ้นให้รีบตัก
October 21, 2026
บทที่ 1712 น้ำขึ้นให้รีบตัก
………………..
บทที่ 1712 น้ำขึ้นให้รีบตัก
เฉินซีดูสงบและไม่แปลกใจ
นับตั้งแต่พริบตาที่สังหารลั่วฉ่าวหนงและคนอื่น ๆ เขาก็ตระหนักดีว่าเมื่อใดที่ออกจากซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่แห่งนี้ ย่อมต้องเผชิญกับปัญหามากมายเป็นแน่แท้
เขายังสงสัยอยู่เล็กน้อยว่าตระกูลที่อยู่เบื้องหลังลั่วฉ่าวหนง กงเหย่เจ๋อฟู ตี้จวิน เยว่หรูฮวา จินชิงหยาง คุนอู๋ชิง และเป่ยเหวินอาจตระหนักถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจนแล้ว
ถึงขนาดที่ระบุได้ว่าบรรดามหาอำนาจเหล่านี้จากเอกภพจักรวรรดิได้ออกเดินทาง และปิดล้อมชายฝั่งของมหาสมุทรสุสานเทวะที่อยู่หน้าเมืองเฟิงฉีอย่างแน่นหนาแล้ว!
อย่างไรก็ตาม เฉินซีหาได้กริ่งเกรงไม่ เพราะจวบจนบัดนี้ ไม่มีผู้ใดนอกจากเจียหนานที่รู้แน่ชัดว่าใครเป็นคนฆ่าพวกของลั่วฉ่าวหนง
นี่เป็นโอกาสอันดีสำหรับเฉินซี เพราะตราบใดที่สามารถหลบหนีได้ ก่อนที่พวกมันจะเสร็จสิ้นการสืบสวน เขาก็จะหลีกเภทภัยทั้งมวลได้
เป็นเพราะเหตุ เฉินซีจึงรีบออกไป เพื่อใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดในการออกจาก ‘ที่เกิดเหตุ’
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่เตือน” เฉินซีประสานมือคำนับ
ขอบเขตมหาราชเทวา!
มันเป็นขอบเขตที่อยู่เหนือขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล!
บุคคลเช่นนี้เปรียบเสมือนมหาจักรพรรดิที่ไร้ผู้เปรียบ ซึ่งอาศัยอยู่ในเอกภพต่าง ๆ ของแดนเทพโบราณ และมีคุณสมบัติที่จะยึดตำแหน่งจ้าวเอกภพ
เฉกเช่น จ้าวเอกภพแห่งเอกภพมสิหิม จักรพรรดินีอวี้เชอ และจ้าวเอกภพแห่งเอกภพขั้วทักษิณา จักรพรรดิโกวเฉิน ล้วนดำรงอยู่ในขอบเขตดังกล่าว
“แน่นอน” เฉินซีพยักหน้ารับ เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาวางแผนไว้แล้ว
ด้วยพลังฝีมือในปัจจุบัน เขาไม่จำเป็นต้องกริ่งเกรงผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลด้วยซ้ำ ทว่าหากเขาพบกับผู้ที่ครอบครองขอบเขตมหาราชเทวา ความแข็งแกร่งนี้ย่อมไม่เพียงพอ
ดังนั้นการพัฒนาความแข็งแกร่ง โดยบรรลุสู่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลจึงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนสำคัญ
ปัจจุบันเฉินซีได้ควบแน่นแท่นบูชาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงแล้ว และการบ่มเพาะได้บรรลุถึงขีดจำกัดของขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณแล้ว มันได้มาถึงจุดสูงสุดของประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มิหนำซ้ำยังได้รับรากเต๋าวิภูจักรวรรดิมาก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงถือได้ว่า เขาได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มพิกัด ขาดเพียงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทะลวงขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลเท่านั้น
ทวารบาลของวิหารหาได้สนใจเหล่าไป๋ไม่ ดูเหมือนจะรู้นิสัยของเหล่าไป๋มานานแล้ว และไม่สนใจที่จะเสวนากับตัวน่ารำคาญด้วยซ้ำ
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ไปเสียเถิด” ทวารบาลของวิหารตระหนักดีว่าเฉินซีสงบกว่าที่เขาคาดไว้ จึงรู้สึกผ่อนคลายและพึงพอใจมากขึ้น
เขาเป็นทวารบาลของวิหาร เคยประสบกับความยากลำบากมาทุกประเภท และตระหนักดีว่าเฉินซีเป็นผู้ครอบครองมรดกของแผนภาพวารีเช่นเดียวกับเซวียนจากยุคหมานกู่ วิถีสู่เต๋าของเฉินซีไม่ใช่สิ่งที่ชายชราอย่างเขาจะแสดงความคิดเห็นได้อย่างสิ้นเชิง
เส้นทางของพวกเขาจะต้องไม่เหมือนกับผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่น ๆ ในโลก ทำได้เพียงก้าวย่างไปด้วยตัวเองเท่านั้น
“ผู้อาวุโส” จู่ ๆ เฉินซีก็เอ่ยถามขึ้น “ข้าขอเรียนถามว่าท่านรู้จักกู่ศักดิ์สิทธิ์อวมนตราหรือไม่?”
ดวงตาของทวารบาลของวิหารหรี่เล็กลง จากนั้นก็ส่ายศีรษะ “เคล็ดวิชาลับดังกล่าวสืบทอดมาจากยุคก่อน หากเจ้าคิดที่จะหาวิธีรักษามัน บางทีเจ้าอาจต้องเดินทางไปยังเอกภพจักรวรรดิ”
เอกภพจักรวรรดิ!
หัวใจของเฉินซีสั่นไหว จากนั้นพลันหายใจเข้าลึก ๆ พลางประสานหมัด “ขอบคุณผู้อาวุโสสำหรับคำชี้แนะ”
“ไปเถิด เส้นทางสู่มหาเต๋านั้นยากลำบาก แต่ตราบใดที่ดวงจิตแห่งเต๋ายังมั่นคง เจ้าจะสามารถบรรลุทุกสิ่งได้ ถนอมตัวด้วย” ทวารบาลของวิหารยิ้มบาง และใบหน้าที่เหี่ยวย่นก็ปกคลุมด้วยท่าทางให้กำลังใจ
“ตาเฒ่า ข้ากำลังจากไปแล้ว ส่วนเจ้าจงอยู่ที่นี่ไปตลอดกาลเสียเถอะ ฮ่า ๆ ๆ!!!” เหล่าไป๋แผดหัวเราะอย่างพึงพอใจ และดูอิ่มเอมยิ่ง
ทวารบาลของวิหารหัวเราะเบา ๆ และส่ายศีรษะอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
โอม!
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง น้ำเต้าศักดิ์สิทธิ์สีทองที่เรียบง่ายและสดใสก็ห่อหุ้มเฉินซีและคนอื่น ๆ ขณะพุ่งผ่านท้องฟ้า จากนั้นจึงพุ่งเข้าสู่พื้นที่ซึ่งถูกปกคลุมโดยปราณหมานกู่วิเวก แล้วหายวับไปทันที
“ท่านอาจารย์ ถ้าเด็กคนนี้ไม่ตายตั้งแต่เยาว์วัย เส้นทางสู่เต๋าก็จะไม่เปลี่ยวเหงาอีกต่อไป….” ทวารบาลของวิหารเฝ้าดูน้ำเต้าศักดิ์สิทธิ์จากไป ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
หลังจากนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน สีหน้ากลับคืนสู่สภาพเฉยเมยเหมือนกาลก่อนทันที
ทันใดนั้น คลื่นพลังผันผวนได้เกิดขึ้นจากประตูแห่ง ‘ชีวิต’ และ ‘ความตาย’ จากนั้นร่างจำนวนมากก็หลั่งไหลออกมา
น่าตกใจที่เป็นบรรดาผู้เยี่ยมยุทธ์ที่หลบหนีออกจากแดนรากบรรพกาล แต่มีเพียงกลุ่มของลั่วฉ่าวหนงเท่านั้นที่ไม่อยู่ในหมู่พวกเขา
ความจริงที่น่าเศร้าที่สุดคือแม้จนถึงขณะนี้ ผู้เยี่ยมยุทธ์เหล่านี้ที่หลบหนีออกจากแดนรากบรรพกาล ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นภายในตำหนักเต๋านภาม่วง
ถึงกระนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเขาก็หลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย เมื่อเทียบกับผู้เยี่ยมยุทธ์เหล่านั้นที่เสียชีวิตในแดนรากบรรพกาล ก็ถือว่าแล้วแต่บุญวาสนาเช่นกัน