ตอนที่ 1726
บทที่ 1726 เทศกาลหลินหลางเป่า
October 21, 2026
บทที่ 1726 เทศกาลหลินหลางเป่า
………………..
บทที่ 1726 เทศกาลหลินหลางเป่า
พูดให้ถูกก็คือเป็นกลุ่มผู้บ่มเพาะอสูร
ผู้นำกลุ่มคือชายหนุ่มผมสีส้มที่มีดวงตาเหมือนหยก ผิวกายเขาเต็มไปด้วยเส้นสายต่าง ๆ เต็มไปด้วยรอยสักและอักขระลึกลับ
ข้างกายยังมีปีศาจบุปผายืนอยู่ กิ่งก้านสาขาของมันแผ่ขยาย ออกดอกผลิบานสะพรั่ง ดูงดงามตายิ่ง
นอกจากสองคนนั้นแล้ว ยังมีชายสวมเกราะอีกคนที่มีหัวเป็นวัวสองเขา และคนแคระที่สูงเพียงสองฉื่อ มีผมสีขาวและหูแหลมอยู่ด้วย
เป็นกลุ่มผู้บ่มเพาะอสูรที่แปลกตายิ่ง เฉินซีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขามาจากเผ่าพันธุ์ไหน แต่ดูจากกลิ่นอายแล้ว นอกจากชายผมส้มที่เป็นผู้นำ ซึ่งมีพลังอยู่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลแล้ว คนอื่น ๆ นั้นอยู่ ขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณกันทั้งสิ้น
พวกเขาเห็นเฉินซีกับจักรพรรดินีอวี้เชอแล้ว พอมาถึงชายผมสีส้มก็กล่าวว่า “สหายเต๋า เจ้ากำลังจะเดินหน้าไปดาวผู่ถัวเพื่อเข้าร่วมเทศกาลหลินหลางเป่าที่จะจัดขึ้นทุกสามพันปีงั้นหรือ?”
เทศกาลหลินหลางเป่า? เฉินซีชะงักไป จากนั้นส่ายหน้ากล่าวว่า “ขออภัยด้วย เราไม่ได้จะไปเข้าร่วมเทศกาลหลินหลางเป่าหรอก”
“เห พวกเจ้าสองคนไม่ได้มาเทศกาลหลินหลางเป่าหรือ?” ปีศาจบุปผาพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล อ่อนหวาน และมีเสน่ห์
“ช่างเถอะ เราก็ไปกันเองนี่แหละ พอไปถึงแล้วเดี๋ยวก็หาทางเข้าเทศกาลหลินหลางเป่าเจอเอง” ชายหนุ่มผมสีส้มถอนหายใจ จากนั้นโบกมือลาเฉินซีแล้วเดินไปอีกทาง
ไม่ทันไรกลุ่มพวกเขาก็เดินหายลับไป
“น่าสนใจนะ ยอดฝีมือหนุ่มจากเผ่ากิเลนเพลิงเป็นคนนำกลุ่มผู้บ่มเพาะอสูรอีกสามคนจากเผ่าบุปผาเริงระบำ เผ่ากระทิงวิญญาณคลั่ง และเผ่าคนแคระศึกปฐพี พวกเขาเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมเทศกาลหลินหลางเป่านี่เอง” จักรพรรดินีอวี้เชอพูดขึ้นด้านข้างเหมือนตกอยู่ในภวังค์ความคิด
เฉินซีถึงเพิ่งได้รู้เผ่าพันธุ์ของพวกเขา รู้สึกตกใจขึ้นมาบ้าง เพราะแต่ละเผ่าพันธุ์ล้วนเป็นเผ่าพันธุ์โบราณและหาได้ยากยิ่ง
แสดงให้เห็นว่าเอกภพสมุทรทักษิณาสมกับที่เป็นสวรรค์ของทุกข์เผ่าพันธุ์จริง ๆ
เฉินซีถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “ เทศกาลหลินหลางเป่าคืออะไรเหรอ?”
“อธิบายยาก เอาเป็นว่ามันเป็นงานแลกเปลี่ยนของที่ยิ่งใหญ่มาก จัดขึ้นทุก ๆ สามพันปี ถึงตอนนั้นผู้บ่มเพาะทั่วทั้งเอกภพสมุทรทักษิณาก็จะเดินทางมาถึงที่นี่” จักรพรรดินีอวี้เชอเอ่ยเชื่องช้า “จนถึงตอนนี้ เทศกาลหลินหลางเป่าก็จัดงานขึ้นกว่าร้อยครั้งแล้ว หากเป็นเรื่องความเก่าแก่เรียกได้ว่ามีมาแต่โบราณเลยดีกว่า”
นางหยุดไปเล็กน้อยก่อนว่าต่อ “พูดง่าย ๆ คือ วัตถุเทวะ สมบัติศักดิ์สิทธิ์ ของใช้บ่มเพาะพลังแปลกประหลาดพิสดารทั้งหลายในแดนเทพโบราณล้วนมีอยู่ในเทศกาลหลินหลางเป่า มันจึงดึงดูดคนเข้ามาได้มากทีเดียว”
เฉินซีถึงได้เข้าใจ เทศกาลหลินหลางเป่าก็เป็นเหมือนสถานที่ให้ได้แลกเปลี่ยนสมบัติสินค้ากัน เพื่อให้ ‘แลกเปลี่ยนในสิ่งที่ต้องการ’ กันได้
“หากเจ้าสนใจ เราไปดูกันก็ได้ สมบัติล้ำค่าหายากมากมายปรากฏขึ้นทุกครั้งที่จัดเทศกาลหลินหลางเป่าขึ้นนั่นแหละ อีกทั้งยังไม่ใช่เพียงผู้บ่มเพาะพลังในเอกภพสมุทรทักษิณาเท่านั้นที่มา แต่จากเอกภพอื่นก็มีมาเหมือนกัน” จักรพรรดินีอวี้เชอยิ้มบาง “จำได้ว่าครั้งนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งได้สมบัติวิญญาณธรรมชาติโดยใช้เพียงหนึ่งร้อยผลึกศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น เป็นเรื่องตื่นตะลึงไปทั่วทั้งเอกภพสมุทรทักษิณาเลยทีเดียว”
เฉินซีเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ “นับว่าพบโชคด้วยความบังเอิญจริง”
จักรพรรดินีอวี้เชอกล่าว “เรื่องเช่นนี้พบได้บ่อยในเทศกาลหลินหลางเป่าทีเดียว”
เฉินซีเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “หากกลับจากอารามไท่ชูแล้วยังเหลือเวลา ค่อยไปดูเทศกาลหลินหลางเป่าก็ได้”
ทั้งสองจึงไม่รั้งอยู่อีก เคลื่อนมิติเดินทางไปยังดาวผู่ถัวที่อยู่ห่างไกลออกไปทันที
…
ดาวผู่ถัวเป็นดาวดวงสีน้ำเงินเหมือนน้ำในมหาสมุทร
มันไม่เหมือนดาวดวงอื่น และมีขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทอดตัวยาวไปในจักรวาลเหมือนตะวันสีน้ำเงิน ทำให้ดาวดวงอื่น ๆ หม่นแสงไปตามกัน
ที่แปลกที่สุดคือมีดินแดนมากมายลอยละล่องอยู่รอบดาวผู่ถัว แต่ละดินแดนนับได้ว่ากว้างขวางยิ่ง เต็มไปด้วยหุบเขาแม่น้ำมากมาย อีกทั้งยังมีเรือนพักอาศัย และมีสิ่งมีชีวิตมากมายอาศัยอยู่บนนั้น
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป เฉินซีกับจักรพรรดินีอวี้เชอก็มุ่งหน้ามาถึงดินแดนแห่งหนึ่ง ถึงแม้จะเรียกว่าดินแดน แต่ก็มีขนาดใหญ่กว่าแดนภวังค์ทมิฬเสียอีก
มีเมืองตั้งอยู่บนนั้นจำนวนมาก เต็มไปด้วยธรรมชาติแห่งขุนเขาและแม่น้ำงดงามมากมาย เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์
พวกเขาไม่รอช้ามุ่งหน้าเดินทางต่อ หลังจากใช้เวลาเกือบเค่อหนึ่ง ก็มาถึงเบื้องหน้ามหาสมุทรสุดกว้างใหญ่
ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าจัด น้ำทะเลสีเขียวอมน้ำเงินกว้างใหญ่ไพศาล นกทะเลพากันเหินบินสะบัดปีกอยู่เหนือเกาะที่เห็นอยู่ไกล ๆ ทรายบนชายหาดส่องแสงเป็นสีทองตระการตา
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายจากในห้วงท้องทะเลกำลังแลกเปลี่ยนสินค้ากับพ่อค้าบนฝั่ง ดูคึกคักครึกครื้นเป็นอย่างยิ่ง
“ที่นี่เรียกว่ามหาสมุทรดาราหล่น ภูเขาลั่วเจียตั้งอยู่ที่สุดปลายขอบมหาสมุทรแห่งนี้ ดูจากความเร็วของเราแล้ว น่าจะไปถึงได้ภายในสี่ชั่วยาม” จักรพรรดินีอวี้เชอชี้ไปทางพูด
เฉินซีพยักหน้า “เช่นนั้นก็ออกเดินทางเถอะ”