ตอนที่ 1728
บทที่ 1728 ห้วยไผ่ม่วง
October 21, 2026
บทที่ 1728 ห้วยไผ่ม่วง
………………..
บทที่ 1728 ห้วยไผ่ม่วง
บรรยากาศสงัดดั่งป่าช้า มวลชนตะลึงนิ่งดุจรูปปั้นดินเหนียว
กระทั่งสองศิษย์ยืนเวรยามหน้าทางเข้ายังเบิกตากว้างเหมือนเห็นผี
“ไอ้พวกบ้า! เปิดทางเข้าสิ!” มั่วเต้าเฉินเห็นพวกเขาเป็นเช่นนี้ก็อดตำหนิเสียงดังมิได้
ศิษย์ทั้งสองเหมือนตื่นจากความฝัน พวกเขารีบร้อนเปิดข้อจำกัดพิทักษ์นิกาย ก่อนจะถอยไปยืนห่าง ๆ ด้วยท่าทีพินอบพิเทา
“เชิญผู้อาวุโส!” หลังเผชิญเรื่องชวนผงะไปในทีแรก มั่วเต้าเฉินฟื้นสติขึ้นแล้วเล็กน้อย และทราบว่าจักรพรรดินีอวี้เชอไม่อยากเปิดเผยตัวตน เขาจึงทำตัวรู้ความ ไม่กล่าวถึงนามจริงของนาง
จักรพรรดินีอวี้เชอพยักหน้า
นางไม่ได้ใช้อำนาจรังแกเขา เพราะนางไม่ได้กดดันมั่วเต้าเฉินเลยตั้งแต่ต้น แต่เป็นการกระทำของมั่วเต้าเฉินเองทั้งสิ้น
ขณะเดียวกัน มั่วเต้าเฉินรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องธรรมดา
กาลก่อนยามเขาเป็นเพียงบริวารเต๋า เขามีวาสนาได้เข้าเฝ้าจักรพรรดินีอวี้เชอกับหลิวหยาจื่อผู้เป็นอาจารย์ จึงตระหนักดีว่าสถานะของจักรพรรดินีอวี้เชอสูงส่งเพียงไร กระทั่งหลิวหยาจื่ออาจารย์เขายังต้องวางตัวเป็นผู้น้อยยามพบนาง!
“โอ้” ร่างของเสี้ยวม่าสะท้าน รีบร้อนเดินเข้ามาด้วยสีหน้านอบน้อมระคนขวัญกระเจิง
“ผู้อาวุโส ท่านผู้นี้คือ?” มั่วเต้าเฉินเพิ่งสังเกตเห็นเฉินซีในขณะนี้ และอดถามอย่างนอบน้อมไม่ได้
“เฉินสวิน สหายผู้หนึ่งของข้า” จักรพรรดินีอวี้เชออธิบายคร่าว ๆ
“ที่แท้ก็เป็นผู้อาวุโสเฉินสวิน” มั่วเต้าเฉินรีบร้อนก้มหัว ขณะครุ่นคิดในใจว่าเฉินสวิน? หรือนี่จะเป็นจักรพรรดิอีกท่านหนึ่ง?
ขณะเสวนา กลุ่มของเฉินซีก็ตามมั่วเต้าเฉินเข้าไปในนิกายศักดิ์สิทธิ์ล้อมวิญญาณ
หลังผ่านไปครู่ใหญ่ คนอื่น ๆ รอบข้างก็ฟื้นจากความตะลึง ทว่าขณะนี้ สีหน้าของพวกเขาซับซ้อนถึงขีดสุด
ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจว่าสตรีนางนั้นไม่ได้เสแสร้ง และแค่ท่าทีนอบน้อมยำเกรงของมั่วเต้าเฉินก็ทำให้พวกเขากระจ่างแจ้งแล้วว่านางไม่ใช่แค่สหายเก่าของหลิวหยาจื่อ ที่มาของนางยังน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าด้วย!
แกร๊ง! แกร๊ง!
เสียงระฆังกึกก้องยิ่งใหญ่ดังออกมาจากในนิกายห่างออกไป
“ถึงเวลาแล้ว ผู้ที่จะเข้ารับบททดสอบโปรดเข้ามารอด้านใน ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องขอให้รออยู่ที่เดิม” หนึ่งในศิษย์เฝ้ายามหน้าทางเข้าประกาศออกมาเสียงดัง
คนอื่น ๆ ต่างกระปรี้กระเปร่า เดินตามกันเข้านิกายหลังยืนยันตัวตนเสร็จสิ้น
มีเพียงเมิ่งหยวนชิ่งเท่านั้นที่ถูกปฏิเสธ
“ทำไมกัน?” เขาเดือดดาลอย่างยิ่ง
“เจ้านั่นแหละที่ตระหนักถึงเหตุผลดีกว่าใคร” ศิษย์ผู้นั้นกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“เพราะเสี้ยวม่าหรือ?” เมิ่งหยวนชิ่งไม่ใช่คนโง่ เขาพอจะเดาได้ทันที สีหน้าย่ำแย่ลง
“เจ้าเข้าใจแล้วก็ดี” ศิษย์ผู้นั้นกล่าวอย่างเย็นชา “ข้าทำเช่นนี้เพื่อเจ้าเองนะ หากผู้อาวุโสสามทราบว่าเจ้าเคยมีเรื่องกระทบกระทั่งกับเสี้ยวม่าผู้นั้น เจ้าก็น่าจะตระหนักถึงผลที่ตามมาดี”
เมิ่งหยวนชิ่งนิ่งไป แล้วสีหน้าก็ซีดขาวราวไร้วิญญาณ นอกจากนั้นในใจยังเกิดความเสียใจและคับข้องอย่างช่วยไม่ได้
ข้าเสียโอกาสแสวงวาสนาสูงสุด กราบอาจารย์เข้าฝึกฝนในนิกายศักดิ์สิทธิ์ล้อมวิญญาณแค่เพราะลูกคนใช้คนหนึ่งหรือ?
…
หมู่ศาลาเรียงรายปกคลุมบริเวณภายในนิกายศักดิ์สิทธิ์ล้อมวิญญาณ รายล้อมด้วยเนินเขาอันงามสง่าเรืองรองรัศมีศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มันดูประหนึ่งเมืองสวรรค์ท่ามกลางหุบเขา เป็นทิวทัศน์อันตระการตา
ที่นี่เป็นแดนจำกัดในนิกายศักดิ์สิทธิ์ล้อมวิญญาณ เนื่องจากผู้อาวุโสระดับสูงหลิวหยาจื่อปิดด่านบ่มเพาะอยู่ที่นี่
มั่วเต้าเฉินทำตามคำสั่งของจักรพรรดินีอวี้เชอ ไม่รบกวนผู้อื่นในนิกาย และพากลุ่มของเฉินซีตรงดิ่งไปที่หลังภูเขา
“ท่านอาจารย์ สหายเก่าท่านมาเยือนขอรับ” เขาสูดหายใจลึก ๆ ก่อนจะกล่าวขึ้นที่หน้าเคหาแห่งหนึ่งอย่างนอบน้อม
“สหายเก่า?” หนึ่งเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากในเคหาเฉียบพลัน “เต้าเฉิน สหายเก่าผู้ใดกันแน่? หากเป็นคนธรรมดาทั่วไป บอกคนผู้นั้นไปว่าข้าในยามนี้กำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการบ่มเพาะ ขออภัยที่ไม่อาจออกไปรับรอง”
มั่วเต้าเฉินเหลือบมองจักรพรรดินีอวี้เชอด้วยสีหน้าอับอาย ก่อนจะพูดอย่างนอบน้อม “ท่านอาจารย์ คือ… ผู้อาวุโสท่านนั้นจากเอกภพมสิหิม พวกเขาอยู่ที่นี่กันแล้วขอรับ”
“ผู้ใด? หรือว่า….” เสียงนั้นพลันหนักอึ้ง แล้วพริบตาต่อมา ข้อจำกัดรอบเคหาก็ขยับตัวเปิดออก ชายชราร่างผอมผู้หนึ่งปรากฏขึ้นจากภายใน
คนผู้นี้สวมอาภรณ์สีเทา เส้นผมหงอกขาว ทว่าใบหน้ากลับเยาว์วัย นอกจากนั้น ดวงตายังเรืองประกายเจิดจรัส รูปลักษณ์ชวนตะลึงอยู่ไม่น้อย
ม่านตาหดตัวทันทีที่เห็นจักรพรรดินีอวี้เชอ ก่อนที่จะอุทานอย่างตกใจโดยช่วยไม่ได้ “ที่แท้ก็เป็นผู้อาวุโสอวี้เชอ”
คนผู้นี้ย่อมไม่พ้นหลิวหยาจื่อ ผู้อาวุโสระดับสูงแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ล้อมวิญญาณ ตัวตนสูงสุดในขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล
“เป็นท่านจริง ๆ ด้วย” หลิวหยาจื่อทั้งตื่นเต้นและประหลาดใจยินดี รีบร้อนกล่าว “รีบเข้ามาเถิด”