ตอนที่ 1753
บทที่ 1753 ง้าววิหคเพลิงเหินหาว
October 21, 2026
บทที่ 1753 ง้าววิหคเพลิงเหินหาว
………………..
บทที่ 1753 ง้าววิหคเพลิงเหินหาว
บรรยากาศที่นี่พิกลนัก ทุกผู้ล้วนเหม่อลอยจากความตกใจ
อันที่จริง พวกเขาหาทราบไม่ว่าจักรพรรดิฉางเล่อและชายวัยกลางคนร่างกำยำข้างกายเคยไปยังอารามไท่ชูเพื่อเข้าพบ ขอคำชี้แนะจากนายท่านแห่งอาราม
แต่ภายหลัง พวกเขาไม่อาจพบนายท่านแห่งอาราม แต่ได้พบเหล่าไป๋แทน หลังจากได้รับคำชี้แนะจากเหล่าไป๋ ทำให้สามารถปลดปัญหาที่เผชิญในการบ่มเพาะลงได้ พวกเขาจึงย่อมรู้สึกขอบคุณ และถือมันเป็นผู้อาวุโสมากภูมิ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อเห็นว่าบุตรตนไปล่วงเกินเหล่าไป๋ พูดจาดูหมิ่น จักรพรรดิฉางเล่อจะไม่มีโทสะได้อย่างไร?
หนึ่งผู้อาวุโสที่กระทั่งจักรพรรดิอย่างเขายังปฏิบัติด้วยอย่างนอบน้อมยำเกรง ถูกบุตรตัวเองหยามหมิ่นเช่นนี้ มันไม่ต่างจากตบหน้าเขาเลยสักนิด
แต่น่าเสียดายที่จนบัดนี้ พวกเหวินซินอวี่ก็ยังไม่ตระหนักรู้ หัวใจของพวกเขาจึงเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดผวา
เมื่อสังเกตเห็นว่าเหล่าไป๋ยังไม่คลายโทสะและคิดพูดต่อ เฉินซีก็รีบร้อนหยุดเหล่าไป๋ไว้ “พอแล้ว เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อสร้างปัญหานะ”
เหล่าไป๋แค่นเสียงหึ “หากข้าทำตัวอย่างในอดีต คงสับไอ้หนูงี่เง่านั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว เจ้านั่นก็ด้วย! เขาคิดจะฆ่าบรรพชนผู้นี้ไปดองสุรา! อภัยไม่ได้!” เหล่าไป๋ว่าพลางชี้ไปยังชายผู้หนึ่ง
สายตาคมปลาบดุจอัสนีของจักรพรรดิฉางเล่อหันมองตามไปทันที
ชายผู้นั้นเสียขวัญจนสั่นเทิ้มทั้งร่าง ไม่ต้องให้ผู้ใดบอก เขาก็คุกเข่าลงดังตุบ โขกหัวตัวเองซ้ำ ๆ
“ใจเสาะ!” เหล่าไป๋พูดไม่ออกทันทีที่เห็นเช่นนี้ และหมดความสนใจทันที
“พอแล้ว พวกเจ้าไปจากที่นี่เสีย” จักรพรรดิฉางเล่อทราบแล้ว่าโทสะของเหล่าไป๋จางลงยามเห็นเหตุนี้ เขาจึงโบกมือไล่พวกเหวินซินอวี่ไปเสีย ตามคำกล่าวว่าพ้นสายตา เท่ากับพ้นจากใจ
“เจ้าตรงนั้นน่ะ! หยุดตรงนั้นเลย!” เหล่าไป๋พลันถลึงตาแผดเสียงเมื่อสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่เฝ้าประตูตั้งใจย่องหนี
“ผู้อาวุโส ผู้น้อยผิดไปแล้วขอรับ ข้าผิดไปแล้วจริง ๆ โปรดเมตตาอภัยให้ข้าด้วยเถิด….” เจ้าหน้าที่ดูประหนึ่งต้องอัสนีเฉียบพลัน คุกเข่าลงกับพื้นขณะตบหน้าตนเองซ้ำ ๆ ดูชอกช้ำดุจสิ้นบุพการี อ้อนวอนไม่หยุดปาก
เขาหรือจะคาดคิดว่าสัตว์ขนเรียบตัวนี้จะมีภูมิหลังยิ่งใหญ่ถึงขนาดที่จ้าวเอกภพแห่งเอกภพสมุทรทักษิณายังต้องปฏิบัติกับวิหคนี้อย่างนอบน้อม
หากรู้แต่แรก มีหรือจะกระทำการวางก้ามอย่างเมื่อครู่?
เหล่าไป๋ตั้งใจเหยียดหยามล้อเลียนเจ้าหน้าที่ผู้นี้ แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกลัวถึงเพียงนี้ มันก็พูดไม่ออกขึ้นมาทันใด ก่อนจะกล่าวขึ้นอย่างเหลืออด “เมื่อครู่เจ้าอยากให้เราไสหัวไปมิใช่หรือ? ทีนี้ถึงตาเจ้าไสหัวไปได้แล้ว”
“สหายเต๋า” จักรพรรดิฉางเล่อเมินเรื่องทั้งหมดนี้ไปสิ้น เขาประสานกำปั้นให้เฉินซีแล้วกล่าวยิ้ม ๆ “ขออภัยกับเรื่องเมื่อครู่ด้วย หวังว่าจะลืมเลือนไม่ถือสา”
เฉินซีคำนับตอบ “ผู้ไม่รู้ย่อมสมควรอภัย สหายเต๋าไม่ต้องห่วงหรอก”
จักรพรรดิฉางเล่อพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ “การประมูลจะเริ่มแล้ว เราทั้งสองขอตัวก่อน”
กล่าวจบ เขาก็ทักทายพูดคุยกับเหล่าไป๋ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันเดินจากไปกับชายวัยกลางคนร่างบึกบึน
“ฮึ! รังแกพวกเด็กน้อยไม่รู้ความช่างน่าเบื่อจริง ๆ บรรพชนผู้นี้กระทั่งคิดฉวยโอกาสขอสินชดเชยจากจักรพรรดิฉางเล่อนั่นอีก….” เหล่าไป๋พึมพำ
“พอใจกับสิ่งที่มีเถิด” เฉินซีเหลือบมองมันอย่างขบขันยิ่ง
ระหว่างนั้น เฉียนอันเหมือนฟื้นจากความฝัน ทว่าสายตาที่มองเฉินซีและเหล่าไป๋เปลี่ยนไปแล้ว มันมีทั้งความตกใจ สงสัย และความเทิดทูนจากใจอันเปี่ยมล้น
เขาตระหนักชัดนานแล้วว่าหนึ่งคนหนึ่งวิหคนี้ไม่ธรรมดาเพียงไร แต่ไม่คาดคิดเลยว่าจะทำให้จ้าวเอกภพของเอกภพสมุทรทักษิณาปฏิบัติอย่างนอบน้อมเพียงนี้ได้ มันเกินจินตนาการไปโดยสิ้นเชิง
เหตุเอะอะที่นี่ถูกห้องประมูลสมุทรทักษิณาสังเกตพบ และผู้จัดการระดับสูงผู้หนึ่งก็รีบเร่งมาขออภัยเฉินซีและเหล่าไป๋ครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยตนเอง กว่าจะโล่งใจยอมจากก็หลังเห็นว่าพวกเขาจะไม่ติดใจเอาความ
ก่อนแยกตัวไป เขากระทั่งสั่งเจ้าหน้าที่สาวงามสองนางมารับใช้เฉินซีกับเหล่าไป๋เป็นการส่วนตัว นี่ไม่ใช่การปฏิบัติดูแลที่คนทั่วไปจะได้รับ
เห็นได้ชัดว่าผู้จัดการระดับสูงคนนี้ต้องได้คำสั่งบางอย่างจากจักรพรรดิฉางเล่อ และตระหนักชัดว่าต้องรับรองเฉินซีและเหล่าไป๋ให้ดีที่สุด
บรรยากาศในห้องรับรองพิเศษนั้นไม่ธรรมดาเลย ทุกสิ่งที่ตกแต่งภายในถูกคัดสรรอย่างบรรจง เรืองรองด้วยรัศมีเจิดจรัส
ในกำแพงฝั่งห้องประมูลมีการติดตั้งบานกระจก ทำให้เฉินซีและเหล่าไป๋สามารถมองเห็นทุกสิ่งที่นั่น และประมูลสมบัติในห้องประมูลได้
ทว่าภายนอกไม่สามารถมองเข้ามาเห็นเหตุการณ์ในห้องรับรองพิเศษได้ ถือว่าเป็นการปกป้องความเป็นส่วนตัวอันดียิ่ง
ทันทีที่เฉินซีนั่งลงบนเก้าอี้ การประมูลก็เปิดฉากขึ้น หญิงงามผู้ดูสูงส่งผู้หนึ่งเดินขึ้นบนเวที อธิบายกฎการประมูลอย่างสังเขป ก่อนจะนำสมบัติชิ้นแรกออกมา
มันดึงความสนใจของเฉินซีได้ในฉับพลัน
มันเป็นง้าวสั้นสีแดงสด เรืองรองด้วยรัศมีศักดิ์สิทธิ์สีเพลิง ขณะที่คมง้าวดูประหนึ่งวิหคเพลิงร่างระบำกลางเวหา งามสง่าเจิดจรัส เรืองประกายคมกริบชวนตะลึง
เมื่อเฉินซีพินิจดี ๆ เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าแท้จริง นี่คือสมบัติวิญญาณธรรมชาติชิ้นหนึ่ง!
ปกติแล้ว สมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งจะถูกนำมาเปิดฉากการประมูล ถือเป็นการ ‘เอาฤกษ์เอาชัย’ และเช่นกัน สมบัติล้ำค่าอีกชิ้นจะปรากฏขึ้นเป็นชิ้นสุดท้ายในการประมูล
เห็นได้ชัดว่าสมบัติวิญญาณธรรมชาติชิ้นนี้คือสมบัติล้ำค่าอันมีบทบาทเป็น ‘ตัวประเดิมฤกษ์’