ตอนที่ 1763
บทที่ 1763 ความลับ
October 21, 2026
บทที่ 1763 ความลับ
………………..
บทที่ 1763 ความลับ
ยามนี้เยี่ยเหยียนยิ่งเดือดดาลจนเสียการควบคุม
นางไม่คาดคิดว่าสหายตัวน้อยผู้ถูกตนบดขยี้เมื่อหลายปีก่อนจะเติบโตถึงขนาดนี้
เพียงแค่อาศัยการบ่มเพาะของขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นต้นก็สามารถกำราบนางได้ในคราวเดียว โดยที่นางไม่อาจขัดขืนตั้งแต่ต้นจนจบ
ความต่างชั้นมหาศาลนี้เกินกว่าที่เยี่ยเหยียนจะรับได้ชั่วขณะ
โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่เห็นเฉินซีกำลังมองมาด้วยสายตาของผู้กำชัย เยี่ยเหยียนยิ่งเดือดดาลและอับอายจนแทบล้มทั้งยืน
“ฆ่าข้าถ้าเจ้ากล้าพอ! เอาสิ!”
เยี่ยเหยียนตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
ทว่าเฉินซีดึงกระบี่เปลื้องมลทินออกก่อนจะหันหลังแล้วเดินจากไป “เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เหยียบย่างเข้าสู่อารามไท่ชูเป็นเวลาสามปี หาไม่แล้วก็อย่าโทษข้าที่ทำการจองจำเจ้า”
“ถ้าไม่ใช่เพราะห่วงว่าเลือดของเจ้าจะแปดเปื้อนดินแดนบริสุทธิ์ในโลกใบนี้ คิดหรือว่าวันนี้จะรอดชีวิตกลับไปได้? แค่เชื่อฟังแต่โดยดีแล้วอย่ามารบกวน หากข้าหมดความอดทนจนพลั้งมือฆ่าขึ้นมา มันคงสายเกินกว่าที่เจ้าจะมานั่งเสียใจ”
น้ำเสียงราบเรียบของเฉินซีลอยมาจากป่าไผ่ม่วงอันไกลลิบ มันทั้งสงบและปราศจากอารมณ์
เยี่ยเหยียนกัดฟันพลางสบถอยู่สักพัก นางทั้งรู้สึกโกรธและหงุดหงิดอย่างสุดแสน
เป็นไปได้อย่างไร?
หมอนี่เติบโตไวขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?
หรือว่าข่าวลือจะเป็นความจริง แม้แต่บุคคลยิ่งใหญ่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลอย่างกงเหย่หนานลี่และตี้อวิ๋นชิวก็ยังพ่ายแพ้ให้กับคนผู้นี้?
แต่ในตอนนั้น… เขามีการบ่มเพาะอยู่เพียงขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณ!
เยี่ยเหยียนนึกถึงข่าวลือก่อนหน้านี้โดยไม่ตั้งใจขณะยืนนิ่งอยู่นาน
หลังจากผ่านไปพักใหญ่ นางก็พึมพำ “ดูท่าว่าตอนที่หมอนี่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล เขาคงดูดซับรากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้าเพื่อให้ได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่นี่แน่ ๆ ไม่อย่างนั้นพลังต่อสู้ของเขาไม่มีทางผิดปกติขนาดนี้ได้…”
ในยามนี้ ร่างสีทองปราดเปรียวปรากฏบนป่าไผ่ม่วงซึ่งอยู่ไกลลิบ มันคือวานรตาทอง เป่าน้อย
มันมองเยี่ยเหยียนด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะยิ้มกว้างแล้วหัวเราะเยาะนางผู้อยู่ในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น ผิวขาวราวหิมะในร่มผ้าต้องสายลม เผยให้เห็นความงามที่มิอาจปิดบัง ทำให้นางยิ่งเขินอาย
“เจ้าหัวลิง เหตุใดถึงหัวเราะเยาะเช่นนี้ หากยังกล้าหัวเราะอีก ข้าจะขุดสมองลิงของเจ้าออกมาให้ดู!”
เยี่ยเหยียนกัดฟันขณะชำเลืองมองเป่าน้อยอย่างมุ่งร้าย จากนั้นจึงลุกขึ้นพร้อมแสงศักดิ์สิทธิ์ไหลออกมาก่อนจะปกคลุมไปทั่วร่าง
พริบตาต่อมา นางก็เปลี่ยนมาสวมชุดใหม่เอี่ยม
ใครจะคาดคิดว่ายามนี้เป่าน้อยจะมีสีหน้าหมองหม่น มันมองตรงมาทางเยี่ยเหยียนด้วยท่าทางที่ค่อนข้าง… น่ารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด
เยี่ยเหยียนตกตะลึงขณะมองเสื้อผ้ารอบตัว ส่วนที่ไม่ควรเปิดเผยก็ถูกปกปิดมิดชิด นางจึงอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าเจ้าลิงตัวนี้ประสาทกลับหรืออย่างไร?
เดี๋ยวนะ!
ลิงตัวนี้เหมือนจะเป็น… วานรตาทอง?
เป่าน้อยพยักหน้าพลางกลืนน้ำลาย สีหน้าของมันยิ่งดูซื่อตรง
เห็นได้ชัดว่ามันบังเอิญใช้ดวงตาเพื่อจับจ้องฉากอันงดงามของเยี่ยเหยียนที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าผ่านแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปิดร่างกาย
แต่เมื่อเยี่ยเหยียนเห็นสายตาเช่นนั้น นางยิ่งเดือดดาลขณะกรีดร้องออกมา “เจ้าลิงตัวเหม็นหน้าไม่อาย กล้ามาแอบดูข้าเปลี่ยนชุดได้อย่างไร!”
ขณะเอ่ยคำ นางก็ฟาดแส้ไปทางเป่าน้อย
“ผู้หญิงอย่างเจ้านั่นแหละหน้าไม่อาย เมื่อครู่ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าข้า ยังกล้ามาโทษข้า เป่าน้อย ได้อย่างไร?”
เป่าน้อยหัวเราะแปลกประหลาดขณะปีนกิ่งไผ่ มันออกแรงเหวี่ยงสองสามครั้งก่อนจะหลบหนีลึกเข้าไปในป่าไผ่ม่วง
การโจมตีขั้นสูงสุดของขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลอย่างเยี่ยเหยียน ไม่สามารถทำอะไรวานรตาทองตัวนี้ได้
“ข้า ข้า ข้า… ข้าจะฆ่าลิงตัวเหม็น!”
เยี่ยเหยียนระเบิดโทสะก่อนจะกระทืบเท้าอย่างเกรี้ยวกราด แล้วร่างของนางก็ตัดผ่านมิติและเวลาเพื่อไล่ตามวานรตาทองไป
…
เพราะเฉินซีผู้อยู่ไม่ไกลกำลังมองนางด้วยสายตาเย็นชาราวกับกำลังมองนักโทษผู้หนึ่ง
ความเดือดดาลทำให้แก้มของเยี่ยเหยียนแดงก่ำอีกครั้ง นางโกรธจนฟันขาวที่บดเข้าหากันแทบแหลกละเอียด
แต่ท้ายที่สุด นางก็สูดหายใจก่อนจะหาก้อนหินเหมาะ ๆ เพื่อนั่งขัดสมาธิ ในตำแหน่งที่นางเลือกสามารถมองเห็นอารามไท่ชูซึ่งซ่อนอยู่ในป่าไผ่อันไกลลิบได้อย่างชัดเจน
หลายครั้งเยี่ยเหยียนเกือบลุกขึ้นแล้วพุ่งไปที่อารามไท่ชู แต่เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของเฉินซีอยู่ไกลออกไป นางก็ต้องหักห้ามใจเอาไว้
นางทราบดีว่าเจ้าสารเลวหัวแข็งผู้นี้จะต้องไม่ปล่อยให้ตนทำตามที่หวังอย่างแน่นอน