ตอนที่ 1770
บทที่ 1770 แผ่นหยกเปื้อนเลือด ....................
October 21, 2026
บทที่ 1770 แผ่นหยกเปื้อนเลือด
………………..
บทที่ 1770 แผ่นหยกเปื้อนเลือด
ทันทีที่เป่าน้อยกล่าวจบ ทั่วทิศก็เงียบกริบในทันใด
จักรพรรดิคุนมู่ จักรพรรดิเซวี่ยอิ่ง และเส้าเฮ่าอวี่ผู้ถูกขยี้กับพื้น กระอักเลือดไม่จบสิ้นหยุดเสียงโหยหวน เบิกตากว้างเหมือนไม่อยากเชื่อหูตน
วานรตัวหนึ่งจะเชือดพวกเขา? มันทำได้จริง ๆ หรือ?
จากเจตนาของเฉินซี ย่อมสุดยินดีสังหารกลุ่มของเส้าเฮ่าอวี่ทั้งสาม แต่เขาก็ไร้หนทางนอกจากต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ที่ตระกูลเส้าเฮ่าจะส่งยอดฝีมือมาเพิ่มยามทั้งสามถูกสังหาร!
เยี่ยเหยียนลังเลเหมือนมีบางอย่างอยากพูด สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนไม่ชัดเจน นางฟื้นจากความตกใจแล้ว และตระหนักดีว่าหากเส้าเฮ่าอวี่และจักรพรรดิทั้งสองตกตายในอารามไท่ชู เช่นนั้นอารามไท่ชูก็จะกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตของตระกูลเส้าเฮ่าในทันที
ขณะเดียวกัน เฉินซีและเป่าน้อย วานรตาทองย่อมกลายเป็นดั่งขวากหนามในสายตาตระกูลเส้าเฮ่า
ทว่าหากไม่ฆ่า… ก็จะเป็นปัญหาเช่นกัน!
ดังนั้นขณะนี้เยี่ยเหยียนจึงพูดไม่ออก ตัดสินใจไม่ได้เช่นกันว่าจะใช้วิธีใดคลี่คลายปัญหา
“ไม่ฆ่าหรือ?” เป่าน้อยผิดหวัง สุดแสนอิดออดใจ
เส้าเฮ่าอวี่และคณะได้ยินเช่นนี้ก็ร่างสะท้าน สาปแช่งในใจ หรือวานรสมควรตายนี่คิดฆ่าพวกเราจริง ๆ? โอหังนัก! โอหังเกินไปแล้ว!
“ช่างเถอะ ข้าจะขังพวกเขาไว้ในสวนผลาญอสุภะแล้วกัน” สุดท้าย เป่าน้อยก็ยังทำตามคำสั่งของเฉินซี พลิกมือยกคนทั้งสามขึ้นดุจลูกเจี๊ยบตัวจ้อย แล้วร่างสูงร้อยจั้งของมันก็แหวกมิติจากไป
สวนผลาญอสุภะ!
แค่ได้ยินชื่อก็เพียงพอให้คาดเดาได้แล้วว่านั่นต้องเป็นสถานที่โหดร้ายอย่างยิ่งแน่นอน
ชั่วขณะนี้ ศึกก็ปิดฉากลงเสียที
การต่อสู้นี้เอะอะอึกทึกยิ่ง แต่กลับไม่ทำให้เทพธิดาในอารามไท่ชูมีปฏิกิริยาใด ๆ ไม่อาจทราบว่านางไม่รู้จริง ๆ หรือยอมรับเรื่องทั้งหมดกันแน่
…
ทั่วทิศมีม่านหมอกโรยจับ ป่าไผ่ม่วงคืนสู่ความเงียบสงบเก่าแก่
“หนนี้ ขอบคุณมากนะ” ข้างกันนั้น เยี่ยเหยียนเงียบอยู่นาน ท้ายที่สุดก็สูดหายใจลึก และกล่าวกับเฉินซีด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
หลังเผชิญเหตุก่อนหน้านี้ ทัศนคติต่อเฉินซีก็เปลี่ยนไปมาก ถึงขนาดที่นางเกิดความรู้สึกดี ๆ ขึ้นมาเล็กน้อย
“ขณะนี้ ข้อตกลงแต่งงานถูกข้าทำลายแล้ว หรือเจ้าไม่กลัวบทลงโทษของนิกายอำนาจเทวะ?” เฉินซีหันมองนางด้วยสายตาเหมือนจมในภวังค์ความคิด
เยี่ยเหยียนส่ายหัว “ข้าย่อมไม่อาจกลับนิกายอำนาจเทวะได้อีกแล้ว”
มิเพียงนางไม่อาจหวนคืนนิกายอำนาจเทวะ กระทั่งกลับตระกูลเยี่ยเองยังไม่น่าทำได้
“เจ้าเสียใจหรือไม่?” เฉินซีถาม
“ไม่เลย ข้ากลับรู้สึกเหมือนปลดภาระลงจากบ่าเสียที” เยี่ยเหยียนแย้มยิ้ม พูดด้วยสีหน้าเยือกเย็น “ในอดีต ข้าติดค้างน้องสาวข้ามากเหลือเกิน ยามนี้ได้ทำบางสิ่งเพื่อนาง ข้าก็ตายตาหลับได้แล้ว”
เฉินซีอดพูดไม่ได้ “แต่เจ้าก็ต้องตระหนักเช่นกันว่า แม้ข้อตกลงแต่งงานจะถูกทำลาย แต่เมื่อตระกูลเยี่ยของเจ้า ตระกูลเส้าเฮ่าและนิกายอำนาจเทวะหมายมั่นให้มีงานแต่งนี้ งานหนักของเจ้าก็น่าจะสูญเปล่านะ”
เยี่ยเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง จึงกล่าวว่า “ข้าไม่รู้จะทำเช่นไรดี”
เฉินซีถอนใจ “บางทีเจ้าอาจขอความเห็นจากนายท่านแห่งอารามยามนางออกจากการปิดด่านก่อนก็ได้นะ ท้ายที่สุด ฮุ่ยฉงก็เป็นศิษย์ของนายท่านแห่งอารามอยู่ดี”
เยี่ยเหยียนนิ่งไป ก่อนจะพยักหน้า เนิ่นนานจากนั้น นางก็เหมือนตัดสินใจบางอย่างได้ และหันหลังเดินออกจากป่าไผ่ม่วงไปอย่างกะทันหัน
“เจ้า… จะไปไหน?” เฉินซีขมวดคิ้ว
“ไปตระกูลกงเหย่ หากไร้สิ่งใดเกินคาดคิด ข้าก็จะกลับมาในไม่ช้า” เยี่ยเหยียนตอบกลับเรียบ ๆ
พริบตานั้น เฉินซีเข้าใจทุกอย่างแล้ว เยี่ยเหยียนตั้งใจใช้โอกาสนี้มุ่งหน้าสู่ตระกูลกงเหย่เพื่อช่วยเขาเจรจา
เนื้อหาการเจรจานั้นง่ายมาก ใช้วิญญาณของกงเหย่เจ๋อฟูและชีวิตของนักพรตเต๋าเซวี่ยและเคล็ดวิชากำจัดกู่ศักดิ์สิทธิ์อวมนตรา!
ขณะนี้ เยี่ยเหยียนเป็นผู้อาวุโสผู้หนึ่งของนิกายอำนาจเทวะในนาม และตัวนางเองก็เป็นทายาทของตระกูลเยี่ยอันยืนยงเช่นกัน เป็นความรู้ทั่วไปที่ตระกูลกงเหย่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนิกายอำนาจเทวะอย่างยิ่ง ดังนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ จึงเป็นการเหมาะสมที่สุดหากให้เยี่ยเหยียนจัดการเรื่องนี้
“ขอบคุณมาก” เมื่อเขาทราบเรื่องทั้งหมด เฉินซีก็สะเทือนใจไม่น้อย กล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
“หวังว่าข้าจะกลับมาได้อย่างปลอดภัยดีกว่านะ” เยี่ยเหยียนยิ้มน้อย ๆ แล้วร่างก็หายไปจากป่าไผ่ม่วง
…
จากวันนั้นไป สรรพสิ่งก็หวนสู่ความสงบ